Animation/Cartoon

Lilo & Stitch (2002) ลีโล แอนด์ สติทช์ อะโลฮ่า…เพื่อนฮาข้ามจักรวาล

Lilo-Stitch-2002-ลีโล่-แอนด์-สติทซ์

เฮ่อ ไม่ได้พูดถึงการ์ตูนเลย เรามาร่ายกันดีกว่านะครับ ก่อนจะเข้าเรื่องเอาโดราเอมอน 25 ตอนมาพล่ามกันเป็นเรื่องเป็นราวอีกที

สำหรับการ์ตูนเรื่องนี้อยู่ในใจเลยครับ เพราะเป็นเหมือนหยาดน้ำค้างกลางโอเอซิสก็ว่าได้ คืออย่างนี้ครับช่วงนั้นเนี่ยเป็นช่วงที่ผมไม่เหลือศรัทธาแต่อย่างใดกับค่าย Disney แล้ว หมดความชอบไปตั้ง 3 ปีครับ 3 ปีหลังจาก TARZAN เป็นต้นมา ผมยิ่งทวีความหมดศรัทธาในการ์ตูนDISNEY มากขึ้นเรื่อยๆ เพราะระยะนั้น (รวมไปถึงระยะนี้เหมือนกัน) การ์ตูนที่ทำออกมาอยู่ในข่ายธรรมดาจนถึงขั้นไม่น่าพอใจเอาซะเลย มิหนำซ้ำ DISNEY เองก็เปลี่ยนแนวการ์ตูนตัวเองจาก CLASSIC ไปเป็นแนวพิมพ์นิยมที่ DREAMWORKS ขยันทำออกมา ดังนั้นในเบื้องต้นก็พอจะสรุปใจความได้เลยว่า ผมไม่ค่อยอยากจะคาดหวังในการ์ตูนเรื่องนี้ซักเท่าไหร่ แล้วไงล่ะ…อึ้งง่ะดิ

เหตุการณ์ทุกอย่างเริ่มที่ยานอวกาศจากต่างดาวลำหนึ่ง พวกเขามีการทดลองสร้างสิ่งมีชีวิตตัวสีฟ้าจอมทำลายล้างขึ้นมา แต่ผลออกมาไม่เป็นที่น่าพอใจ เลยกลายเป็นว่ามันต้องถูกทำลาย แต่ด้วยความฉลาดแกมโกงที่มันมีอยู่เพียบ ทำให้มันหลบหนีและไปตกลงบน ฮาวาย ขณะเดียวกันหนังก็แนะนำสาวน้อยน่ารักอย่าง ลีโล่ ผู้กำพร้าพ่อแม่ แต่ยังมีพี่สาวที่ชื่อ นานิ คอยดูแลเธออยู่ แต่ความสัมพันธ์ ของพี่น้องคู่นี้ก็ไม่ค่อยราบรื่นนัก มีเรื่องให้ตีกันบ่อยๆ จนทางสังคมสงเคราะห์ได้ส่งเจ้าหน้าที่มาคอยจับตาดูความเป็นไปของทั้งสอง และแจ้งเจตนาเลยว่า ถ้าหากนานิไม่สามารถสร้างครอบครัวที่อบอุ่นเป็นหลัก เป็นฐานเขาก็จำเป็นต้องพาตัวลีโล่ ไปหาผู้อุปการะอื่นที่ดีกว่านี้ จากนั้นลีโล่ก็ได้เจอกับเจ้า สติทช์ นั่นคือจุดเริ่มต้นของสัมพันธ์ต่างเผ่าที่ประทับใจเกินความคาดหมาย

