Action

Pirates of the Caribbean: Dead Man’s Chest (2006) สงครามปีศาจโจรสลัดสยองโลก

Pirates201

หนังภาคต่อของหนังผจญภัยที่ภาคแรกทำเอาไว้ไม่เลวครับ แต่ผมก็ไม่ได้ชอบมากมายนะ คือภาคแรกก็สนุกแหละครับ แต่รู้สึกเลยว่ามันเป็นหนัง Disney ตรงที่มันจะกั๊กๆ ทำอะไรก็แบบยั้งๆ ไม่เต็มที่เหมือนพวก The Mummy ที่ใส่อะไรลงมาเต็มที่กว่า มีทั้งความโหดและอารมณ์ขัน แต่กับ Pirates นั้นพยายามยั้งเพื่อรักษาเรตครับ ทำให้หนังไม่สุดๆ อย่างที่ควรจะเป็น

กับเรื่องราวตอนต่อก็นำพาพวกเรากลับไปสู่มหาสมุทรอีกครั้ง เปิดมาก็เล่าเรื่องต่อเลยครับ ตั้งแต่การแต่งงานของวิลล์ เทอร์เนอร์ (Orlando Bloom) กับ อลิซาเบธ สวอนน์ (Keira Knightley) ที่ดันโดนทหารมาล้อมจับจนงานต้องเลิก และส่งให้ทั้งคู่ต้องเข้าไปอยู่ในคุก สาเหตุก็เนื่องมาจาก ท่านลอร์ดคัทเลอร์ บั๊คเก็ตต์ (Tom Hollander) ผู้แทนจากบริษัท East India Trading Company ซึ่งต้องการจะกวาดล้างโจรสลัดไปให้พ้นจากน่านน้ำแถบนี้ เลยมาตามล่าทุกคนที่เกี่ยวข้องกับโจรสลัดระดับตำนานอย่าง แจ๊ค สแปร์โรว์ (Johnny Depp)

ทีนี้วิลล์เลยต้องหาทางช่วยอลิซาเบธโดยการต่อรองกับท่านลอร์ด อันทำให้เขาต้องเดินทางออกไปตามหาแจ๊คอีกครั้ง

และพอได้เจอแจ๊ค นั่นก็เป็นจุดเริ่มของการผจญภัยครั้งใหม่ที่ยิ่งใหญ่สุดๆ ครับ ซึ่งผมไม่ขอเล่าเนื้อเรื่องอีกตามเคย เพราะมันอีนุงตุงนังใช้ได้ และตอนดูนี่ผมก็สนุกกับการตามเรื่องนี่แหละครับ มันไม่ได้ซับซ้อนอะไรมากมายนะครับ แค่อีนุงตุงนังน่ะ ไอ้โน่นเกี่ยวกับไอ้นี่ ไอ้นั่นไปทำสัญญากับคนนี้ให้ควั่กไปหมด

ท่านรู้แค่อย่างเดียวพอ นั่นคือ พี่แจ๊คตัวดีของเราเจือกไปเคยทำสัญญาไว้กับ เดวี่ โจนส์ (Bill Nighy) กัปตันผู้ทรงอิทธิพลแห่งน่านน้ำแคริบเบี้ยนเมื่อหลายปีก่อน และบัดนี้ครบกำหนดชำระหนี้เป็นที่เรียบร้อย โจนส์เลยควบเรือประจำตัวอย่างฟลายอิ้ง ดัทช์แมนออกมาล่าแจ๊คโดยเฉพาะ

เอาล่ะสิครับ แล้วแจ๊คจะรอดมั้ย วิลล์จะเจอกับอะไรบ้าง และอะไรคือสิ่งที่เขาเรียกกันว่า Dead Man’s Chest ต้องตามไปหาคำตอบกันครับ

จริงๆ หนังเรื่องนี้ริวิวง่ายครับ เพราะผมสามารถสรุปด้วยคำง่ายๆ เพียงห้าคำ นั่นคือ

ไป ดู ได้ เลย ครับ

เชื่อเถอะคุณเอ้ย ไม่ผิดหวังหรอก สนุกอ้ะครับ มันส์ใช้ได้เลย สำหรับผมนะ นี่เป็นหนังที่กู้ศรัทธาซัมเมอร์นี้มาได้สำเร็จ คือต้องขอสารภาพครับว่าหนังเรื่องก่อนๆ ประจำซัมเมอร์นี้ไม่ว่าจะ M:I 3, The Da Vinci Code, X-Men: The Last Stand หรือ Superman Returns ที่ผ่านมานั้น ไม่ใคร่จะโดนใจแบบเต็มๆ ซักเรื่อง ก็ถ้าท่านตามอ่านงานผมตลอดคงรู้ว่าส่วนใหญ่ผมจะบ่นๆ หนังพวกนี้จริงมั้ยล่ะครับ คือมันดูได้น่ะ ไม่ถึงกับเสียดายเงิน แต่เสียดายทางความรู้สึกที่มันน่าจะดีกว่านี้ แต่ดันไม่เต็มที่ซะที

