Action

The World Is Not Enough (1999) 007 พยัคฆ์ร้ายดับแผนครองโลก

1360425220

เจมส์ บอนด์ตอน Goldeneye และ Tomorrow Never Dies ที่ Pierce Brosnan นำแสดงนั้นล้วนเป็นบทพิสูจน์ครับว่าบอนด์ประสบความสำเร็จใจการกลับมาครองใจผู้ชมในฐานะหนังแอ็กชันแถวหน้าอีกครั้ง

แล้วพอถึงบอนด์ตอนต่อมาที่มีคิวฉายช่วงก่อนเข้าปี 2000 ทีมงานจึงตั้งใจสร้างภารกิจที่ 19 ของพยัคฆ์ร้าย 007 ให้ออกมาครบถ้วนทั้งแอ็กชัน เนื้อหา และมิติตัวละครที่ลึกซึ้งขึ้น อีกทั้งอยากได้ความสดลงไป ตอนแรกพวกเขาเลยไปทาบทาม Peter Jackson ซึ่งเขาก็ประกาศตัวเลยครับว่าเป็นแฟนหนัง 007 ตัวยง แต่สุดท้าย Barbara Broccoli ก็เปลี่ยนใจไม่เลือกเขามาทำและปล่อยให้เขาไปทำหนังชุด The Lord of The Rings จนดังไม่เสร็จมาถึงทุกวันนี้…

เป็นอีกครั้งที่คนตระกูล Broccoli ปล่อยผู้กำกับที่ยังไม่ดังมากในตอนนั้นให้ไปทำหนังเรื่องอื่นที่ดังได้แบบมโหฬาร (รายแรกก็คือ Steven Spielberg ไงครับ)

ต่อมาผู้สร้างจึงไปตามผู้กำกับ Michael Apted ที่ถนัดทำหนังชีวิตคุณภาพเยี่ยมอย่าง Coal Miner’s Daughter (1980), Gorillas in the Mist (1988) และ Thunderheart (1992) มาช่วยปรุงบอนด์ตอนใหม่ให้มีมิติเชิงดราม่ามากขึ้น

1360427349

ด้านบทก็เป็นหน้าที่ของ Neal Purvis และ Robert Wade ที่ตั้งใจจะใส่ความเข้มข้นซับซ้อนลงไป เหมือนสมัย For Your Eyes Only แล้วก็ได้ Bruce Feirstein มาเกลาอีกที ทุนสร้างก็ได้มา $135 ล้าน เรียกว่าตั้งใจให้เป็นบอนด์ภาคที่ยิ่งใหญ่ส่งท้ายปลายศตวรรษไปเลย

ภารกิจของบอนด์ในคราวนี้ก็คือ ปกป้องอีเลคตร้า คิง (Sophie Marceau) ทายาทมหาเศรษฐีน้ำมัน หลังจากที่เขาไม่สามารถช่วยชีวิตพ่อของเธอได้ ส่วนศัตรูตัวฉกาจที่จ้องจะทำร้ายคิงกับบอนด์ก็คือ เรย์นาร์ด (Robert Carlyle) ผู้ก่อการร้ายที่เส้นประสาทถูกทำลายเนื่องจากกระสุนฝังในหัว ทำให้เขาไร้ความรู้สึกใดๆ ไม่ว่าจะความเจ็บปวดและความรู้สึกกายสัมผัสอื่่นๆ โดยเรย์นาร์ดมีแผนว่าใช้ระเบิดนิวเคลียร์สร้างความหายนะครั้งใหญ่ แต่ทว่ามันยังมีแผนที่ซับซ้อนกว่านั้น ซึ่งบอนด์ก็ต้องตามไขปริศนาให้ทันก่อนจะสายเกินไป

บอนด์ภาคนี้ยังคงกระหน่ำแอ็กชันโดยเฉพาะฉากเปิดเรื่องที่ถือว่ายาวที่สุดในบรรดาหนังบอนด์ทั้งหมด แต่หากเฉลี่ยออกมาแล้วแอ็กชันก็อาจจะไม่มากหรือไม่ยิ่งใหญ่น่าสนใจเท่าสองตอนก่อนครับ เหตุผลหนึ่งที่เป็นเช่นนั้นก็อย่างที่เกริ่นไปแต่แรกครับ ว่าทีมงานหมายมั่นให้บอนด์ภาคนี้หันมาเน้นเรื่องเชิงดราม่าและมิติตัวละคร ไม่ว่าจะความสัมพันธ์ระหว่างบอนด์กับอีเลคตร้าที่เหมือนว่าบอนด์เองจะรู้สึกดีต่อเธอมากขึ้นๆ, ความสัมพันธ์ของบอนด์กับ M (Judi Dench) เจ้านายที่คอยช่วยและเชื่อมั่นในตัวบอนด์มาเสมอ แม้เธอจะเบื่อในความเป็นเสือผู้หญิงของเขาหน่อยๆ ก็ตาม

