รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

John Carpenter’s They Live (1988) ไม่ใช่ผี ไม่ใช่คน

6305077754.01._SS500_SCLZZZZZZZ_

ผมขอร่ายถึงหนังแนวถนัดที่ดูบ่อยๆ กับแนวไซไฟ ระทึกขวัญของผู้กำกับคนนี้ … John Carpenter

ไม่รู้ว่าชื่อนี้จะมีความหมายต่อคนมากน้อยเพียงไหนนะครับ แต่ตัวผมเองก็เป็นแฟนผลงานของลุงเขาเหมือนกัน จุดหนึ่งที่ต้องยอมรับในหนังของ Carpenter แทบทุกเรื่องคือ หนังจะมีเนื้อหาที่น่าสนใจ คือเปิดเองมานี่ชวนให้ดูดีมากๆ และมันชอบเปิดเรื่องมาแบบชวนให้คนดูหาคำตอบ แต่ส่วนมากหนังของเขาตอนลงท้ายมักจะไม่ใคร่จะถึงกับดีอย่างที่ควรจะเป็นนัก อย่างที่อาตีตั๋วเคยบอกไว้ว่าผู้กำกับคนนี้ “ขึ้นต้นเป็นลำไม้ไผ่ แต่พอเหลาลงไปดันกลายเป็นบ้องกัญชา”

สำหรับงานชิ้นนี้ก็เป็นหนังที่ถือว่าไม่เลวครับ ถ้าหากพูดถึงประเด็นของหนังล่ะต้องยกนิ้วให้เลยด้วยซ้ำ แต่ถ้าหากพูดถึงตัวหนังก็ต้องว่ากันอีกที

จุดเริ่มของหนัง เปิดมาก็ตามสไตล์ลุง John แกนั่นแหละ เปิดเรื่องมาพร้อมภาพผู้คน หรือไม่ก็ภาพพื้นที่โล่งๆ ก่อนจะคลอด้วยดนตรีที่ใช้โน้ตเพียงไม่กี่ตัว เล่นซ้ำไปมา ซึ่งหากฟังดูก็อาจจะเชย แต่หากฟังไปๆ จะพบว่ามันเข้ากับอารมณ์หนังครับ อย่างตอนที่ผมดูก็เหมือนกัน เปิดมาดูเหมือนไม่มีอะไร แต่พอดูภาพพร้อมฟังดนตรีไป มันกลับให้อารมณ์ทั้งเปลี่ยวเหงา และผิดปกติมากขึ้นๆๆ นับเป็นการเปิดเรื่องที่ไม่เลว

และดนตรีที่ว่านี้ คนทำก็ไม่ใช่ใครครับ ก็ลุง John Carpenter นี่แหละ โดยทำเพลงร่วมกับ Alan Howarth คู่บุญอีกคนหนึ่งของลุงแก

หนังเล่าถึงชายร่างกำยำคนหนึ่ง (Roddy Piper) ที่ร่อนเร่หางานทำไปเรื่อยๆ และระหว่างที่เขาทำงานกรรมกรอยู่ที่สถานก่อสร้างแห่งหนึ่ง เขาก็ได้ไปพัวพันกับสมาคมลับอะไรสักอย่างโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่แล้วไม่นานก็มีคนมีถล่มสมาคมนี้ซะจนย่อยยับ ผู้คนแตกกระสานซ่านเซ็นไปจนหมด ส่วนพระเอกของเราก็ไม่รู้เรื่องรู้ราวกับเขา ก็ต้องหาวิ่งหลบการตามล่าไปด้วย

พอเขาหนีการตามล่ามาได้พร้อมทั้งหอบเอากล่องๆ หนึ่งติดตัวมาด้วย เพราะคิดว่าน่าจะเป็นของมีค่า แต่พอเปิดขึ้นมา กล่องที่ว่านั่นดันมีแต่แว่นตาดำ พระเอกเราก็หงุดหงิดเหมือนกันครับ งานก็ไม่มีแล้ว กล่องที่อุตส่าห์หอบหาก็ดันเป็นแค่กล่องใส่แว่นเท่านั้นเอง

แต่พอคิดไปคิดมา ก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลย พี่แกเลยตัดสินใจเอาแว่นนั้นมาสวมซะ … แล้วนั่นคือจุดเริ่มต้นของความสนุกที่แท้จริง

หนังเรื่องนี้ผมเคยดูเมื่อนานมาแล้วนะครับ แล้วก็ชอบในระดับหนึ่ง จนล่าสุดได้เอามาดูอีกทีก็ยังรู้สึกโอเคกับหนังอยู่

