รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Dominion: Prequel to the Exorcist (2005) โดมิเนียน เปิดตำนานสาปสยอง

maxresdefault

มานึกอีกที ผมรีวิวเรื่องราวหมอผีเอ็กซอร์ซิสท์ไปหมดแล้ว แต่ยังไม่ได้พูดถึงภาคนี้เลย ก็เอาสักหน่อยล่ะนะครับ

บางท่านอาจจะงงว่าหนัง The Exorcist นี่มันจะ Beginning อะไรกันนักหนา เพราะปี 2004 ก็มี Exorcist: The Beginning ไปทีหนึ่งแล้ว มาปี 2005 ก็ยังมี Prequel อีก จะย้อนอะไรกันนักกันหนา (555) มาครับจะเล่าให้ฟัง

คือแรกเริ่มเดิมทีนั้น โครงการทำ The Exorcist ภาคบีกินนิ่งนั้น เริ่มตั้งแต่ปี 2001 นะครับ โดยผู้กำกับ John Frankenheimer เป็นคนขันอาสาจะทำให้ โดยเนื้อหาจะว่าด้วยเหตุการณ์การเผชิญหน้าระหว่างบาทหลวงเมอร์รินสมัยยังหนุ่มกับปีศาจพาซูซู เจ้ามารร้ายที่ต่อมาได้เข้าสิงร่างหนูน้อยเรแกนใน The Exorcist ภาคต้นฉบับ และผู้ที่จะมารับบทเมอร์รินก็คือ Liam Neeson

แต่ต่อมา Frankenheimer ก็เสียชีวิตไปก่อน ส่วน Neeson ก็มีงานอื่นทำเยอะ ตารางเลยไม่ว่างที่จะมาเล่นให้เลยเดินออกจากโปรเจคท์ไป

จนกระทั่งได้ Paul Schrader (Cat People) ตัดสินใจเข้ามารับช่วงต่อครับ งานเลยเริ่มเดิน แล้วก็คัดเอา Stellan Skarsgard มารับบทเมอร์รินแทน จากนั้นการถ่ายทำก็ดำเนินไปครับ

พอทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย ผู้สร้างก็เอาหนังมาตรวจสอบก่อนตัดสินใจออกฉาย แต่ปรากฏว่าผู้สร้างไม่ชอบอย่างแรง เนื่องจากหนังเน้นบรรยากาศน่ากลัวแบบทริลเลอร์ๆ ไม่ได้สยองขวัญน่ากลัวแบบตลาดๆ ซ้ำเจ้าปีศาจก็ไม่ได้ออกฤทธิ์เดชอะไรมากมาย แต่จะเน้นจิตวิทยากดดันผู้คนมากกว่า แบบนี้ผู้สร้างเลยคิดว่าหนังไม่น่าจะขายได้ เลยตัดสินใจเอาฉบับของ Schrader เก็บเข้ากรุไว้ แล้วไปตาม Renny Harlin คนกำกับหนังแอ็กชัน Die Hard 2 กับ Cliffhanger มาช่วยถ่ายทำใหม่ เอาให้ Exorcist: The Beginning ออกมามันส์ ตื่นเต้นและสยอง แล้วผลก็ออกมาเป็นอย่างที่เราได้เห็นกันน่ะแหละครับ

ทีนี้พอฉบับของ Harlin ทำเงินไม่เยอะอย่างที่คาดคิด (แค่ $40 ล้านได้) ผู้สร้างเลยเกิดเปลี่ยนใจครับ ให้โอกาสฉบับของ Schrader อีกสักครั้ง เผื่อจะคนดูจะชอบมากกว่า (เพราะช่วงนั้นคนดูและนักวิจารณ์จะชอบหนังสยองแบบบรรยากาศ แบบจิตวิทยามากกว่าหนังโหดๆ ครับ) เลยลองเอาออกฉายดู … ผลปรากฏว่าความสำเร็จก็ไม่ใคร่จะต่างกันเท่าไรครับ น้อยพอกันน่ะแหละ

เรื่องราวในฉบับนี้ก็เหมือนภาค Beginning น่ะครับ แต่ไม่มีแอ็กชัน ไม่ได้เน้นตื่นเต้น แต่จะเน้นปูมหลังตัวละครเชิงดราม่า และการต่อสู้กับซาตานก็ไม่ใช่การกล่าวคาถาไล่ผีแบบมันส์ๆ แต่เจ้าซาตานพาซูซูจะมาในเชิงล่อหลอกมนุษย์ ในเชิงว่ามันรู้จุดอ่อนที่ใจของคน แล้วก็ทำให้คนรู้สึกเหมือนตกนรกทั้งเป็น เป็นการฆ่าที่ใจน่ะครับว่างั้นเถอะ

เนื้อหาหลักคือ บาทหลวงเมอร์ริน (Skarsgard) ผู้มากศรัทธาในพระเจ้า แต่เกิดเหตุการณ์ให้ศรัทธาเขาสั่นคลอน ตอนสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เขาต้องทนเห็นผู้บริสุทธิ์ถูกทหารนาซียิงตายเรียงตัว เขาเลยเกิดคำถามว่านี่มันยุติธรรมหรือไม่ พระเจ้าอยู่ที่ไหนกันเล่า…

เขาจึงเดินทางไปยังแอฟริกาตะวันออก เพื่อฟื้นฟูศรัทธาตน เขาได้เจอกับนักโบราณคดีกลุ่มหนึ่งที่ขุดพบศาสนสถานโบราณซึ่งถูกฝังอยู่ใต้ดิน … ที่แห่งนี้เองที่เขาต้องเผชิญกับปีศาจพาซูซู ที่แสนร้ายกาจและโหดอำมหิต