จนมาเรื่องนี้แหละที่เข้าท่าที่สุดแล้วล่ะ

แต่อย่าเพิ่งครับ (โอ้ พลีส ) อย่าเชื่อผมทั้งหมดน่ะ ต้องลองชมเองถึงจะรู้ว่าหนังเรื่องนี้จะโดนใจคุณหรือไม่ ส่วนผมก็ไม่ได้ชอบสุดขั้วนะครับ เพียงแต่มันดูได้เพลิน ฮา แอ๊คชั่นก็ดี ตัวแสดงดี Effect เนี๊ยบ ไม่มีอะไรให้ผิดหวังเท่าไหร่

หนังมันลื่นตลอดครับ แม้จะมีอืดบ้างแต่ก็เล็กๆ น้อยๆ เพราะหนังได้การแสดงโคตรบ้าของไอ้คุณพี่ Johnny Depp ไอ้หมอนี่ขอยกให้เป็นนักแสดงหมื่นลีลา เล่นเรื่องไหนก็เปลี่ยนคาแร็คเตอร์ได้ดังกิ้งก่าเปลี่ยนสีครับ ไม่ซ้ำกันซักที แม้เรื่องนี้จะเป็นการกลับมารับบทเดิมในหนังภาคต่อ แต่บทของแจ๊ค สแปร์โรว์ในภาคนี้ก็มีอะไรมากขึ้นกว่าแต่ก่อน เริ่มจากความฮาที่ยังบ้าเหมือนเคยครับ เอาแค่ไอ้ตอนพี่แกต้องหาทางเอาตัวรอดจากคนป่านั่นก็ฮาเต็มที่แล้ว (ไอ้ฉากโยนผลไม้นั่นน่ะครับ เชยแต่ฮาได้ผล ดูแล้วอเน็จอนาจที่แจ๊คเป็นบ้า )

นี่ยังไม่รวมท่าเดินเพี้ยนๆ กับสำเนียงประหลาดๆ อีก คือหนังเรื่องนี้มีอะไรให้ฮาเยอะขึ้นน่ะครับ รู้สึกเหมือนผู้กำกับ Gore Verbinski เจ้าเก่าจากภาคแรกแกจะรู้ด้วยล่ะครับว่าจุดขายหนังเรื่องนี้คือพี่แจ๊คของเรา ก็เลยใส่อะไรมาซะเพียบ ซึ่งไม่ได้มีแค่ความต๊องเท่านั้น แต่ยังมีความลึกเพิ่มมาด้วย เอาแค่แววตาตอนมองอลิซาเบธในฉากตอนท้ายนั่นก็สุดยอดแล้ว ท่านจะทราบเลยครับว่าสายตาชนิดนั้นมันแฝงอารมณ์อันมากมายจริงๆ และยังเป็นการเปิดประเด็นสำหรับภาคต่อไปด้วย ไม่รู้สิครับ

เอาล่ะ พี่ Depp แมร่งบ้าครับ ส่วนเจ้าอื่นๆ อย่าง Bloom ก็สบายๆ แม้บทจะโดนแจ๊คเบียดเหมือนเดิม แต่ก็ไม่เสียหายครับ เขายังทำได้ดีอยู่ ในขณะที่บทของ Knightley จะดูเด่นขึ้นมา ในเรื่องนี้ฉายแววเซ็กซี่ตลอด โอ้ เปล่าครับ เธอไม่ได้นุ่งน้อยห่มน้อย เธอใส่เสื้อครบตลอดน่ะแหละ ออกจะมิดชิดด้วยซ้ำ แต่ท่าทางครับ เธอดูมีเสน่ห์เย้ายวนอย่างมาก ปากน่าจุมพิตเหลือเกิน อันนี้พูดอย่างตรงไปตรงมาเลยนะครับ มันจริงครับ

