รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Silent Hill (2006) เมืองห่าผี

silent_00

บอกตรงๆ ช่วงนี้หลอนยังไงก็ไม่ทราบครับ ใครพูดถึงหนังเรื่องนี้ทีไรล่ะชื่อไทยมันลอยมากระแทกหน้าทุกที และชื่อที่ลอยมาก็ไม่ใช่เมืองห่าผีครับ มันเป็นเมืองผ่า! ไปซะงั้นน่ะ

เอาล่ะ ก็ตามธรรมเนียมครับ ดูแล้วก็เอามาร่ายกัน คิดไงก็ว่างั้นนะครับ ดังนั้นถ้าคนดูแล้วเห็นต่างกันไปก็ไม่แปลก และถ้าลองพิจารณาจากกระแสล่ะก็เห็นทีผมคงคิดต่างจากชาวบ้านไม่ใช่ย่อยแหงๆ

ถ้าพูดตรงๆ แบบไม่อ้อมค้อมตรงนี้ก็บอกได้ว่า ผมออกจะชอบครับ กับ Silent Hill … อ้า ใช่ ต้องออกตัวก่อนอีกแล้วครับว่าผมไม่เคยเล่นเกม ไม่เคยเลยแม้แต่ภาคเดียวนะครับ ดังนั้นผมก็คงนึกอารมณ์ตอนเล่นเกมไม่ออกหรอกนะครับ

เรื่องในหนังนั้นว่าด้วยครอบครัวเล็กๆ ที่ประกอบไปด้วย คริสโตเฟอร์ เดอ ซิลวา (Sean Bean) กับ โรส (Radha Mitchell) และลูกเลี้ยงของพวกเขา ชารอน (Jodelle Ferland) สาวน้อยน่ารักสดใสที่มักมีอาการละเมอเป็นประจำ และละเมอแต่ละครั้งนี่พ่อแม่หัวใจจะวายครับ เกือบตายหลายที และทุกครั้งที่เธอละเมอ เธอจะต้องกล่าวถึงชื่อนี้เสมอ … “ไซเลนท์ ฮิลล์”

โรสเลยพยายามที่ขะหาทางให้ลูกเลิกละเมอเสียที โดยการพาเธอไปยังเมืองไซเลนท์ ฮิลล์ของจริงซะเลย เพื่อจะได้ไขข้อข้องใจไปในตัวด้วยว่า เมืองนี้มันมีอะไรเกี่ยวโยงกับลูกของเธอคนนี้หรือเปล่า

แต่แล้วระหว่างทาง โรสก็เกิดความเข้าใจผิดกับ ซีบิล เบนเนทท์ (Laurie Holden) ตำรวจสาวที่สงสัยในพฤติกรรมของเธอ เลยมีการขับรถไล่ล่ากันเล็กน้อย จนทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น โรสหัวกระแทกจนสลบไป … และพอตื่นขึ้นมา ชารอนที่นั่งมากับเธอด้วยกลับหายตัวไปโดยไร้ร่องรอย

และเธอก็ค้นพบว่าตนเองได้มาถึงแล้ว … Silent Hill

จากนี้จะเกิดอะไรกับเธอบ้าง ผมก็ขออุบเงียบล่ะครับ อยากรู้ก็ต้องไปดู

เอาล่ะ หนังเป็นไง … เผอิญผมไปดูคนเดียวด้วยน่ะครับ (คือหลอกสาวๆ ไปไม่ได้ซักราย ฮิๆๆ) เลยไม่มีเสียงอื่นบอกว่าชอบไม่ชอบ แต่เท่าที่ได้ยินมาหลายคนก็ออกไปทางเฉยๆ ก็มีนะครับ กระแสเสียงไม่ใคร่จะสวยนักน่ะว่าตามตรงเลยแล้วกัน อันนี้ที่มาเล่าก็เพื่อประกอบการพิจารณาครับ ไหนๆ ก็รีวิวให้ชาวบ้านฟังผมก็ต้องขอรวมเอาหลายๆ เสียงมาบอกหน่อยน่ะนะครับ ท่านจะได้ไม่เชื่อผมคนเดียว เพราะผมมันประหลาดคนน่ะครับ หลายเรื่องชอบทั้งๆ ที่คนอื่นเฉยก็มี อย่าง The Omen ก็เหมือนกัน หลายรายก็นิ่ง แต่ผมนั่งแฮ้ปปี้ดีพร้อมอยู่คนเดียว (555)