ความเด็ดที่หนังมีคือ พล็อตและเรื่องราวที่น่าสนใจครับ แต่เรามาว่ากันถงจุดอ่อนก่อน คือ ตอนแรก … โอเคครับ เปิดมาค่อนข้างน่าเบื่อ และมันก็เบื่ออยู่นานเหมือนกันกว่าครึ่งชั่วโมงแน่ะ แล้วดูๆ ไปก็พาลจะหงุดหงิดอีก เพราะไม่รู้ว่าตกลงพระเอกกำลังไปยุ่งกับอะไรกันแน่ จุดด้อยอันนี้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเท่าไหร่ เพราะลุง John แกไม่ใช่คนทำหนังประเภทซัดคนดูได้อยู่หมัดซักเท่าไหร่ คือแกมักจะซัดแบบเฉี่ยวๆ ทุกที อย่างเรื่องนี้ ถ้าพูดถึงพล็อตและเนื้อหาล่ะจัดว่าดีเลยนะครับ โดนกันเลยล่ะ แต่กลวิธีการเล่าเรื่องของลุงเขาออกจะโบราณและไม่สามารถดึงให้คนดูเป็นส่วนหนึ่งของเหตุการณ์ได้ อันนี้อารมณ์หนังเลยกั๊กไงครับ

และจุดอ่อนที่ว่านี่ก็เป็นไปแทบทั้งเรื่องเลย อารมณ์มันไม่ค่อยไปครับ อันนี้เลยออกจะธรรมดา แต่จุดที่จัดว่าดีไปตลอดเรื่องเหมือนกันก็คือเนื้อหาสาระและพล็อตที่ผมว่านี่แหละ อันนี้จะมีการสปอยล์หน่อยนะครับ ไม่อยากรู้ก็ข้ามไปอ่านดาวตามเคย แต่ผมว่าอ่านไว้ก็ไม่เสียหายหรอกครับ แล้วดีไม่ดีท่านอาจจะดูหนังสนุกขึ้นอีกด้วย

จุดที่ผมเสียดายอย่างเดียวในหนังก็ขอยกให้การเล่าเรื่องที่น่าจะมีลูกเล่นให้ติดตามมากกว่านี้ หรือทำให้คนดูรู้สึกคล้อยตามมากกว่านี้ เพราะโดยเนื้อหาล่ะมันส์ครับ อย่างที่ผมบอกน่ะแหละ ความสนุกของหนังจริงๆ มันเริ่มตอนพระเอกเราสวมแว่น รู้มั้ยครับ สนุกตรงไหน

ก็พอพี่พระเอกร่างโตของเราสวมแว่นเท่านั้น เขาก็สามารถเห็นในสิ่งที่คนอื่นไม่เห็น … เปล่าครับ ไม่ได้เห็นผี และไม่ได้เห็นคนด้วย (อันนี้ขอยกความดีความชอบให้คนตั้งชื่อไทย เพราะตั้งได้ตรงมาก)

เขาเห็นมนุษย์ต่างดาวครับ

ปรากฏว่าแว่นนี่สามารถมองเห็นมนุษย์ต่างดาวที่แฝงตัวในหมู่มนุษย์ได้ คืออย่างนี้ครับ หนังเล่าว่าในโลกของเรานี้มีมนุษย์ต่างดาวเข้ามาแทรกแซง คอยใช้เทคโนโลยีจากดาวตัวเองทำให้พวกมันมีฐานะ มีชื่อเสียง แล้วก็ดันตัวเองไปอยู่ตำแหน่งสูงๆ เพื่อควบคุมเหล่ามนุษย์ โดยที่มนุษย์ไม่รู้ตัวเลย เพราะมันใช้รังสีฉายให้มนุษย์ไม่สามารถมองเห็นร่างจริงของมันได้ เห็นแต่กายที่เป็นมนุษย์เท่านั้นเอง

ดังนั้นปมทั้งหลายที่เราสงสัยมาตั้งแต่ต้นเรื่องเลยได้รับการเฉลยหมดสิ้น ว่าแท้จริงแล้วสมาคมลับที่พระเอกไปพัวพันนั่น ก่อตั้งขึ้นเพื่อต่อต้านและหาทางรบรากับพวกมนุษย์ต่างดาวเหล่านี้ แต่ด้วยความที่พวกมันกุมอำนาจระดับสูงไว้หมด แล้วยังมีเงินถุงเงินถังคอย Support เลยทำให้สามารถทำการกวาดล้างพวกที่คิดต่อต้านได้อย่างง่ายดาย

นี่ไงครับ พล็อตที่ผมว่าเข้าท่า แม้ฟังในตอนนี้มันอาจจะดูไม่แปลก แต่อย่าลืมว่าหนังมันฉายปี 88 นะครับ มันเลยออกจะล้ำสมัยไม่ใช่เล่น และถ้าว่าตามจริงพล็อตแบบนี้เอามาเล่ากี่ทีก็สนุกครับ

