รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Wishmaster (1997) วิชมาสเตอร์ ผีแตก

Wishmaster1001

หนังฉายประมาณช่วงผมอยู่ม.สามได้ล่ะมั้งครับ ตอนนั้นเกือบจะไปดูที่โรงกับท่านอาร์มแล้ว เพราะเห็นเพื่อนๆ มันมาเล่าให้ฟังว่าหนังสยองดี แต่ก็พลาดไป จนมันออก VDO ก็เลยเช่ามาดูครับ อยากรู้ว่าจะน่าสนใจแค่ไหน

หนังเล่าถึงตำนานปีศาจจินน์ครับ ปีศาจที่จะให้พรคนสามประการ และเมื่อคนขอพรมันครบสามข้อแล้วมันจะสามารถเอากองทัพปีศาจมาครอบครองโลกได้ในทันที แต่จากการขอพรครั้งล่าสุดเมื่อหลายร้อยปีก่อน มันได้ถูกพ่อมดสะกดกักตัวไว้ในอัญมณีสีเลือด

แต่แล้วปัจจุบันจากอุบัติเหตุทำให้อัญมณีปรากฎขึ้นอีกครั้งและอเล็กซานดร้า แอมเบอร์สัน (Tammy Lauren) ก็ได้ปลุกจินน์อย่างไม่ตั้งใจ มันก็เลยออกอาละวาดให้พรสุดสยองกับคนมากมายครับ แต่การที่จินน์จะได้ครองโลกให้สมปรารถนานั้น อเล็กซานดร้าต้องเป็นคนขอกับมันเอง มันก็เลยตามล่าเธอ

แล้วอเล็กซานดร้าจะหยุดยั้งมันได้อย่างไร ถ้ามีโอกาสก็ต้องลองไปหาคำตอบกันเองนะครับ

ตอนแรกเห็นชื่อก็นึกว่า Wes Craven แกมาเป็นคนทำเอง แต่คนกำกับตัวจริงกลับเป็น Robert Kurtzman ครับ ส่วนชื่อลุง Wes นั้นเขาเอามาเรียกคนดูน่ะ เพราะช่วงนั้นเขากำลังดังสุดๆ จาก Scream ส่วนตัวหนังก็ได้ Peter Atkins คนเขียนบท Hellraiser ภาค 2 – 4 มาทำ ซึ่งการผูกเรื่องก็ไม่เลวครับ ง่ายดี เรื่องราวก็ดำเนินไปเพื่อให้เกิดความสยองอย่างเดียวเลย

ผมว่าไอเดียเขาดีนะ ไอ้ตรงที่ตีความจินน์ออกมาในรูปใหม่ เพราะความจริงแล้วจินน์ก็คือจินนี่ในภาคชั่วร้ายนั่นเองครับ มันให้พรเหมือนจินนี่ แต่ทุกครั้งที่ให้พรมันจะตีความให้เชิงทำลายล้าง เช่น มีตัวละครหนึ่งขอให้ได้เงินซักล้านเหรียญ ปรากฎว่าเขาก็ได้จริงๆ ครับ แต่ได้จากการตายของแม่นะ ประมาณว่าแม่ตายเลยได้เงินค่าประกันชีวิตล้านนึง เออ ก็ไม่เลวน่ะครับ คือมันจะให้พรแบบสยองๆ ตลอด เลยทำให้หนังน่าสนใจและจะว่าแปลกใหม่ก็พอได้เหมือนกัน

Wishmaster1002

คนที่เล่นเป็นจินน์ ก็คือ Andrew Divoff ที่เคยเล่น Air Force One เป็นผู้ก่อการร้ายที่ตีกับพระเอกตอนโทรศัพท์นั่นแหละครับ ในเรื่องเขาดูชั่วร้ายได้อย่างสมจริง หน้าตาก็บอกยี่ห้อตัวร้ายแล้วล่ะครับ ตอนยิ้มก็บ่งบอกชัดเจนว่ามันกำลังคิดอะไรชั่วๆ อยู่ในหัวแน่นอน ตอนเมคอัพร่างปีศาจก็น่ากลัวดีครับ ขยะแขยงพอตัว ก็ถือว่าเขาทำให้หนังน่าติดตามพอสมควรครับ ไอ้หนังแนวนี้ถ้าตัวร้ายมีเสน่ห์นะครับ ความน่าดูจะเพิ่มขึ้นในบัดดลเลย เหมือนพวกพี่เจสันไงครับ ถ้าสร้างมามีบุคลิกเด่น มันก็จะทำให้หนังมีความเด่นตามไปด้วย