และใช่ครับ สำหรับเรื่องนี้ผมกระเดียดไปทางชอบนะ

ถ้าถามว่าทำไมถึงชอบก็คงเนื่องมาจากสไตล์ความชอบส่วนตัวน่ะครับ คือผมนี้มันชอบหนังแนวซ่อนปมน่ะ ประเภทให้ตัวเอกต้องไปเจอกับเงื่อนงำปริศนา แล้วหนังก็ดำเนินไป ปมค่อยๆ คลายตาม ผมว่ามันมีเสน่ห์นะ น่าติดตามน่ะครับ ออกจะลุ้นด้วยว่าหนังจะเอาอะไรมาบอกเราในตอนท้าย เรื่องทั้งหมดมันเกิดเพราะอะไร ซึ่งสไตล์หนังแบบนี้ก็ให้นึกถึงพี่ Roman Polanski รายนี้ผมว่าเป็นจอมเลยนะ ทำเก่งมาก ไม่ว่าจะ Rosemary’s Baby, China Town, Frantic, Death And The Maiden หรือ The Ninth Gate (และเกมนี้ก็ได้แรงบันดาลใจมาจากหนังสไตล์นี้ด้วยน่ะครับ) มันเลยเข้าทางผม และอีกอย่างก็ต้องยอมรับล่ะครับว่าหนังแนวนี้มีไม่ค่อยมากน่ะ ดังนั้นมาทีก็ดีใจเป็นธรรมดา และหนังเองก็ยังทำออกมาได้ไม่เลวด้วย

งาน Effect จัดว่าดีเลยครับ ฉากก็ดี ดูแล้วมันไม่ใช่โลกของเราจริงๆ โลก Silent Hill เนี่ย ตอนขาวโพลนก็ขาวเลยนะครับ แต่ก็ให้อารมณ์ผวา ดังนั้นพอตอนความมืดวิ่งเข้ามาล่ะก็เลิกพูดกันตัวใครตัวมันครับ สีสยองใช้ได้จริงๆ ไอ้พวกตัวบ้านั่นก็น่าขนลุกดี ยิ่งไอ้พี่โดนมัดโซ่นั่นก็สยดสยองกันไปล่ะครับ เอาแค่เสียงก็ไม่ไหวแล้วอ้า มันตัวบ้าชัดๆ อ้าใช่พูดถึงเรื่องเสียง ผมว่าโอเคเลยนะครับ เสียงพวกตัวประหลาดหรือ Sound ค่อนข้างได้อารมณ์ ดนตรีจังหวะก็วังเวงแบบแปลกๆ ดี ซึ่งดนตรีส่วนมากก็เอามาจากเกมน่ะแหละฮะ อย่างเพลงก็เหมือนกัน ตอนฟังสมัยโน้นยังรู้สึกว่ามันหลอนไม่เลว จังหวะมันเงียบๆ เหงาๆ น่ะครับ สิ้นหวังพิลึก