แล้วยังไม่พอ ลูกเล่นที่ผมสะใจที่สุดคือ สิ่งที่พระเอกเห็นผ่านแว่น ไม่ได้มีแค่มนุษย์ต่างดาวเท่านั้น แต่เขายังเห็นตัวหนังสือที่พวกมนุษย์ต่างดาวแอบจารึกไว้ตามข้าวของต่างๆ ให้เราค่อยๆ ซึมซับไปโดยไม่รู้ตัว อย่างป้ายโฆษณาแผ่นเบ้อเร่อตามสี่แยก ถ้ามองด้วยตาเปล่าเราก็เห็นว่ามันเป็นแค่ป้ายโฆษณา แต่พอมองด้วยแว้นเท่านั้นแหละ พวกตัวอักษรโฆษณาจะหายไปหมด เหลือเพียงคำๆ เดียวที่มันใส่ไว้ เพื่อให้จิตใต้สำนึกเรารับรู้ เช่น ป้ายโฆษณาคอมพิวเตอร์ที่จารึกคำว่า Obey (จงเชื่อฟัง) เอาไว้ หรือป้ายรูปสาวสวยนุ่งชุดว่ายน้ำ มันก็ซ่อนคำว่า “จงแต่งงานและรีบมีลูก” ไว้

แต่อันที่โดนใจผมสุดๆ คือ เงินครับ ธนบัตรนี่แหละ พอมองผ่านแว่นก็จะเห็นคำว่า This is Your God (นี่คือพระเจ้าของคุณ) จารึกไว้แทน

ช่วงที่ว่านี่คือไฮไลท์ของหนังก็ว่าได้ครับ เพราะแทบจะไม่ต้องพึ่งพาพลังในการเล่าเรื่องเลย ก็มันมีสไตล์และความเด็ดอยู่ในตัวแล้วอ้ะ ดังนั้นการเล่าเรื่องจะพร่องไม่พร่องก็ไม่ต้องแคร์ ยังไงช่วงนี้ก็ดูสนุก

ไม่รู้นะครับ หนังเรื่องนี้สำหรับผมแล้วมันสนุกน่ะ แต่ไม่ใช่สนุกกับแอ๊คชั่นหรือความตื่นเต้นนะครับ มันสนุกกับแนวคิดในเรื่องที่แทรกมาตลอด ก็ไม่แน่ใจว่าลุง John แกจงใจทำออกมาวิพากษ์สังคมหรือเปล่า (แต่ก็น่าจะเป็นเช่นนั้นแหละครับ ก็เล่นด่ากันแบบโต้งๆ อย่างเนี้ย) แต่แกเล่นประเด็นนี้ได้อย่างเมามันจริงๆ

ไม่รู้แกมองยังไงนะ แต่ผมคิดได้อย่างนี้ ประการแรกก็คือหนังพูดถึงพวกกลุ่มคนที่มีอำนาจ มีเงินมีฐานะ ส่วนมากก็ล้วนเป็นพวกต่างดาวทั้งสิ้น ซึ่งหากมองอย่างง่ายก็คือ พวกนี้หมดความเป็นมนุษย์ไปแล้วครับ มุ่งแต่โกยเรื่องผลประโยชน์ อำนาจ แล้วก็เหยียบบ่าเหยียบไหล่เพื่อนมนุษย์ขึ้นไป คนอื่นไม่รู้ว่าไง แต่ผมว่าเป็นการด่าที่สะใจดีแท้

แล้วยังไม่หมดครับ ตอนท้ายหนังยังมีตัวละครอย่าง ดริฟเตอร์ (George ‘Buck’ Flower) ที่แกเป็นคนธรรมดา ไม่มีเงินทอง เป็นกรรมกรเหมือนพระเอกนั่นแหละ แต่พอได้ไปรู้ว่าโลกมีพวกต่างดาวแทรกซึมอยู่ แทนที่จะต่อต้าน พี่ท่านดันเสนอตัวยินดีรับใช้กลายเป็นพวกไปในทันที เพื่อหวังลาภยศเงินทองที่ตนจะได้ตอบแทนมา เจ้านี้แม้จะเป็นมนุษย์แต่ก็โดนวัตถุกลืนจนไม่สนความเป็นมนุษย์ไปอีกราย

แม้ในโลกจริงๆ ของเราจะไม่มีพวกต่างดาว แต่คนลักษณะนี้มีอยู่จริงไม่ใช่หรือ?

