Action

The Hard Way (1991) พระเอกอย่างข้า ขอล่าด้วยคน

qSn0jhpQPgqftssv2jy652shTz6

ในช่วงต้นยุค 90 นี่เราจะได้เห็นงานสไตล์เดียวกันตามสูตรออกมาเป็นร้อยๆ เรื่องครับ อย่างพวกหนังแอ๊คชั่นสไตล์ Die Hard กับ Lethal Weapon นี่สร้างออกมาเพียบ แต่ที่ดังจริงๆ ก็มีแค่สองเรื่องนั่นแหละครับ และอีกแนวหนึ่งที่จะเจอบ่อยก็คือ แนวตำรวจคู่หู ซึ่งดั้งเดิมสูตรที่นิยมเล่นกันก็คือ ตำรวจเหมือนกันแต่นิสัยต่างกันราวฟ้ากับเหวมาจับคู่กัน แล้วก็มีกัดกันตีกัน แต่สุดท้ายก็ลงเอยด้วยการร่วมหัวจมท้ายช่วยจับเหล่าร้าย นี่แหละสูตรยอดนิยมล่ะครับ

ทีนี้พอมีหนังแนวตำรวจคู่หูสร้างกันออกมามากๆ คนดูก็เริ่มเอียนครับ มันซ้ำๆ กันมากไปอ้ะ จนผู้สร้างคนเขียนบทต้องคิดมุขใหม่ คือยุดโครงเรื่องคู่หูดั้งเดิมไว้ แต่ต้องประยุกต์ให้คู่หูมีความแตกต่างกันมากขึ้นกว่านิสัย ก็เลยมีออกมาหลายแบบครับ อย่างตำรวจคู่กับหมาบ้างล่ะ (Turner & Hooch) หรือให้ตำรวจคู่กับนักเขียนนิยายบ้างล่ะ และเรื่องนี้ก็เป็นหนึ่งในกระบวนการประยุกต์นั้นครับ

หนังเล่าถึงเรื่องของนายตำรวจจอมห่ามจอห์น มอสส์ (James Woods) NYPD ที่ไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหมหน้าไหนทั้งสิ้น แต่ดันต้องมาโดนประกบโดย นิค แลงค์ (Michael J. Fox) พระเอกชื่อดังแห่งยุคที่ต้องการจะทำหนังเกี่ยวกับตำรวจ พี่แกเลยมาขอติดตามจอห์นเพื่อสังเกตการณ์จากประสบการณ์จริงซะเลย

ก็คงเดาได้นะครับว่าไอ้คู่นี้จะตีกันมากน้อยแค่ไหน แต่ความวุ่นวายไม่หยุดแค่นั้น เพราะตอนนี้ จอห์นกำลังทำคดีตามล่านักฆ่าจอมโหดที่ไล่ฆ่าคนกลางที่สาธารณะอย่างเย้ยกฎหมาย งานนี้จอห์นเลยต้องไล่ล่ามัน ปกป้องผู้บริสุทธิ์ และหาทางหยุดปากตาพระเอกจอมพล่ามรายนี้ให้ได้ เฮ่อ แค่นึกก็เหนื่อยแทนแล้วน้อ

โดยส่วนตัวผมถือว่าเป็นความพยายามที่ไม่เลวเลยนะครับ เหมือนนั่งพิจารณาวัฏจักร Hollywood ยังไงก็ไม่รู้ คือพอถึงทางตัน แต่ละค่ายหนังก็จะหาทางดิ้นรนสร้างสิ่งใหม่ๆ ขึ้นมาจากสิ่งเดิมๆ ที่ดีอยู่แล้ว เหมือนคิดต่อยอดน่ะครับ หากินต่อไป อย่างยุคนั้นหนังตำรวจดัง แต่พอสร้างเกร่อ ก็เลยหาทางคิดอะไรที่มันแหวกออกไป โดยเท้าข้างหนึ่งก็ยังยืนอยู่จุดเดิมน่ะแหละ พอมาดูตอนนี้ก็พอกันน่ะ Hollywood มุขตัน เลยเริ่มขุดอะไรเก่าๆ มารีเมค รวมไปถึงเอาหนังตะวันออกเราไปรีเมค ก็เข้าข่ายวว่าเอาของเดิมที่ดีชัวร์ๆ อยู่แล้วไปต่อเติมสร้างสรรค์เป็นสิ่งใหม่ขึ้นมา