ผมชอบอีกอย่างตรงที่หนังไม่ได้พยายามเล่นมุข ตึ่ง หรือมุขหลอกให้คนตกใจเท่าไหร่ เล่นกับบรรยากาศล้วนๆ ซึ่งนั่นก็กึ่งดีกึ่งเสียนะครับ เพราะบางคนก็ต้องการความตกใจหรืออะไรบ้าง แต่กับในหนังเหมือนกับเขาไม่ได้ตั้งหน้าตั้งตาพยายามให้เราตกใจเท่าไหร่ครับ เขาจะไปเน้นตรงการนำเสนอมิติหลอน SH และมุ่งไปที่การสื่อความหมายต่างๆ มากกว่า ซึ่งใครที่เล่นเกมและตามเนื้อเรื่องของเกมบ้างก็คงเจออะไรให้อ๋อๆ ตลอดทั้งเรื่องล่ะครับ อย่างไอ้พี่หัวปิรามิดสุดโหดนั่น น่ารักจริงๆ เลย

silent_01

พูดถึงตัวประหลาด จริงๆ ผมชอบหมดแหละครับ มันออกมาค่อนข้างดี ยกเว้นตรงนางพยาบาลนั่นแหละที่ออกจะดูน่าขันมากกว่าจะน่ากลัว อ้อ และอีกอย่าง ขอบอกนะครับว่าโฆษณาน่ะมั่ว ที่บอกนางพยาบาลติดไวรัสอะไรนั่นมันไม่ใช่อย่างงั้นนะครับ เดี๋ยวจะนึกว่าเป็นหนังแบบ Resident Evil ที่มีแค่เดินไปเจอปีศาจแล้ววิ่งหนี ไม่เลยครับ ไม่ใช่ หนังมันเป็นแนวซ่อนปมมากกว่านั้น และปีศาจที่เห็นก็ไม่ใช่แค่ปีศาจธรรมดา มันมีความหมายครับ อย่างที่ชาวเกม SH ทราบกัน เกมนี้มีความหมายแฝงเพียบไปหมดครับ เอาแค่เรื่องมิตินี่ก็ร่ายได้ยาวเป็นวาแล้ว และคนที่เล่นเกมมาก็น่าจะเข้าใจความเป็นไปในหนังได้ดีล่ะครับ เพราะหลายๆ อย่างมันอิงจากทฤษฎี มิติ SH อยู่เยอะ

บางคนงง ผมไม่ได้เล่นเกมแล้วไปเก็ทอะไรกับเขายังไง คือ จริงครับที่ผมไม่ได้เล่นเกมเลย ไม่เคยแตะต้อง แต่ผมชอบเรื่องราวของ SH มากๆ ประมาณเพื่อนเล่าเรื่องแล้วผมก็ไปหาอ่านต่อ จนรู้เรื่องในเกมหมด (แต่ดันไม่เคยเล่นเกมเลย 555) จนภาวนาให้เขาช่วยเขียนนิยายออกมาจะดีมากเลยครับ ยอมรับว่าคนคิดเกมนี้สุดยอดจริงๆ มีความซับซ้อน มีความหมายและความน่ากลัวอยู่เพียบจริงๆ คือพวกเขาไม่ได้คิดแค่เกมนะครับ เขาคิดโลก และเหตุผลในมิตินี้ขึ้นมาทั้งหมด ผมก็เลยอยากแนะนำให้คนที่ชอบเรื่องราวแนวลึกลับนะครับ ลองไปค้นหาเรื่องราวของ SH มาอ่านยาวๆ หรือจะเล่นเกมก็ได้ครับ แล้วท่านจะหลงใหลในโลกของ SH เพราะมันน่าค้นหาจริงๆ (แต่ไม่น่าไปอยู่นะ ไม่เอาอ้ะ)

ดังนั้นก็โปรดเข้าใจนะครับ ผมเล่าอะไรมากไม่ได้เลย อยากให้ลองไปดูกันเองมากกว่า ความสนุกมันอยู่ตรงนี้แหละครับ ตอนแรกเราก็งงว่านางเอกเจออะไรของมันวะ แล้วหนังก็จะเริ่มคลายทีละอย่างๆ จนกระทั่งตอนจบมันก็จะบอกที่มาที่ไปของเหตุการณ์บ้าๆ นี่จนหมด ซึ่งถ้างงก็ลองไปอ่านกระทู้ในพันทิพเพิ่มแล้วกันครับ เอาเป็นว่าสำหรับผมนั้น ชอบเรื่องราวมากทีเดียว การซ่อนปมวางปมทำได้น่าติดตาม ความน่ากลัวก็มีตลอด และบทสรุปก็สะใจดีนะครับ และถือว่าสมเหตุสมผลทีเดียว (สำหรับในโลกของหนังน่ะ)