ส่วนตัวร้ายอย่างเดวี่ โจนส์ที่ได้ Nighy มาแสดงก็แทบจะไม่เห็นหน้าแกอยู่แล้วล่ะครับ แต่น้ำเสียงและท่าทางมันก็ออกมาเข้าท่ามาก ดูน่ากลัวทีเดียวไอ้ปีศาจหัวปลาหมึกเนี่ย และยังมีพวกทหารของโจนส์ที่หน้าตาประหลาดทั้งนั้น ซึ่งไม่แน่ครับบางคนอาจกลัวได้ (อันนี้เรื่องจริงครับ เพราะคนที่ไปดูกับผมเธอยังบ่นตอนดูเลยว่า “นี่จะกลับไปฝันร้ายมั้ยเนี่ย” หารู้ไม่ เจ๊แกน่ากลัวกว่าพวกนั้นอีกครับ อิอิอิ … ไอ้พวกเพื่อนชาว Psy มาอ่านเจอ กรุณาอย่าเอาไปบอกนะ เดี๋ยวผมจะเสียชีวิตได้ )

แล้วหนังยังได้ ตัวละครเก่าๆ กลับมาเพียบ ตั้งแต่บทเจมส์ นอร์ริงตันของ Jack Davenport ที่ภาคนี้ดูโทรมเยอะครับ แต่ก็ดูมีมิติขึ้นนะ ดูแกเก่งขึ้นน่ะครับ ภาคก่อนดูแหยๆ ไงก็ไม่รู้ มาภาคนี้โทรมแล้วเจ๋งขึ้น, Jonathan Pryce กลับมาเป็นท่านข้าหลวงสวอนน์ พ่อของอลิซาเบธ, Kevin McNally เป็นคุณกิ๊บส์ มือขวาคู่ใจของแจ๊ค และไอ้สองจอมบ้าจากภาคก่อนที่เป็นลูกเรือคนหนึ่งตาเดียว คนหนึ่งก็ชอบเถียงก็กลับมาครับ เรียกว่าภาคนี้ได้อารมณ์ต่อจากภาคแรกดีพอสมควร

แล้วยังมีดาราเจ้าบทบาทอย่าง Stellan Skarsgard มารับบทบู๊ทสแตร๊ป บิลล์ บิดาที่หายสาปสูญไปของวิลล์ ซึ่งแม้จะเมคอัพไม่ใช่น้อย แต่เขาก็ยังแสดงความรักลูกออกมาได้อย่างน่าพอใจครับ อย่างฉากที่แกตะโกนว่า “ไม่!!!!!!!” ตอนรู้ว่าลูกกำลังจะเจออันตรายใหญ่หลวงแล้วตาก็แดงเรื่อขึ้นมานี่ก็ได้ใจผมไปแล้วล่ะ

ตัวดารานั้น แม้จะเพียบ แต่ผมว่าแจกได้ดีนะ พอดูจบก็จำได้กันหมด เพราะแต่ละตัวจะมีปมและความเด่น มีขโมยซีนอยู่เกือบตลอด อย่างที่บอกครับว่าหนังค่อนข้างลื่น ดูเพลิน ได้สาระน่ะไม่ค่อยมีหรอกครับ ดูเอามันส์กันสถานเดียวเลย

แม้หนังจะยาวราวๆ สองชั่วโมงครึ่ง แต่มันส์นะครับ มีอืดแค่เล็กน้อย นอกนั้นได้นักแสดงมาช่วย แค่ดูพี่แจ๊คแกพล่ามก็ฮาแล้วล่ะครับ ตามด้วยฉากแอ๊คชั่นแล้วก็การเดินปมต่างๆ เรื่องของเดวี่ โจนส์ก็น่าสนใจไม่น้อย ปมของแกก็น่าสนเหมือนกัน และน่าจะทำให้ตัวละครรายนี้มีหัวใจขึ้นอีกมากครับ เพราะสาเหตุที่แกต้องมาเป็นปีศาจไร้จิตใจนี่ก็เกิดมาจากเรื่องของ “หัวใจ” นั่นแหละ

งานดนตรีของ Hans Zimmer เจ้าเก่าก็หายห่วงครับ เอานิ้วยกให้ไปเลย ยังดีอยู่ ฉากสุ้กันก็ผสมกันทั้งความมันส์และความฮาครับ ยิ่งไอ้ตอนเอาดาบไปฟันกันบนล้อหมุนนั่น ทั้งวุ่นวายทั้งฮาเลยล่ะครับ แล้วพอฟันกันเสร็จพอแต่ละคนเดินลงมานี่ให้อารมณ์โฆษณา “เซียงเพียวอิ้ว” อย่างมาก นี่ถ้ามีคนแก่โผล่เข้ามาผมคงฮาตายเลยล่ะครับ