นี่ผมจะเครียดไปมั้ยเนี่ย แต่ฏ็ไม่นะครับ เอามาว่ากันตามที่คิดน่ะ ผมว่ามันสนุกคิดดีนะครับ ตอนดูหนังนี่ ยอมรับเลยว่าเนื้อหา การเดินเรื่อง การผจญภัยแอ๊คชั่นไล่ยิงน่ะไม่ได้สนุกตื่นเต้นเท่าไหร่หรอก แต่มันเพลินไปกับการกัดโน่นนี่ที่ลุง John เป็นคนจัดการแทรกลงไปในเนื้อเรื่องทั้งสิ้น เพราะลุงเขาทั้งกำกับ และยังเขียนบทด้วย อ้า … ใช่ครับ ที่เครดิตเขียนชื่อคนเขียนบทว่าคือ Frank Armitage แต่ความจริงแล้ว มันก็คือนามแฝงของลุง John แกนั่นแหละ

ทำให้ผลงานเรื่อง They Live นี้ แม้จะไม่ได้ทำเงินแบบโกยกระหน่ำซักเท่าไหร่ คือได้ไป 13 ล้านครับ จากทุนเพียง 4 ล้าน ซึ่งนับว่าพอกำไรบ้าง แต่ก็ไม่ถือว่าประสบความสำเร็จมากมายอะไร แต่ถึงกระนั้นหนังก็มาได้รับการกล่าวขวัญในยุคหลังมานี่จากหนังดูหนังรุ่นใหม่ ว่าวิพากษ์สังคมได้ค่อนข้างมันส์

แต่ก็เช่นกัน ถ้าพูดถึงความสนุกแบบหนังล่ะก็ หนังไม่ได้มีมากเท่าไหร่นัก ผมก็ทำใจได้นานแล้วล่ะครับ เพราะหนังลุง John แกมีทั้งที่ดีและที่ไม่ใคร่จะดีผสมปนเปกันไปทุกที ต่างกันแค่เรื่องไหนดีมากหน่อยหรือน้อยหน่อยเท่านั้นแหละ

ส่วนในเรื่องดารานั้นต้องบอกว่าเรื่องนี้ไม่ขายเลยครับ ดาราเกรดบีเรียงกันมาเป็นตับ อย่างพระเอกของเรื่อง Roddy Piper นั่นก็เป็นนักมวยปล้ำเก่า ที่ไม่ถึงกับทื่อซะทีเดียว ก็ถือว่าพอไหวน่ะครับ แต่จุดที่เหมาะอย่างหนึ่งคือเขาดูเป็นคนเร่ร่อน เป็นกรรมกรได้จริงๆ (อันนี้มันชมหรือด่าฟะเนี่ย 555 ) ส่วน Keith David ผู้มารับบทเป็นแฟรงค์ เพื่อนผิวดำของพระเอก รายนี้ออกจะพิเศษหน่อยเพราะลุง John แกติดอกติดใจการแสดงของเขาในหนังเรื่อง The Thing (ซึ่งคนทำก็ไม่ใช่ใครครับ ลุง John เจ้าเก่านี่แหละ) ก็เลยเขียนบทมาให้เขาแสดงในเรื่องนี้โดยเฉพาะ ก็ถือว่าเหมาะกับบทครับ พี่คนเนี้ย แต่ก็ไม่ได้โดดเด่นอะไร แล้วยิ่งฉากที่ทั้งสองต้องมาต่อยตีกันยังออกจะแหม่งๆ ขัดๆ กับเรื่องยังไงพิกล

Meg Foster ดาราสาวที่มีผลงานจากหนังทีวีมากมายก็มารับบทเป็นฮอลลี ทอมพ์สัน หญิงสาวที่พระเอกไปพบเจอตอนโดนตามล่า รายนี้หน้าตาก็บอกยี่ห้อไม่น่าไว้ใจตั้งแต่แรกเจอแล้วครับ แล้วพอดูไปก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ

ส่วนดาราขาประจำของหนังลุง John ก็มี George ‘Buck’ Flower ในบทดริฟเตอร์ มนุษย์ที่ตัดสินใจจะเกาะความสบายเป็นที่ตั้ง กับ Peter Jason ในบทกิลเบิร์ต สองร่ายนี้ก็เล่นแบบพอคุ้มตัวครับ คือเล่นดี แต่ไม่ได้เด่นอีกเช่นกัน

เอาเป็นว่าถ้าท่านจะดูหนังเรื่องรี้ให้สนุก ต้องอย่าไปคาดหวังกับความมันส์ครับ เอาเป็นลองไปสังเกตดูดีกว่าว่าลุง John แกจงใจจะด่าอะไรบ้าง

สองดาวครึ่งครับ

Star22

(7/10)

1 reply »

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.