ด้านนักแสดงนั้น ผมว่าเจ๋งหมดครับ Mitchell นางเอกของเรื่องก็เข้าข่ายดาราขายฝีมืออยู่แล้วนะครับ แต่ผมออกจะตะหงิดหน่อยตรงเรื่องหน้าตารักลูกน่ะ ที่เธอยังสื่อไม่ถึงเท่าไหร่ แต่มาคิดอีกที คนที่ยอมบุกนรกฝ่าผีทั้งเมืองเพื่อหาลูกนี่ ถ้าไม่ใช่เพราะรักแล้วก็ไม่รู้จะอธิบายด้วยอะไรล่ะครับ, Bean ฮ่า พี่คนนี้แกโคตรยอดนะครับ เล่นร้ายก็ชั่วสุดๆ แต่มาเรื่องนี้พี่แกน่ารักอ้ะ ดูเป็นสามีที่น่ารักจริงๆ เป็นห่วงภรรยาและลูกสุดๆ เอาแค่ตอนโทรศัพท์ช่วงต้นนั้นก็สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นแล้วล่ะครับ, Holden ดาราที่ไม่ถึงกับดังนัก แต่แฟนๆ The X-Files น่าจะคุ้นเธอมาจากบทมาริต้า โควารูเบียส ในเรื่องก็เป็นตำรวจสาวที่จะว่าดวงซวยก็ใช่น่ะครับ จับพลัดจับผลูต้องมาอยู่ในโลกนี่พร้อมๆ กับโรส ในเรื่องก็ดูทะมัดทะแมงสมเป็นตำรวจดี

แล้วหนังยังมี Deborah Kara Unger รายนี้โคตรสวยครับ แต่มาในเรื่องนี่จำแทบไม่ได้ เป็น ดาร์เลีย หญิงลึกลับที่ดูท่าทางเสียสติที่ผลุบๆ โผล่ๆ ในเมือง, Kim Coates รับบทเป็นเจ้าหน้าที่โทมัส กุชชี่ เจ้าของคดีที่ช่วยคริสเข้าไปตามหาลูกเมียในเมือง

แต่รายที่เยี่ยมสุดๆ ต้องยกให้สองเจ้านี้ครับ Alice Krige ในบทคริสตาเบลล่า เจ้าลัทธิลึกลับที่ดูน่ากลัวไม่แพ้ปีศาจ รายนี้ก็โคตรจะฝีมือล่ะครับ ใครเป็นแฟน Star Trek น่าจะจำได้ เธอคือราชินีแห่งเผ่าพันธุ์ซอมบี้ชีวภาพในหนังชุดนั้นน่ะเอง เรื่องนี้เจ๊แกก็ดูโรคจิตคลั่งลัทธิได้ดีตามเคยครับ โทรมและเจ้าอารมณ์มากๆ เอาแค่ฉากตอนเธอเห็นว่าล็อคเก็ทของโรสเป็นรูปใครแล้วกรี๊ดนั่นก็ต้องคารวะแล้วล่ะ แน่จริงๆ (แต่ตัวจริงสวยโคตรเลยนะครับ น่ารักมากๆ ด้วย) และอีกรายก็คือ Jodelle Ferland ผู้รับบทลูกสาวตัวน้อยของโรส ชารอน แล้วเธอยังต้องแสดงอีกหลายบทบาทพอควร และบอกได้เลยว่าแสดงได้เฉียบครับ เฉียบทั้งหมด ตอนน่ารักนี่น่ากอดมากเลยอ้ะ มีขี้อ้อนมีอะไร … แต่ตอนอื่นนี่ มีเฮือกอ้ะ สำหรับผมนะครับ ดูแค่ดาราก็ถือว่าคุ้มแล้วล่ะ ยิ่งสองรายหลังนี่ฝีมือครับ ฝีมือจริงๆ