…….อืมม์….อืมม์…มันมาได้ไงครับ..การ์ตูนแบบนี้มาได้ไงจาก DISNEY อย่างที่ผมบอกว่าระยะหลังๆ นี่ศรัทธาผมสิ้นไปซะแล้ว แต่พอมาเจอแบบนี้ก็ได้แต่อึ้งกิมกี่ล่ะครับ L&S มาพร้อมกับความสนุกสนานที่เป็นส่วนผสมอันสุดแสนจะลงตัวระหว่างการ์ตูน CLASSIC ที่มีเนื้อหาอบอุ่น จรรโลงใจ มีกลิ่นอายเทพนิยาย ตามด้วยตัวละครร้องเพลง มารวมเข้ากับการ์ตูนแนวเสียดสี ตลก ผจญภัยในสไตล์ของ DREAMWORKS ผู้ที่นำเอาสูตรเยี่ยมๆ นี้มาเข้ากันคือ Chris Sanders กับ Dean DeBlois ซึ่งควบตำแหน่งทั้งเขียนบทและกำกับ ทั้งคู่เคยเขียนบทให้ MULAN มาแล้วและนี่เป็นครั้งแรกที่กำกับ ซึ่งถ้าดูกันดีๆ หนังก็แซวมู่หลานอยู่หลายทีครับ อย่างโปสเตอร์ในห้องของนานิก็เป็นโปสเตอร์มู่หลานเหมือนกัน

ถ้าว่ากันถึงพัฒนาการล่ะก็ต้องยกนิ้วให้เลย ดูแล้วมั่นใจทันทีครับ คู่นี้รู้ดีว่าการทำการ์ตูนให้ครบเครื่องนั้นต้องทำไงบ้าง

ตามปกติผมคงจะพูดถึงนักแสดง แต่ในกรณีนี้ความดีความชอบต้องยกให้คู่หูผู้กำกับและทีมงานที่สามารถสร้างตัวละครออกมาได้อย่างละเอียดละออ เริ่มตั้งแต่เจ้าสติทช์ วายร้ายตัวฟ้าสุดแสบ เขาไม่ต่างจากเด็กเกเรที่ น่ารักทั่วไป ส่วนหนูน้อยลีโลก็น่ารักสุดเดช ผมขอฟันธงนะครับว่าเธอเป็นตัวละครนำที่น่ารักที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ของการ์ตูน DISNEY เด็กบ้าอะไรก็ไม่รู้น่ารักเกินร้อย แววไร้เดียงสาของเธอพร้อมจะทำให้คนดูรัก ตั้งแต่วินาทีแรกที่ออกมา เอาแค่ฉากที่เธอโวยวายได้น่ารักและฮาสุดๆ บนเวทีเต้นอะโลฮ่านั่นผมก็ไม่รู้จะว่าไงแล้ว ถ้าได้เป็นลูกหรือน้องสาวคงปวดหัวเอาการล่ะครับ แต่น่าเอ็นดูออก

Lilo-Stitch-1001

ทีนี้พอลีโลมาเข้าคู่กับสติทช์ก็ยิ่งฮาไปกันใหญ่ ความเด่นก็ถูกแบ่งแบบพอดี เจ๋งง่ะ ส่วนนานิก็มีบทที่เสริมอารมณ์ซึ้งให้กับหนังได้ดีและคุณบับเบิ้ลส์ ที่ได้ VING RHAMES มาให้เสียง แค่ดูหน้าก็ฮาแล้วครับ เพราะถอดแบบจาก RHAMESทุกอย่าง แล้วยังมาใส่ชุดดำแว่นดำอีก เอาเข้าไป

ถ้ามีคนเลี่ยนการ์ตูน CLASSIC ที่ดูหลอกเด็กมากเกินไป และไม่ชอบการ์ตูนแนวผจญภัยแบบที่เอามาทำหนังให้คนแสดงจริงดีกว่าล่ะก็ เรื่องนี้พลาดมิได้ ส่วนผสมทั้งหลายรวมกันเรียบเฉียบทุกกระบวน ความสนุกก็มีมาก ขนาดผู้ใหญ่ก็ยังเพลินไปด้วยได้ ผมยังหัวเราะดังๆตั้งหลายฉากแน่ะ ทั้งๆที่มุขมันธรรมดาจะตาย แต่สีหน้าตัวการ์ตูนยอดมาก ไม่ฮาก็เส้นลึกเกินไปล่ะ อีกจุดที่เยี่ยมคือเพลงของ ELVIS PRESLEY ที่ใช้อย่างเหมาะเจาะ ตามด้วยดนตรีที่ไพเราะอบอุ่นของ ALAN SILVESTRI เจ้าพ่อคอมโพเซอร์แห่งหนังครอบครัว ซึ้งใจเต็มร้อยครับ

