รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Little Shop of Horrors (1986) มันมาแปลกๆ

littleshopofhorrors

หนังเรื่องนี้เคยสร้างมาแล้วรอบนึงในปี 1960 เป็นหนังสยองผสมตลกครับ อันนั้นทำโดย Roger Corman เจ้าพ่อหนังสยองเกรดบีในตำนาน ซึ่งตัวหนังฉบับนั้นก็ไม่ได้ดังปังตั้งแต่แรก แต่มันค่อยๆ เก็บเล็กผสมน้อย ดังแบบค่อยเป็นค่อยไป ก่อนจะกลายมาเป็นตำนานอีกบทของวงการหนังเกรดบี

และพอมาถึงยุค 80 ก็มีคู่หูนักเพลงอย่าง Alan Menken และ Howard Ashman นำเอาหนังเรื่องนี้ไปดัดแปลงเป็นละครเพลงครับ ผลที่ได้ก็คือความสำเร็จแบบถล่มทลายครับ เพราะเปิดการแสดงติดต่อกันถึง 5 ปี ทำเงินไปมหาศาล และติดอันดับ “ละครเพลงที่เปิดการแสดงนานที่สุด” เป็นอันดับ 3

ด้วยความดังแบบหยุดไม่อยู่ของมันทำให้ David Geffen (ซึ่งร่วมอำนวยการสร้างฉบับละครเพลงด้วย) สนใจจะเอามาทำเป็นหนังใหญ่ครับ โดยทาบทามให้ Steven Spielberg มาร่วมอำนวยการสร้าง พร้อมทั้งเชิญให้ Martin Scorsese มารับหน้าที่กำกับ ซึ่ง Scorsese เองก็สนใจครับ และเขาตั้งใจจะทำมันออกมาเป็นแบบ 3D ด้วย

แต่แล้วโครงการสร้างหนังเรื่องนี้ก็ต้องชะงักไปเมื่อ Charles B. Griffith คนเขียนบทหนังฉบับปี 1960 ยื่นฟ้องครับ เพราะกลายเป็นว่าทีมงานที่ทำฉบับละครเพลงนั้นติดต่อขอสิทธิ์ไปที่ Roger Corman คนเดียว แต่ไม่ได้ติดต่อไปที่ Griffith เลยทำให้เขาตัดสินใจฟ้องเพื่อเรียกร้องค่าเสียหาย ซึ่งก็ใช้เวลาพอสมควรในการทำข้อตกลงกัน (แต่กล่าวกันว่าจนแล้วจนรอด Griffith ก็ไม่ได้ค่าเสียหายตามที่ตกลงเอาไว้แต่อย่างใด)

ครั้นพอการเจรจากับ Griffith ลุล่วง การสร้างฉบับหนังก็เริ่มต้นอีกหน โดย Geffen ต้องไปทาบทามให้ Frank Oz มากำกับแทน (เพราะ Scorsese เดินหน้าไปสนใจโปรเจคท์อื่นแล้ว) ซึ่งตอนแรก Oz ก็ไม่รับงานครับ แต่พอเวลาผ่านไป Oz เริ่มมีเวลามาทบทวนเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้แบบจริงจัง เขาก็กลับมาสนใจโดยเขาอยากทำมันออกมาในสไตล์คล้ายละครเวที และผลลัพธ์ก็ได้ออกมาเป็นหนังเรื่องนี้ครับ

เรื่องราวก็ว่าด้วยต้นไม้กินคนที่ได้รับการดูแลโดย ซีมัวร์ เคลย์บอร์น (Rick Moranis) แต่ตอนแรกเขาไม่รู้ครับว่ามันจะกินคน เขาแค่คิดว่ามันคือต้นไม่แปลกๆ ต้นหนึ่งเท่านั้น แต่พอเวลาผ่านไปเขาก็ตระหนักว่ามันคือต้นไม้กินคนที่โตขึ้นทุกวันๆ สุดท้ายเขาเลยต้องต่อสู้กับมัน ก่อนที่มันจะไล่เขมือบออเดรย์ (Ellen Greene) หญิงสาวที่เขาแอบรัก