ผมก็ดูนานแล้วล่ะครับ ตั้งแต่สมัยมันออกแผ่นมา เพราะอยากพิสูจน์รสชาติว่าฉบับนี้จะดีแค่ไหน ซึ่งบอกได้เลยว่าถ้าคุณไม่ชอบหนังเดินเรื่องเอื่อยๆ ล่ะต้องไม่ค่อยชอบเรื่องนี้แน่ เพราะหนังเดินแบบช้าๆ ครับ เหมือนดราม่าผสมทริลเลอร์มากกว่าจะเป็นแนวสยองขวัญ

สำหรับผม ก็ไม่ได้ชอบหนังเป็นพิเศษครับ ถ้าจะบอกว่า Dominion หรือ Beginning ดีกว่ากัน คงต้องบอกว่ามีดีมีด้อยไปคนละแบบ ซึ่งฉบับ Beginning ผมว่ามันมีดีในการสร้างความตื่นเต้น เล่าเรื่องได้น่าสนใจเหมือนกึ่งๆ จะเป็นหนังสืบสวนน่ะครับ หนังค่อยๆ เผยปมว่าผืนแผ่นดินแห่งนั้นมีอะไร ค่อยๆ เฉลย จากตอนแรกนึกว่าแค่มีผีสิงธรรมดา หลังๆ มันเฉลยอลังการเลยว่าที่แห่งนั้นอาจเป็นจุดที่ลูซิเฟอร์ลงมาสู่โลกเป็นครั้งแรกหลังจากโดนขับจากสวรรค์ เลยมีความชั่วร้ายระดับแรงสูง และเป็นที่รู้ดีว่าลูซิเฟอร์ไม่ชอบมนุษย์ แดนแห่งนั้นเลยเป็นเสมือนแดนต้องสาปที่คนทุกคน (หรือบุตรที่พระเจ้ารักทุกคน) ต้องเข่นฆ่ากันเองให้หมด!

และที่ชอบมากหน่อยคือการไล่ผีตอนท้ายที่ออกแนวผจญภัยไล่ล่า มันไล่ผีกันแต่ได้กลิ่นอาย Indiana Jones น่ะครับ ผมเลยออกจะชอบอยู่พอตัว

ส่วนฉบับ Dominion จะเดินเรื่องเนิ่บๆ ค่อยซึมซับอารมณ์ของบาทหลวงเมอร์รินที่กำลังหมดศรัทธาในพระเจ้า เขามีแต่คำถามว่าพระองค์มีจริงหรือไม่ ทำไมพระองค์ถึงปล่อยให้มนุษย์เจอเรื่องเลวร้ายเช่นนี้ ก่อนจะเจอกับพาซูซูในตอนท้าย ถ้าถามว่าฉบับนี้มีดีตรงไหน ก็หนีไม่พ้นการตั้งคำถามเรื่องศรัทธา การเน้นความน่ากลัวที่บรรยากาศ และการเผชิญหน้ากับพาซูซูในตอนท้ายก็น่าสนใจครับ เพราะอย่างที่บอกว่าเจ้าพาซูซูจะจู่โจมบาทหลวงเมอร์รินที่จิตใจ มันตั้งใจจะขยี้ศรัทธาและความเป็นมนุษย์ของเมอร์รินให้สูญสิ้น

การฆ่าคน หรือทำให้เกิดหายนะ ไม่สาใจพาซูซูเท่ากับทำให้คนหมดศรัทธาในพระเจ้า! ทำให้คนหันหลังให้พระเจ้าอย่างที่มันทำ!

ครับ ดังนั้นต้องแล้วแต่ความชอบแล้วล่ะนะครับทีนี้ แต่ก็ต้องบอกอย่างตรงไปตรงมาว่า แม้แนวคิดของ Dominion จะดี แต่การนำเสนอก็ยังติดจะน่าเบื่ออยู่ ไม่เร้าใจ ไม่น่าติดตามเท่าที่ควร ต้องคอหนังที่ชอบจริงๆ น่ะครับถึงจะนั่งดูจนจบไหว

ไม่น่าแปลกใจที่การตอบรับของทั้งสองฉบับจะไม่ดีเท่าไร เพราะแม้จะมีสาระเข้าท่า แต่ก็ทำได้ไม่ถึงทั้งคู่น่ะแหละ

ต้องแล้วแต่นะครับ ถ้าอยากดูฉบับไล่ผีมันส์ๆ ต้องเลือก Beginning แต่ถ้าชอบไล่ผีแบบจิตวิทยา ต้อง Dominion

แต่สาระหนึ่งที่หนังทั้งสองฉบับพยายามสื่อ และมีประโยชน์ก็คือ การยืนหยัดอยู่กับความดีงาม มีความคิดที่ปรารถนาดีและใฝ่ดีเสมอ อาจไม่ทำให้คุณอยู่เป็นอมตะได้ แต่ก็ทำให้คุณหมดลมหายใจด้วยความรู้สึกเปรมปรีดิ์

ที่เขาบอกกันว่าทำดีแล้วได้ขึ้นสวรรค์ จริงหรือไม่ไม่อาจรู้ แต่ที่แน่ๆ ก่อนจะตาย หากได้อิ่มเอมกับความดีที่ตนทำ รู้สึกว่าเราเกิดมาเปี่ยมสุขและทำให้คนอื่นได้มีสุขด้วย

ความสุขจากการทำดี เทียบเท่าสวรรค์ได้สบายๆ

ฉบับนี้ก็ สองดาวครับ

Star21

(6/10)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.