บางครั้งถ้าอยากมีอนาคต ก็ต้องพิจารณาอดีตกับปัจจุบันให้มั่นคงก่อน แล้วค่อยหาแนวทางต่อไป ซึ่งก็เหมือนวิวัฒนาการครับ อะไรที่ดีจริงแน่จริงก็จะคงอยู่ต่อไป แต่ถ้าอันไหนออกมาไม่ดีก็จะค่อยๆ หายไป เหมือนหนังน่ะแหละ ทางไหนดีก็ยังมีการต่อยอดต่อไป แต่ถ้าอันไหนทำแล้วเหลวก็เลิกคิดได้

Untitle03268

และสำหรับการคิดใหม่ยำใหม่ครั้งนี้ ผลก็ออกมาไม่เลวเลยครับผม หนังออกมาแม้จะไม่ยอดเยี่ยม แต่ก็ดูเพลิน ซึ่งส่วนสำคัญก็มาจากพลังดาราของสองดารานำที่เข้าขากันได้ดี แต่รายที่เด่นจริงและแน่จริงในเรื่องก็คือ Woods ครับ โอ้ รายนี้แกแน่จริงมาแต่ไหนแล้วล่ะ เรื่องนี้จัดว่าทั้งเด่น ทั้งเท่ห์ ดูแล้วเชื่อครับว่าแกเป็นตำรวจพระเอกจริงๆ เจ้านี้เก่งมากครับ ตอนเล่นเป็นตัวร้ายนี่ก็ดุ โหด ตาอำมหิตมากๆ แต่กับเรื่องนี้ท่าทางดูอบอุ่นครับ ห่ามแต่อบอุ่น ประชาชนวางใจได้อ้ะว่าหมอนี่ปกป้องบ้านเมืองได้แน่นอน

ส่วนพระเอกหน้าเด็กตลอดกาลของเราอย่าง Fox ก็สบายครับ ไปเรื่อยๆ กับบท สนุกสนานไปเรื่อยๆ แต่หลายทีก็โดนปารมี Woods กลบไปเหมือนกันแต่ก็ไม่มีปัญหาครับ แม้ชื่อ Fox จะขึ้นนำ แต่ผมว่าคนที่เป็นพระเอกจริงๆ คือ Woods นี่แหละ ไม่ใช่ว่า Fox แสดงแย่กว่านะครับ เพียงแต่ Woods หาคนมากินแกลงยากอ้ะครับ

จังหวะหนังก็ถือว่าทำได้ตามมาตรฐานของยุค 90 ตอนต้นน่ะครับ ดูเพลินๆ แต่ไม่ได้ลุ้นมากมายอะไร การสืบสวนก็ไม่ได้ซับซ้อนซ่อนเงื่อนนัก เหมือนโชว์พลังดาราให้เดินเรื่องไปเรื่อยๆ มีมุขฮาแทรกมาเป็นพักๆ ซึ่งกับเรื่องนี้ก็แค่พอยิ้มๆ ครับ

นี่ก็เป็นงานกำกับของ John Badham ซึ่งผมว่าแกก็มีฝีมือนะ ยุคโน้นน่ะทำหนังเพียบไปหมด ไม่ว่าจะ Saturday Night Fever, Blue Thunder, Short Circuit แต่ก็ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าหนังแกจะไม่เชิงตามสูตรเท่าไหร่ อย่างเรื่องนี้แม้จะมีโครงเดิมแนวเดิม แต่โดยรวมแล้วมันก็ถือเป็นหนังแนวประยุกต์มาอีกทีครับ ไม่ใช่ตามสูตรหรอก และงานของเขาก็ออกมาในระดับเดียวกันแทบทั้งสิ้น นั่นคือดูได้สบายๆ แต่ไม่ถึงกับโดดเด่นจนน่าชื่นชมปรบมือ และ The Hard Way ก็จัดว่าเป็นประเภทนั้นเหมือนกันครับ

ก็เป็นหนังเก่านะครับ แต่น่าจะหาดูได้เพราะผมว่ายังเคยเห็นแผ่นอยู่ ตัวหนังเองก็โอเคน่ะครับ เหมาะกับคอหนังแนวคู่หูจับขโมย แล้วก็แฟนดารานำ ด้านแอ๊คชั่นก็ไม่ได้มันส์อะไรนะครับ บอกไว้ก่อน เน้นเบาสมองแลัวก็การต่อปากระหว่างสองพระเอกมากกว่า

ดูได้ไม่ผิดหวัง แต่ถ้าไม่ดูก็ไม่ว่ากันครับ

สองดาวครับ

Star21

(6/10)