หนังมีเพลงสุดไพเราะโดย Ashman ผู้ล่วงลับ (เขาทำเพลงให้กับ The Little Mermaid การ์ตูนคลาสสิคของดิสนี่ย์ด้วย) และเนื้อเรื่องที่ลื่นไหล แค่ฟังเพลงก็คุ้มแล้วครับ ทุกเพลงไพเราะชวนจดจำจริงๆ ส่วนลุง Steve Martin ของผมมาเล่นเป็นบทสมทบเล็กๆ คือ ดร.โอริน ทันตแพทย์จอมซาดิสม์ มาเรื่องนี้แกเท่ห์ครับ ใส่ชุดหนังและร้องเพลงเพราะด้วย

little-shop

Moranis ดูเหมาะกับบทหนุ่มหงิ๋มๆ แบบนี้ดีฮะ ท่าทางหงอๆ น่าเห็นใจ ไปกันได้กับนางเอกอย่าง Greene, Vincent Gardenia มาแสดงเป็นคุณมุชนิค เจ้าของร้านดอกไม้ขี้ตืด แล้วหนังยังได้ดาราตลกมือดีมาเล่นรับเชิญคับคั่งครับ ไม่ว่าจะ James Belushi, John Candy, Christopher Guest และ Bill Murray รายหลังมารับบทคนไข้หมอฟันจอมซาดิสม์ครับ แต่ละคนมาฮากันทั้งนั้นเลย

ผมเคยซื้อ VDO เก็บไว้เมื่อนานมาแล้ว จากนั้นก็ตามเก็บ VCD เลยเอามาเล่าให้ฟังนะครับ เพราะมันสนุกและมีเพลงครื้นเครงดีมาก เป็นหนังเพลงเกี่ยวกับดอกไม้กินคนที่ผสมความน่ากลัวกับอารมณ์ขันได้อย่างยอดเยี่ยมจริงๆ

… เริ่มรู้สึกว่าช่วงนี้ผมพูดถึงหนังแปลกๆ บ่อยจัง แต่เชื่อเถอะครับ ฟังดูไม่น่าจะสนุก แต่ออกมาลงตัวอย่าบอกใครเชียว เพลงดี เนื้อเรื่องก็ชวนลุ้น เพราะเจ้าดอกไม้นี่มันร้ายจริงๆ ครับ

ตัวหนังนั้นมีตอนจบ 2 แบบครับ แบบ Original ดั้งเดิมนั้นจะจบเหมือนในฉบับละครเพลง (อันเป็นการจบแบบไม่ Happy Ending สักเท่าไร-แต่การจบแบบนั้นก็มีส่วนทำให้มันถูกพูดถึงในวงกว้างเหมือนกัน) ซึ่ง Oz ก็ถ่ายทำตอนจบแบบ Original ออกมาเสร็จแล้วด้วย แต่พอมีการฉายรอบทดลองแล้วปรากฏว่าคนดูไม่ชอบครับ เลยมีการปรับตอนจบใหม่เป็นแบบที่เราได้เห็นกัน

ถ้าถามว่าผมชอบตอนจบแบบไหน ก็ตอบได้เลยว่าชอบทั้งสองแบบครับ ชอบไปคนละแบบ อย่างตอนจบแบบ Happy Ending นั้นมันเป็นตอนจบที่ผมดูมาตั้งแต่สมัยดู VDO น่ะครับ ซึ่งมันก็จบแบบมีความหวัง มันเป็นอะไรที่คุ้นเคยไปแล้ว ในขณะที่ตอนจบแบบ Original นั้นก็ออกจะทำร้ายจิตใจอยู่ แต่ถ้ามองในแง่ความสร้างสรรค์แล้วก็ต้องยกนิ้วให้ครับ ถือว่า “กล้า” ดีที่จบแบบนั้น และตอนจบแบบ Original ยังเป็นอะไรที่อลังการอีกด้วย (ลอง Search ตอนจบแบบ Original ได้จาก Youtube ครับ)

สองดาวครึ่งครับ สนุกดี

Star22

(7/10)

littleshopofhorror1

Advertisements