รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Halloween II (1981) ฮัลโลวีนเลือด 2

Halloween2001

ในคืนฮัลโลวีน ไมเคิล ไมเยอร์ส ได้กลับมาบ้านเพื่อเล่นเกมสยอง และดร.แซม ลูมิส (Donald Pleasence) จิตแพทย์ผู้รักษาเขาได้ตามมาหยุดยั้ง โดยยิงใส่เขา 6 นัด … แต่เขากลับไม่ตาย!

ครับ นี่เป็นหนังภาคต่อขนานแท้ เพราะเหตุเกิดต่อเนื่องจากภาคแรกแบบวินาทีต่อวินาที หนังเล่าเหตุการณ์หลังจากไมเคิลโดนหมอลูมิสยิง แต่พี่แกไม่ตายครับ ยังเดินไปฆ่าชาวบ้านต่อ ส่วนลอรี่ สโตรด (Jamie Lee Curtis) ก็ถูกนำส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษาตัว แล้วพี่ไมเคิลแกก็ตามไปฆ่าเธอตามฟอร์มครับ เพราะคืนวันฮัลโลวัน มันยังไม่หมดลงนี่หน่า

นี่ก็เป็นครึ่งคืนต่อจากภาคแรกครับ เรียกได้ว่าคืนนั้นไม่มีใครสงบสุขกันเลย บรรยากาศหนังก็ยังคงมืดอยู่ตลอดเรื่องครับ ความน่ากลัวก็เลยครอบคลุมไปทั้วเช่นกัน ครั้งนี้ John Carpenter ทิ้งหน้าที่กำกับแล้วก็จับมือกับ Debra Hill มาเขียนบทร่วมกันไป ตัวหนังเลยต่อเนื่องจากภาคแรกครับ (เพราะคนเขียนบทชุดเดิม) แล้วจังหวะหนังก็ยังคงกลิ่นอายต้นฉบับไว้อย่างดี อันนี้ถือเป็นส่วนดีครับ

และตามสูตรทั่วไป หนังสยองภาคต่อ ศพต้องเยอะขึ้น เลือดเยอะขึ้น ฉากการฆ่าโหดหนักกว่าเก่า อย่างจับโยนลงไปในอ่างน้ำร้อนๆ จนเนื้อตัวลอกเป็นต้น (แหวะครับ แหวะมาก) หนังเลยสยองไม่เลวเลยครับ แล้วยังมีการใช้เข็มฉีดยาให้เป็นอาวุธสังหารด้วย เห็นทีไรมันก็อดเสียวไส้ไม่ได้ครับ ใครไม่ชอบเข็มคงวาบแน่ๆ เลยล่ะ

Halloween2002

ฉากไล่ล่าระหว่างไมเคิลกับลอรี่ก็มีลุ้นเยอะเหมือนกัน คราวนี้ล่ากันรอบโรงพยาบาลครับ (เป็นโรงบาลที่เงียบดีมากครับ ไม่มีมนุษย์มาเดินเท่าไหร่เลย) ตรงนี้ส่วนหนึ่งที่หนังตื่นเต้นก็มาจากดนตรีของ ลุง John Carpenter กับ Alan Howarth เจ้าเดิมที่เอาเพลงธีมดั้งเดิมมาเสริมความพริ้วลงไป ทำให้หลอนขึ้นนิดๆ อันนี้เข้าท่าดีครับ

ด้านนักแสดงก็อยู่ในระดับดี Lee Curtis ยังคงแสดงเป็นหญิงประสาทเสียผู้น่าสงสารได้อย่างดี (โอย เจอพี่ไมเคิลมาตามฆ่าทั้งคืนแบบนี้ จะให้มีสติดีไหวเหรอครับ) ส่วน Pleasence ก็ยังดูน่าเชื่อถือกับบทหมอลูมิสตามเคย

นอกจากนี้หนังยังถือเป็นตอนต่อที่เข้าท่าและชาญฉลาดไม่น้อย ตรงที่มีการจับเอาข้อมูลที่เรายังไม่ทราบในภาคแรกมาเฉลยในภาค 2 อันนี้เลยทำให้ภาคสองมันดุแน่นขึ้นในตัวเองและทำให้ภาคแรกมีเหตุผลตามไปด้วย ปมนี้สำคัญมากครับ เพราะมันเป็นการบอกเหตุผลว่า ลอรี่เป็นใคร ทำไมถึงต้องโดนไมเคิลไล่ฆ่า