อืมม์ อา ใช่ ฉากสยองผมลืมไปได้ไงเนี่ย คือ ผมว่าก็ไม่เลวนะครับ อยากฉากฉีกตัวกระเด็นเงี้ยฮะ คิดว่าน่าจะสยองพอนะ แหวะไม่ใช่เล่น โฮย เอาแค่บรรยากาศตอนเมืองค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีเลือดนี่ก็หายใจไม่ทั่วท้องแล้วล่ะครับ (แล้วก็อดนึกถึงไอ้พี่ตัวที่คลานๆๆ ล่ามโซ่ไม่ได้ โอย น่ากัวจริงๆ)

นอกจากนี้นะครับ ผมยังชอบการผูกเรื่องนะ มันอิงกับพวกคลั่งลัทธิ ซึ่งเราก็จะพบเจอได้เป็นประจำอยู่แล้วในโลกเรา พวกสุดโต่งน่ะนึกออกมั้ยครับ อย่างในเรื่องเขาศรัทธาพระเจ้ากันเงี้ย แต่มันดันศรัทธามากเกินไป เนี่ยครับ อะไรที่มันเกินไปแม้จะเป็นสิ่งดีแต่ก็สามารถนำไปสู่สิ่งผิดได้ เหมือนพวกคู่รักที่เลิกกันเพราะคำว่าดีเกินไปไงล่ะครับ เหมือนเป็นคำอ้างแต่ก็ไม่เชิงนะ มันเหมือนกับเรากินข้าวที่อร่อยเหาะ แต่ดันกินมากเกินไป เป็นต้น ความอร่อยของอาหารชนิดนั้นก็เลยกลายมาเป็นความพะอืดพะอมแทน นี่ก็พอกันครับ การศรัทธาในสิ่งดี แต่ดันศรัทธามากเกินไป ไม่คิดพิจารณาเลยว่าสิ่งที่ตนทำมันตรงข้ามกับหลักคำสอนง่ายๆ ที่สอนให้เราเป็นคนดีน่ะ ดังนั้นการจะทำอะไรบางครั้งก็ต้องพอดีนะครับ อยู่บนความพอดี แม้แต่เรื่องดีๆ เถอะ ถ้าทำมากเกินไปมันจะกลายเป็นสิ่งไม่ดีขึ้นมาได้

และจะว่าไปเหตุในเรื่องก็มีต้นเค้ามาจากการเบียดเบียนกัน อืมม์ ไม่รู้นะครับดูหนังผีมากๆ แล้วก็อดหลอนไม่ได้ ไม่อยากจะไปทำร้ายใครเท่าไหร่ เพราะเดี๋ยวพี่แกจะเป็นผีแค้นมาตามราวีเรา จริงๆ ใครบอกว่าหนังผีไม่มีสาระนี่ผมก็ไม่เห็นด้วยนะ มันเป็นเหมือนปริศนาธรรมที่สอนเราทางอ้อมเหมือนกันว่า อย่าเบียดเบียนกันเลย อย่าสร้างวิญญาณพยาบาทหรืออย่างสร้างความชั่วอะไรขึ้นมาเลยดีกว่า ทำดีต่อกัน เป็นห่วงอะไรกันดีกว่า อย่าหาเรื่องกันเลย

