รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

A Hologram for the King (2016) ผู้ชายหัวใจไม่หยุดฝัน

20526009_1721750501189077_9089216874261162312_n

ดูเรื่องนี้แล้วรู้สึกเหมือนดู Larry Crowne อีกรอบน่ะครับ (นำแสดงโดย Tom Hanks ทั้งคู่) คือมันรู้สึกเหมือนกันเลยว่าทั้งเรื่องนี้และเรื่องนั้นเป็นหนังชีวิตที่จริงๆ แล้วมีดี แต่การนำเสนอยังน่าติดตาม และสาระประเด็นดีๆ ก็ไม่ได้รับการบอกเล่าให้เข้าถึง

Tom Hanks รับบท อลัน เซลล์ชาวอเมริกันที่เพิ่งผ่านมรสุมชีวิตครอบครัวมา และตอนนี้เขาต้องเดินทางไปยังซาอุดิอาระเบียเพื่อปิดจ็อบทางธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในชีวิต นั่นคือไปพรีเซนต์งานถวายให้กษัตริย์แห่งซาอุฯ

แต่เขาก็ต้องรอแล้วรอเล่า ยังไม่ได้พรีเซนต์สักที (เนื่องจากกษัตริย์กำลังเสด็จเยือนต่างประเทศ) และระหว่างนั้นเขาก็ได้มีโอกาสทำความรู้จักกับคนรอบๆ ตัว ไม่ว่าจะคนขับรถ (Alexander Black) หรือคุณหมอหญิงคนหนึ่ง (Sarita Choudhury) และนั่นล่ะครับที่ทำให้เขาได้ค้นพบอะไรบางอย่างในชีวิตของเขาเอง

ครับ จริงๆ มันคือหนังของคนสักคนหนึ่งที่เดินทางไปยังต่างแดน แล้วก็เจออุปสรรคปัญหา ก่อนที่จะได้เรียนรู้วิชาชีวิตจากมัน แล้วก็ได้สานสัมพันธ์กับคนรอบข้าง อันทำให้เขาเข้าถึงความหมายที่แท้จริงของชีวิตมากขึ้น

มันคือหนังแนวเปลี่ยนชีวิตน่ะครับ จริงๆ มันควรเป็นหนัง Feel Good นะ แต่ตัวหนังกลับทำได้ไม่ถึงสักเท่าไร ในแง่ดราม่าก็เรื่อยๆ ในแง่สาระก็เรื่อยๆ หรือในแง่ของเรื่องราวก็ยังออกแนวเรื่อยๆ ไม่ได้มีอะไรชวนติดตามเท่าที่ควร

แต่การแสดงไม่มีปัญหานะ Hanks ยังคงเป็นมืออาชีพ เช่นเดียวกับดาราคนอื่นๆ ที่ร่วมจอ เพียงแต่ปัญหาคือหนังมันไม่ก่อให้เกิดอารมณ์ร่วม มันเดินเรื่องไปแบบเรียบเรื่อย แม้จะมีสถานการณ์น่าสนใจเกิดขึ้นเป็นพักๆ แต่การนำเสนอมันกลับนิ่งจนความน่าสนใจไม่บังเกิด

AHologramfortheKing_CLIP_hello2

หนังกำกับโดย Tom Tykwer แห่ง Perfume: The Story of a Murderer, The International และร่วมกำกับ Cloud Atlas ซึ่งแต่ละองค์ประกอบของหนังผมว่าออกมาดีหมดครับ เสียตรงการเดินเรื่องนีแหละที่ไม่มีจุดดึงดูดเลย

ในแง่รายได้ก็ไปไม่ถึงฝั่งครับ ทำไปแค่ $4 ล้านเอง จากทุนประมาณ $30 ล้าน ก็กลายเป็นอีกหนึ่งหนังวูบของ Hanks ไปโดยปริยาย (ในขณะที่ Larry Crowne ยังถือว่าวูบไม่เยอะ จริงๆ คือได้ทุนคืนด้วย โดยลงทุนเท่ากับเรื่องนี้เลย)

จำได้ว่าตอนดู Larry Crowne ผมรู้สึกว่าหนังมันมีประเด็นน่าจับมาเล่นเยอะมาก แต่หนังกลับไม่เล่น ปล่อยผ่านไป แล้วเดินเรื่องแบบทื่อๆ พอมาเรื่องนี้ก็อีหรอบนั้นน่ะครับ หนังมีหลายประเด็นอีกเช่นกัน

ไม่ว่าจะเรื่องอดีตของอลัน, เรื่องครอบครัวที่แหลกสลายของเขา, เรื่องของพ่อ, เรื่องของคนทำงานที่ต้องเร่งยอดให้ได้ตามเป้า, เรื่องของศาสนา, เรื่องความหมายของชีวิต ฯลฯ หลายอย่างได้รับการเปิดๆ เปรยๆ ในหนัง แต่ไม่ได้รับการต่อยอดให้งอกเงย

จริงๆ พอดูจากเรื่องราวแล้ว ผมว่าหนังมีอะไรหลายอย่างที่จะสอนเราครับ อย่างการปล่อยวางอดีตที่ผ่านพ้นแล้วหันมาอยู่กับปัจจุบัน, การอยู่กับปัจจุบันโดยไม่คาดหวัง เพื่อที่จะได้ไม่เครียดหรือกดดันจนเกินไป และการค้นหา “บ้านที่ๆ เป็นของเราอย่างแท้จริง” ไม่ว่าจะบ้านของชีวิต บ้านของความรู้สึก หรือที่ทำงานที่เป็นดั่งบ้าน

หากใครมีเวลาอ่านหนังสือ ก็อยากให้หามาอ่านครับ สาระแง่คิดดีๆ จากหนังสือยังมีอยู่อีกเยอะ จนแอบเสียดายเหมือนกันที่หนังไม่ได้นำพาสาระดีๆ เหล่านั้นมาถ่ายทอด… ไม่งั่นหนังจะต้องดีและสร้างพลังให้กับผู้ชมได้มากกว่านี้แน่นอน

สองดาวครับ

Star21

(6/10)

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.