ไม่รู้ผมชอบจนออกนอกหน้าไปรึเปล่านะครับ แต่ชอบมาก ปีนั้นนี่มีการ์ตูนในดวงใจผมเยอะเลยนะ อย่าง SPIRIT: STALLION OF THE CIMARRON ก็ออกมาดีเกินคาดมาตรฐานสากล ผมก็เชียร์สองเรื่องนี้ล่ะนะครับ

ติดอยู่นิดตรงที่ แม้ว่าหนังจะมีอารมณ์ซึ้งพอตัว แต่ถ้าใส่ไปอีกหน่อยน้ำตารินได้เลยนะเนี่ย เอาเถอะ แค่นี้ก็บ้าจนไม่รู้จะบ้าไงแล้ว หนังยังมีแง่คิดฉลาดๆ ที่น่าสนใจ ประเด็นสำคัญคือ “ครอบครัว” สิ่งที่ลีโลพูดเกี่ยวกับครอบครัวนั้น มันฟังดูง่ายๆ ตื้นๆ เป็น แนวคิดเด็กก็จริง แต่มันตรงที่สุดแล้วครับ ไม่ต้องมาแต่งเติมเสริมสร้อยให้มันสละสลวย อีกอย่างที่ผมชอบก็คือตัวลีโลเองนี่แหละ ภายนอกเธอเป็นเด็กร่าเริงสดใส ช่างฝันดูอ่อนแอ แต่ทันทีที่เกิดปัญหาขึ้น เธอจะเดินไปหามัน แม้จะยังไม่รู้ว่าจะแก้ยังไงก็ตาม แต่เธอก็เป็นคนที่กล้าเผชิญกับปัญหานี่แหละครับ ความซื่อของเด็กๆ ซื่อแบบที่ไม่หลอกใคร และโดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่หลอกตัวเองครับ คิดไงว่างั้น

คิดแล้วก็นะ มนุษย์เรากว่าจะเติบโตจากวัยเด็กมาสู่วัยผู้ใหญ่ก็ต่างได้รับการหล่อหลอมจากสิ่งต่างๆ มากมาย การที่ใครจะโตมาเป็นอะไรก็เกิดจากหลายๆ อย่างครับ ครอบครัวสำคัญ สิ่งแวดล้อมก็สำคัญ หรือแม้แต่ดาราในจอทีวีก็ยังสำคัญเลย เพราะทุกคนมีผลต่อการที่เด็กคนนี้เป็นผู้ใหญ่ในวันหน้าทั้งนั้นครับ ดังนั้นบางทีผู้ใหญ่มาบ่นว่าเด็กสมัยนี้ใช้ได้ไม่ตรงโน้นตรงนี้ โอเคครับเด็กอาจจะมีบางอย่างที่ไม่เหมาะสมจริง แต่แทนที่จะมาบ่นหรือด่า ผมว่าเรามาแก้กันเถอะครับ บ่นใครก็ทำได้ ด่าใครก็ทำได้ แต่แก้ปัญหานี่ไม่ใช่แค่ใครก็ได้ แต่มันต้องทุกคนช่วยกันน่ะครับ ไม่งั้นคนแก้มีแค่หยิบมือ แต่คนบ่นมีอีกนับล้าน แล้วมันจะไปได้เรื่องยังล่ะครับเนี่ย

แต่ที่รู้สึกเสียดายอีกอย่างคือคนมากมายโตขึ้นทำให้ความไร้เดียงสาหายไปด้วย ความพาซื่อแบบเด็กๆ ก็ถูกกลืนไปเช่นกัน ผมว่าน่าเสียดายครับ

นี่ก็เป็นหนังการ์ตูนอีกเรื่องที่ทำออกมาได้ดีครับ สนุกสนานและมีอะไรให้คิดเยอะดี เรื่องครอบครัว เรื่องเด็กเรื่องผู้ใหญ่ และอะไรอีกมากมาย เป็นการ์ตูนที่ถือว่ากู้ศรัทธาผมต่อ Disney อีกครั้งหนึ่ง (แม้หลังๆ Disney จะเริ่มแพ้ Pixar มากขึ้นเรื่อยๆ ก็เถอะครับ)

เอ้าโดนใจอย่างนี้ มาก็เกือบสามดาวกันเลยล่ะครับ

Star22

(7.5/10)

Advertisements