สรุปว่าภาคนี้ทำได้ดีในระดับน่าพอใจล่ะครับ ช่วงต้นเรื่องนี่ลุ้นระทึกดีมาก ตั้งแต่ตอนที่ 2 ตายายโดนไมเคิลย่องเข้าบ้านนั่น แล้วมาถึงตอนที่ดร.ลูมิส วิ่งตามคนที่เขาคิดว่าเป็นไมเคิลอย่างบ้าคลั่ง ช่วงนั้นทำได้น่าลุ้นและสับสนดีครับ พอมาตอนกลางๆ ก็ผ่อนลงหน่อย จนช่วงท้ายนี่แหละที่หนังกลับมามันส์อีกครั้งหนึ่ง

อันนี้ตามปกติผมก็ต้องชมผู้กำกับ Rick Rosenthal ใช่มั้ยครับ แต่ก็คงไม่เป็นเช่นนั้นซะทีเดียว เพราะจริงๆ แล้ว ได้ข่าวว่าหนังฉบับดั้งเดิมที่ Rosenthal ทำออกมาค่อนข้างเนิ่บช้าคับ (เหตุผลเพราะเขาอยากจะเน้นเรื่องตัวละครมากกว่าความสยอง) จนลุง John แกต้องลงมาถ่ายทำฉากน่ากลัวเพิ่มลงไป ซึ่ง Rosenthal ก็คัดค้านครับ แต่ยังไงลุง John แกก็เจ้าของหนังมาก่อนน่ะ เลยมีสิทธิ์ และเท่าที่ดูจากผลงานต่อๆ มาของ Rosenthal แล้ว ก็ดูท่าว่าข่าวนี้จะจริงครับ อย่าง Halloween ภาค 8 ที่เขากลับมาทำนั้น มันออกจะอืดอย่างเขาว่าจริงๆ น่ะแหละ

ตัวหนังก็ถือว่าเป็นภาคต่อที่ทำได้ดีไม่เสียชื่อภาคแรก เอามาดูต่อกันก็มันส์พิลึกล่ะครับ อีกทั้งลุกเล่นหนังก็เข้าท่าตั้งแต่ไตเติ้ลแล้วครับ ที่กล้องมีการซูมเข้าไปภายในฟักทอง ก็เหมือนเป็นการบอกใบ้ว่าภาคนี้เราจะได้รู้อะไรมากขึ้นอีก

สองดาวครึ่งครับ

Star22

(7/10)

7pUKrrLS59rU8tXlj7VBhENqflv

++ ด้านล่างนี้คือรีวิวเพิ่มเติมที่ผมเขียนไว้ลงใน Movie Time ครับ ++

พอภาคแรกดัง ค่ายหนังก็มารุมจีบผู้สร้าง พร้อมทั้งยินดีจัดจำหน่ายภาคต่อให้ และค่ายที่มาวินก็คือ Universal Pictures นอกจากนี้ยังได้ Dino De Laurentiis นักสร้างหนังอิตาเลียนมาร่วมหนุนด้วย โดยที่ Yablans กับ Akkad ยังนั่งแป้นเป็นผู้สร้างเช่นเดิม ประกาศว่าภาคต่อมีแน่นอน ทุนสร้างก็เพิ่มเป็น $2.5 ล้านเหรียญ ทีมดารานำพร้อมกลับมาครบ แต่ Carpenter ไม่ขอกำกับครับ เหตุผลคือเขาไม่อยากทำหนังแบบเดิมๆ ต่อกันสองเรื่อง เลยมอบเก้าอี้ผู้กำกับให้ Wallace ทีมงานจอมขยันจากภาคที่แล้วแทน แต่ Wallace ก็ไม่ทำครับ Carpenter เลยสอดส่ายสายตาไปเจอ Rick Rosenthal ผู้กำกับโนเนมที่เคยทำหนังสั้นไว้ระทึกประทับใจ Carpenter มาก จึงเชิญมากำกับ ส่วนตัวเองกับ Hill ก็นั่งปั่นบท

