รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Son of the Pink Panther (1993) มือปราบ พิ้งค์แพนเตอร์

B0009S4J4G.01._SZZZ_

และหลังจากห่างหายไปหลายปี The Pink Panther ก็ทำท่าจะกลับมาอีกครั้ง ตอนนั้นข่าวก็ดังไม่ใช่เล่นนะครับ เหมือน น้องๆ 007 กลับมาเลยล่ะ ผมก็เลยนึกว่า Pink Panther จะกลับมาอีกครั้ง … แต่ที่ไหนได้ ดาวหางครับ

เนื้อเรื่องภาคนี้เกี่ยวกับคดีการลักพาตัวเจ้าหญิงจัสมิน (Debrah Farentino) ซึ่งผู้บัญชาการตำรวจชาร์ลส เดรย์ฟัส (Herbert Lom) ก็ได้เข้ามาร่วมจัดการเรื่องนี้ และเขายังได้พบกับ นายตำรวจพลตระเวนนาม จ๊าค แกมเบรลลี่ (Roberto Benigni) ผู้ที่เขารู้สึกว่าหน้าตาช่างละม้ายคล้ายกับ สารวัตรคลูโซเหลือเกิน และจากการสืบไปสืบมาก็พบว่าเขาคือลูกชายของคลูโซ (จริงๆ แทบไม่ต้องสืบครับ เพราะแค่เจอกันรอบแรก เดรย์ฟัสก็อ่วมอรทัยแล้ว … ก็จะมีใครอีกเล่าที่สามารถทำให้เดรย์ฟัสซวยแบบมหาศาลขนาดเนี้ย)

ทีนี้จ๊าคก็เลยมาช่วยตามสืบคดีเจ้าหญิงจัสมินนี่ซะเลย ซึ่งผลก็น่าจะเดาได้ล่ะครับ แต่กว่าจะจัดการได้นี่มันก็ต้องป่วนสไตล์ Pink Panther อยู่แล้ว

ก็เป็นการผูกเรื่องที่ไม่เลวนะครับ เพราะแม่ของจ๊าค แกมเบรลลี่คนนี้ก็คือ มาเรีย แกมเบรลลี่ ซึ่งเป็นนางเอกของหนัง Pink Panther ตอน A Shot in The Dark นั่นเอง ซึ่งในภาคนั้นรับบทโดย Elke Sommer แต่ในตอนนี้ได้ Claudia Cardinale มารับบทแทน (ซึ่งเธอคนนี้ก็เคยเล่นเป็นบทเจ้าหญิงดาล่า ใน The Pink Panther ภาคแรกด้วยน่ะครับ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกครับ เพราะหนังชุดนี้ชอบใช้ดาราคนเดิมๆ มาเล่นในบทต่างๆ กันประจำ)

แม้จะผูกเรื่องได้ไม่เลว แต่เรื่องข้างในดันไม่ดีนี่สิครับ เลยเสร็จเลยทีเนี้ย เพราะหนังเนื้อในมันธรรมดาครับ ความสนุกความตลกมันจืดๆ ไม่ค่อยเท่าไหร่ แม้ Roberto Benigni จะแสดงได้ฮามากก็เถอะ (ใช่ครับ เขาเป็นคนเดียวกับที่ได้ออสการ์จาก Life is Beautiful นั่นแหละ) ขานี้เป็นนักแสดงที่ฮาและลื่นไหลคนหนึ่งอยู่แล้วล่ะครับ จนพี่แกออกจะกระตื้อรือร้นมากไปหน่อยด้วยซ้ำไป (เวรกรรมจริงๆ ครับ งวดก่อน Ted Wass เล่นนิ่งเกินไป มางวดนี้ดันกระตือรือร้นเกินไปอีก เฮ่อ )

แต่จริงๆ นะครับ พี่ Roberto แกเล่นได้ฮาและลื่นจริง แต่เรื่องราวในไม่น่าสนใจเท่าไหร่ พาลจะน่าเบื่อด้วยเอ้า นี่ว่ากันตามจริงเลยนะครับ เรื่องราวมันไม่ดึงในคนดูอยากดูตามน่ะ เดินเรื่องได้อืดครับ ดาราเจ้าอื่นๆ ก็ไม่ได้มีสีสันเท่าไหร่ Farentino หรือ Robert Davi ที่มาเป็นตัวร้าย ฮานส์ ซาร์บา ก็เนิ่บไปหมด หรือแม้แต่ดาราหน้าเก่าอย่าง Burt Kwouk เจ้าของบทคาโต้, Graham Stark ที่กลับมาเล่นเป็นศาสตราจารย์ออสกัส บอลส์ ที่ชอบประดิษฐ์ของบ้าๆ ให้คลูโซ ก็ไม่ได้เรียกเสียงฮาเท่าก่อนเก่าอีกแล้ว

หรือแม้แต่ Lom ก็เถอะครับ แม้เขาจะยังทำให้คนดูยิ้มได้ แต่ก็ไม่บ้าสุดๆ เท่าสมัยก่อนแล้วน่ะ

งานนี้ถ้าต้องโทษก็คงต้องโทษผู้กำกับครับ นอกจาก Blake Edwards ที่ขึ้นชื่อว่ากำกับ ยังมีอีกหนึ่งผู้กำกับที่ต้องร่วมรับผิดชอบคือ Geoffrey Edwards ลูกชายของ Blake เพราะแกร่วมกำกับไปไม่น้อยทีเดียว ดังนั้นที่มันออกมาไม่ค่อยสนุกแบบนี้ก็คงต้องให้เขาร่วมรับผิดชอบไปล่ะครับ

ครับ ตกลงว่าหนังธรรมดา แม้จะได้ดนตรียอดเยี่ยมของ Henry Mancini มาก็ตาม แต่เสียดายครับที่หนังไม่ค่อยฮาเลย บทจืด การเดินเรื่องอืด มุขฮาก็งั้นๆ เท่าที่ดูผมว่า Roberto Benigni เขาพยายามเต็มที่ครับ จนกลายเป็นตัวการ์ตูนโอเวอร์แอ๊คไปเลย ซึ่งดูเหมือนว่าการที่พี่แกเด่นจนเกินไป สมดุลย์หนังมันเลยมีปัญหาน่ะครับ

ดูไปก็แปลกๆ เหมือนกันครับ คือมันพอดูได้เพราะพี่ Roberto แกทำบ้าๆ แต่ส่วนอื่นๆ ของหนังดันน่าเบื่อขัดกันซะนี่ ผลมันเลยไม่กลมกล่อมแบบนี้แหละ

ถ้าหนังเพียวๆ คงดาวเดียวครับ แต่อย่างน้อยก็เห็นแก่พี่ Roberto

ดาวครึ่งครับ

Star12

(5/10)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.