แต่นอกจากความสยองแล้ว การเดินเรื่องก็จัดว่าเรื่อยๆ ครับ การวางปมต่างๆ ไม่เลว แต่มันยังไม่เร่งเร้าเท่าที่ควร ส่วนเรื่องความสยองก็นับว่าน่าพอใจครับ แค่เปิดเรื่องมาก็น่าดูแล้ว เล่นเมคอัพสยองกันใช้ได้ (แต่ผมว่ายังไม่สุดครับ มันยังแพ้ Hellraiser ถ้าอย่างนั้นล่ะรับรองว่าเด็ดมากแน่ๆ) พอจินน์ถูกกักหนังก็เดินเรื่องไปเรื่อยๆ ไม่ถึงกับเร็วแต่ก็ไม่เอื่อยครับ พอจินน์ออกมาก็มีฉากสยองเสิร์ฟเป็นพักๆ จนพอตอนจบนี่แหละที่ค่อยมาลุ้นกันอีกรอบว่านางเอกจะรอดได้ไง

และตอนจบนี่ก็ถือว่าทำได้ดีครับ ลุ้นกันจริงๆ เพราะนางเอกไม่มีทางรอดใดๆอีกแล้ว กักปีศาจก็ไม่เป็น แล้วจะเอาชนะมันได้อย่างไร ซึ่ง Atkins แก้ปมตอนท้ายได้ดีมากทีเดียวล่ะครับ ผมยังประทับใจเลย คิดได้ดีน่ะ

แล้วหนังเรื่องนี้ยังถือเป็นหนังรวมดาราหนังสยองนะครับ พวกคนที่เคยแสดงเป็นปีศาจดังๆ ในเรื่องก่อนๆ ก็มาร่วมปรากฎตัวกันอย่างคับคั่ง ไม่ว่าจะ Robert Englund เจ้าของบทเฮียเฟรดดี้แห่ง A Nightmare On Elm Street มาเป็นเรย์มอนด์ เบอร์มอนต์ เจ้าของพิพิธภัณฑ์, Tony Todd เจ้าของบทปีศาจแคนดี้แมนในหนัง Candyman ก็มาเป็นยามหน้างานเลี้ยงในช่วงท้าย, Kane Hodder ผู้เคยเล่นเป็นเจสันอยู่หลายตอนก็มาโผล่เป็นยามที่ดันไปเปิดโอกาสให้จินน์มอบพรสยองให้ตนเอง และ Angus Scrimm ผู้ผูกขาดบทปีศาจทอลแมนแห่งหนังชุด Phantasm ก็มาเป็นคนบรรยายเรื่องให้ ซึ่งพวกเขาก็ขโมยซีนกันได้ไม่เลวครับ แต่ไม่ได้ถึงกับน่าประทับใจอะไร แค่เห็นหน้าแล้วพอสนุกเล็กๆ สำหรับคอหนังสยองเท่านั้นเอง

แล้วผู้กำกับ Kurtzman ก็โผล่ลงมาเล่นกันเขาด้วย เป็นชายที่โดนเปียโนทับตายในตอนต้นเรื่อง

ก็เป็นหนังสยองที่ทำออกมาได้ไม่เลวเลยล่ะครับ บทไม่ได้อ่อนด้อยหรือโล่งโถงจนเกินไป ยังพอพูดได้ล่ะครับว่าเขียนได้ดี ตัวปีศาจก็ค่อนข้างดี เดินเรื่องไม่อืดจนเกินไป แล้วก็ยาวแค่ 90 นาที พอดีๆ ครับ และจะว่าไปหนังก็สยองแบบกลางๆ ไม่ได้สุดขั้วอะไร คนขวัญอ่อนก็อาจจะพอดูได้ครับ แต่มีคนนั่งข้างๆ ก็ดี

เอาเป็นว่าเรื่องนี้ผมแนะนำแล้วกันครับ เพราะมันก็ดูได้ แม้จะไม่สุดยอดเท่าหนังสยองรุ่นพี่ แต่ดีกว่าหนังสยองหลายเรื่องที่ทำในพักหลังๆ นี่อย่าง Darkness Falls, Boogey Man หรือ The Fog ล่ะครับ

สองดาวกว่าๆ ครับ

Star21

(6/10)

Advertisements