หนังทุกเรื่องมีอะไรให้เก็บไปคิดเสมอนั่นแหละครับ แม้แต่หนังที่ห่วยที่สุด อย่างน้อยเราก็เอามาถามตัวเองได้ว่า “ทำไมเราจึงว่าหนังห่วย ตรงไหนที่ห่วย และทำอย่างไรถึงจะไม่ให้มันห่วย” ถ้าเราคิดดีๆ มันก็ให้สาระกับเราได้ แม้แต่หนังจะโล่งโถงแค่ไหนก็ตาม มันช่วยเราลับรอยหยักในสมองได้ตลอดนั่นแหละ

แว้ก นอกเรื่องอีกแล้ว จ้า

ดังนั้น ว่ายังไงดี อา ก็คนที่ชอบหนังแนวลึกลับซ่อนปมนะครับ ผมว่าน่าลองทีเดียว หนังก็สยองใช้ได้เหมือนกันนะ น่าติดตามดี การเดินเรื่องก็ดี ไอ้เรื่องเหตุผลนั้น ไม่รู้สิครับมันพูดยากนะ คือนี่ไม่ใช่หนังฆาตกรรมน่ะครับ จะมานั่งคิดว่าโน่นเป็นไปไม่ได้ นี่เป็นไปไม่ได้มันก็เหนื่อยน่ะครับ ดีไม่ดีปวดหัวด้วย คือในเรื่องมันเป็นมิตินรกน่ะครับ เขาไม่มานั่งถามเหตุผลกับท่านหรอก มันก็เหมือนกับกรณีผี Ju On น่ะแหละ บางคนบอกเป็นไปไม่ได้ ผีจะมาลอดผ่าห่มได้ไง แต่ขอโทษเถอะครับถ้าท่านเป็นผีที่แค้นจัดๆ ล่ะ เหมือนคนเราเวลาตกใจ ยกโอ่งหนักๆ ยังทำได้เลยนี่ เรื่องพวกนี้เราไม่รู้ครับ และผมเชื่อว่าโลกเรานี้ยังมีอะไรอีกมากมายที่หลักเหตุผลและคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ยังต้องมานั่งทำตาปริบๆ ดังนั้นเวลาผมดูหนังพวกนี้นะ ผมไม่เอาตำราฟิสิกส์หรืออะไรเข้าไปหรอกครับ ผมแค่ไปอยู่ตรงนั้นแล้วซึมซับกับโลกตรงนั้นไป ถ้ามันทำได้เนียนไปกับตัวมันเอง ผมว่ามันก็โอเคแล้วอ้ะ และในเรื่องผมว่ามันก็ไปได้นะ เหตุผลโดยรวมๆ ก็นับว่าลงดี แต่ผมก็เข้าใจครับ บางท่านอาจไม่เก็ทไม่รู้ว่าโลก SH มันทำอะไรได้บ้างก็เลยอาจไม่เข้าใจ อันนี้ก็ลองอ่านเพิ่มครับ เชื่อเถอะ ผมว่าอย่างน้อยท่านจะรู้สึกโอเคกับหนังที่ดูเหมือนจะไม่มีสาระเรื่องนี้มากขึ้นเยอะทีเดียว

ครับ ตกลงว่าผมชอบน่ะ ว่าก็ว่าเถอะ ดังนั้นนี่ผมอาจจะลำเอียงอะไรบ้างก็ขออภัยล่ะนะครับ แต่ก็ว่าตามที่คิดน่ะแหละ หนังก็ออกมาดีครับ ดาราดี ฉากและส่วนต่างๆ ค่อนข้างดี บทสรุปก็สะใจดี และเปิดทางสำหรับภาคต่อเหมือนกัน เอาเป็นว่าถ้าท่านอยากดูหนังลึกลับนะครับ เรื่องนี้คุ้มไม่เลว มันอาจทำให้ท่านอยากเล่นเกมก็ได้ครับ ผมยังอยากเลย อยากมาจะสองปีแล้วเนี่ย แต่ก็ไม่มีเวลาซักที แต่ก็รู้เนื้อเรื่องไปจบหมดแล้ว (555) ก็ลองดูครับ

สองดาวครึ่งฮะ

Star22

(7/10)