ฉากบู๊ทางเรือก็ยังออกมาสนุกและมีลุ้นอยู่ แต่ไฮไลท์ของภาคนี้คงหนีไม่พ้นคราเก้น สัตว์ประหลาดในตำนานที่อยุ่ในอาณัติของเดวี่ โจนส์ ซึ่งกับคนอื่นอาจเฉยๆ นะครับ แต่ผมนี่โคตรบ้าเลยล่ะ เพราะบอกตามตรง ผมใฝ่ฝันที่จะเห็นไอ้ตัวนี่บนเจอเงินยักษ์ๆ มานานแล้วว

คราเก้นนี่ถ้าใครชอบตำนานสัตว์ประหลาดกลางทะเลล่ะคงคุ้นชื่อครับ มันคือสัตว์ประหลาดยักษ์ที่ว่ากันว่าสามารถกลืนกินเรือได้ทั้งลำ และในหนังก็สามารถสร้างภาพการบุกของคราเก้นได้อย่างยิ่งใหญ่ครับ น่ากลัวพอใช้ (แต่ยังไม่มากครับ คาดว่าคงสยองมากไม่ได้ เพราะนี่มันหนัง Disney) เหมือนฝันที่เป็นจริงครับ ได้เห็นสัตว์ประหลาดในดวงใจมาขึ้นจอแบบเต็มรูปขนาดนี้

แต่ถ้าเจอตัวจริงผมคงไม่ขอลายเซ็นต์หรอกครับ ได้แต่รอเวลาโดนแกขย้ำอย่างเดียว … เจอแกแล้วไม่น่ารอดอ้ะ ไอ้พี่คราเก้นเนี่ย

นี่ก็ความชอบส่วนตัวครับ เห็นแล้วได้ใจดี งาน Effect ก็เนี๊ยบลงตัวดี อะไรหลายๆ อย่างมันครบองค์ประชุมสำหรับหนังดูเพลินเลยน่ะครับ

แหม เห็นผมชมขนาดนี้ก้ไม่ใช่ว่ามันสุดยอดหรอกนะครับ เพราะอย่างที่บอก บางช่วงที่อืดๆ ก็มีน่ะ หรือการเดินเรื่องจะว่าไปมันก็ยังคงความ กั๊ก แบบภาคแรกอยู่ดี นี่ถ้าเล่นแบบเต็มจินตนาการแบบ The Mummy หรือ Indiana Jones ไปเลยคงดี แม้จะโหดบ้าง ติดเรตบ้าง แต่มันจะเต็มอารมณ์กว่ากันเยอะครับ

ดังนั้นหนังจึงสนุกดูเพลิน ไม่ผิดหวัง แต่เสียอย่างเดียวที่มันไม่เต็มที่สุดโต่งไปเลย นี่ยังกั๊กๆ อยู่น่ะ อันนี้เสียดายหน่อยๆ แต่เท่าที่เป็นก็มันส์แล้วล่ะครับ

ผมชอบฉากนี้มากเลยครับ แม้จะดูเป็นฉากชัดๆ แต่แสงไฟ ควัน และมุมกล้องจัดมาได้ลงตัว สวยดีมากจริงๆ

หนังเปิดปมไว้เพียบ เพื่อรอการมาของภาคสามในปีหน้านะครับ ซึ่งเตรียมมันส์ได้เลยฮะ เพราะจะมีทั้งพ่อพี่แจ๊คแกโผล่มา ตามด้วยพี่โจวเหวินฟะ แล้วเหล่าตัวละครที่ยังเหลือในภาคนี้ก็ยังตามไปอีก โอ้ย ภาคหน้านี่มันจะสามชั่วโมงมั้ยวะเนี่ย

ตัวละครเดิมก็เยอะอยู่แล้ว ตอนจบยังมีเซอร์ไพร์สโผล่มาอีกหนึ่งตัว … แบบนี้ภาคหน้า ถ้าหากพี่ Gore Verbinski แกยังมือแม่นอยู่ และหนังเลิกกั๊กนะ เตรียมถล่มรายได้หนักกว่าภาคนี้ได้เลย

ครับ สรุปว่า ดูได้เลย ไม่ต้องห่วง สนุกเอาฮา สาระไม่ต้องคิดครับ มันผจญภัยอ้ะ เพลินออก แล้วหนังแนวนี้ก็ไม่ค่อยมีด้วย ถ้าอยากผ่อนคลายล่ะได้เลยครับ

สองดาวครึ่งครับ

Star22

(7/10)