ตอนแรกทั้งสองคิดเรื่องให้เกิดหลังจากภาคแรกหลายปี ประมาณว่าลอรี่ย้ายไปอยู่บนอพาร์ทเมนท์สูงเสียดฟ้า กำลังเพลินกับชีวิตใหม่ แต่ไมเคิลก็ยังไต่ขึ้นไปฆ่า อีกทั้งยังวางแผนว่าจะทำเป็น 3 มิติอีกด้วย แต่เหล่าผู้สร้างเห็นตรงกันว่า ความฮิตของภาคแรกคือบรรยากาศมืดๆ มุมกล้องแคบๆ ถ้าจะให้ดีก็ควรเล่าเรื่องแบบภาคแรกน่ะแหละ Carpenter กับ Hill เลยตัดสินใจเขียนให้เป็นเรื่องต่อจากตอนจบภาคแรก นั่นคือไมเคิลยังไม่ตายครับ แกโดนหมอลูมิสยิงไปหกนัดแต่ลุกขึ้นเดินเฉย (หน้าด้านมาก) หมอลูมิสเลยต้องรวมสมัครพรรคพวกทั้งนายอำเภอและตำรวจตามล่าไมเคิล ขณะเดียวกันลอรี่ที่รอดมาก็ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล โดยที่เธอไม่รู้เลยว่าฝันร้ายยังไม่จบ ไมเคิลกำลังแกะรอยเพื่อตามไปเล่นเกมฮาโลวีนโหดกับเธอ!

ว่ากันว่า Halloween II ฉบับที่ Rosenthal กำกับนั้นพยายามเน้นพัฒนาการของตัวละคร แล้วก็สยองไม่เยอะ ซึ่งทางผู้สร้างและ Carpenter ต่างเห็นตรงกันว่ามันน่าเบื่อ ทำให้ Carpenter ต้องลงมือกำกับบางฉากให้มันสยองกว่าเดิม โหดกว่าเก่า ดังนั้นความสยองที่มากกว่าเดิมในภาคนี้มาจากฝีมือของ Carpenter เกือบทั้งสิ้นครับ

ภาคนี้เลยเป็นต้นแบบของหนังภาคต่อแนวสยองไล่ฆ่าที่มีธรรมเนียมปฏิบัติคือ โหดกว่า เลือดเยอะกว่า ฉากการตายสยองว่า ซึ่งสยองจริงๆ ครับ ผมยังติดตาฉากฆ่าด้วยเข็มฉีดยาเลย โหดมากอ้ะครับ ลองไปดูกันได้

แม้จะไม่คลาสสิกเท่าภาคแรก แต่ก็ไม่เสียชื่อหนังตระกูล Halloween ทำเงินไป $25.5 ล้าน กำไรพอประมาณ คำวิจารณ์ก็ผสมกันไป ส่วนมากบอกว่าสยองขึ้น เลือดเยอะดี แต่บทอ่อนลง ตัวละครฉลาดน้อยลง ความคมเข้มแบบไม่ต้องมีเลือดอย่างภาคแรกหายไป

ส่วนผมก็โอเคครับ เอาสยองแบบไม่ต้องคิดมาก อันที่จริงหนังมีจุดน่าสนใจ คือการเผยปมที่เราไม่เคยรู้จากตอนก่อน เช่น สาเหตุแท้จริงที่ลอรี่โดนไมเคิลตามฆ่า แล้วยังมีการเชื่อมไปเกี่ยวกับพวกลัทธิบูชาซาตานอีกด้วย (แม้ัจะออกแนวต่อความยาวสาวความยืดไปบ้างก็ตาม)

เจตนาดั้งเดิมของ Carpenter กับ Hill นั้น ต้องการปิดตำนานไมเคิล ไมเยอร์สลงที่ภาคนี้ครับ เลยจัดการให้ไมเคิลเจอของหนัก ระเบิดตูมๆ ชนิดที่ไม่น่ารอดมาได้

แม้ไมเคิลจะตายไปแล้ว แต่พวกเขาก็ยังมีโครงการจะทำ Halloween ตอนต่อไปอยู่… เอ แล้วทำยังไงล่ะ

ของแบบนี้ต้องติดตามตอนที่ต่อไปครับ 555

 

Advertisements