1360427379

อีกทั้งความสัมพันธ์ของบอนด์กับ วาเลนติน ซูคอฟสกี้ (Robbie Coltrane) เจ้าพ่อรัสเซียอดีต KGB ที่ปรากฏตัวครั้งแรกในบอนด์ตอน Goldeneye ซึ่งแม้ซูคอฟสกี้จะแค้นบอนด์อยู่ลึกๆ ที่ทำให้ขาเขาเดี้ยง แต่ในใจก็ยังมีความนับถือซึ่งกันและกันอยู่ (อันนำมาสู่ฉากหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อยในตอนท้าย)

ไหนจะการใส่ฉากที่ถือว่าหาได้ยากในหนังชุดนี้ คือฉากที่บอนด์กับ Q (Desmond Llewelyn) นักประดิษฐ์ที่สร้างเครื่องมือให้บอนด์มาเกือบทุกภาค ปกติเราจะได้เห็นแต่ตอนที่ Q บ่นบอนด์ว่าให้โตสักทีอะไรทำนองนั้นใช่ไหมครับ แต่กับภาคนี้เราจะได้เห็น Q สอนย้ำเทคนิคสำคัญ 2 ข้อของสายลับให้บอนด์ฟัง ซึ่งบอนด์ก็ฟังอย่างตั้งใจ เป็นฉากที่กินเวลาไม่กี่นาทีแต่มีความหมายทางความรู้สึกสำหรับแฟนของหนังบอนด์หลายๆ คน (รวมถึงผมด้วย)

และที่ทำให้ฉากนี้สำคัญเข้าไปใหญ่ก็เพราะนี่คือบอนด์ตอนสุดท้ายของ Llewelyn ในบท Q ซึ่งจริงๆ ท่านตั้งใจจะมาแสดงบอนด์ตอนที่ 20 ต่อนะครับ ไม่ได้คิดจะเกษียณเลย แต่ท่านก็ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ และเสียชีวิตเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม ปี 1999 ทำให้ฉากที่ว่านั้นคือการปรากฏตัวครั้งสุดท้าย ของ Q เจ้าเดิมที่อยู่คู่หนังบอนด์มากกว่า 35 ปี

ก็ขอน้อมส่ง Desmond Llewelyn สู่สุขคติด้วยนะครับ เขาคือบทที่เพิ่มสีสันและความสนุกให้หนังบอนด์ได้อย่างน่าปรบมือจริงๆ

1360427411

ครับ ภาคนี้เลยจัดว่าออกจะเน้นดราม่า นอกจากที่ผมกล่าวไปแล้วนั้น ช่วงท้ายยังมีเหตุการณ์ทำให้บอนด์ต้องตัดสินใจระหว่างงานกับชีวิตส่วนตัว ซึ่งก็เพิ่มดีกรีความเข้มข้นให้เรื่องราวได้อีก ไหนจะเป็นการเน้นย้ำกลิ่นอายดราม่าที่แทรกลงไปในหนังด้วย

ผมค่อนข้างชอบบอนด์ภาคนี้ครับ เพราะมันมีอะไรดีๆ ครบสมฐานะหนังบอนด์ ไม่ว่าจะฉากแอ็กชันที่มีเป็นระยะ (แต่ไม่มาก) ตามด้วยเรื่องราวเชิงดราม่า โดยเฉพาะฉากสำคัญตอนท้ายเมื่อ M เห็นการตัดสินใจที่เด็ดขาดของบอนด์ต่อหน้าต่อตา อันทำให้เธอรู้สึกนับถือและเข้าใจตัวตนของลูกน้องมากขึ้นอีกขั้น นอกจากนี้ยังมีเนื้อหาซับซ้อนพลิกไปพลิกมา สร้างความน่าติดตามให้หนังได้พอตัว

โดยรวมบอนด์ภาคนี้ก็ออกมาสนุกลงตัวทั้งในแง่ความบันเทิงและคุณภาพ แต่อาจไม่ฉับไวนัก และจุดด้อยอีกอย่างคือสาวบอนด์ประจำตอน ซึ่งเธอก็คือ ดร.คริสต์มาส โจนส์ ที่ได้น้องหนูทรงโต Denise Richards มาแสดง อันนี้ยอมรับว่าขัดใจเล็กๆ ที่เธอเล่นยังไงก็ดูไม่เหมาะกับบทผู้เชี่ยวชาญอาวุธนิวเคลียร์ แต่ดูเหมือนนักศึกษาจบใหม่มากกว่า… แต่ถ้าว่ากันถึงความสวยน่ารัก เธอก็สอบผ่านหายห่วงล่ะครับ

รายได้ก็ไม่เลวครับ จากทั่วโลกทำไป $361 ล้าน ถ้าว่ากันโดยทั่วไปแล้วบอนด์ภาคนี้ก็ไม่ทำให้คนดูต้องผิดหวัง แต่ก็ยอมรับครับว่าหลายคนก็รู้สึกธรรมดากับภาคนี้ เพราะไม่สะใจเต็มที่ในเรื่องแอ็กชัน อีกทั้งดราม่าก็อาจจะดูยืดเยื้อเกินไปสำหรับคอหนังที่หวังเรื่องราวตื่นเต้นเป็นหลัก อันนี้ก็แล้วแต่ความชอบจริงๆ ครับ

ส่วนผมนั้น ชอบครับ

สองดาวครึ่งครับ

Star22

(7.5/10)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.