Action

Spectral (2016) สเปคทรัล

15977588_1476479189049544_6434864626089717805_n

ด้วยหน้าหนังตอนแรกทำให้ผมนึกว่านี่จะเป็นหนังเกี่ยวกับหน่วยพิฆาตผี ประมาณว่ากองทัพฝึกหน่วยนี้มาเป็นพิเศษเพื่อรับมือกับกองทัพภูตผีปีศาจต่างๆ แต่ครั้นพอได้ดูก็พบว่ามันไม่ใช่แบบนั้นซะทีเดียวครับ

ตัวเอกคือ ดร.มาร์ก ไคลน์ (James Badge Dale) นักวิทยาศาสตร์ของ DARPA ที่ถูกส่งไปช่วยเหล่าทหารในสงครามที่มอลโดวา (อยู่แถบยุโรปตะวันออก) เนื่องจากมีการพบว่ามีบางสิ่งที่ล่องหนได้ ไล่สังหารทหารในแถบนั้นอยู่

ที่บอกว่าผิดจากที่คาดก็คือ ตอนแรกนึกว่าจะเปิดมาแล้วลุยกับผีเลย แต่ไปๆ มาๆ กลายเป็นว่าทางกองทัพก็ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังเผชิญกับผีครับ บางฝ่ายคิดไปว่ามันคือชุดล่องหนที่ฝ่ายตรงข้ามประดิษฐ์ขึ้นมาด้วยซ้ำ

แล้วจากนั้นมาร์กกับเหล่าทหารก็ลงภาคสนามไปค้นหาความจริง ก่อนจะโดนพวกผีไล่สังหารกันไปพอสมควร จนพวกเขาติดอยู่ในพื้นที่สงคราม (ที่ผีเหล่านี้ชุมไปหมด) แล้วพอถึงจุดหนึ่ง พอมาร์กเริ่มเข้าใจอะไร การสู้ตอบพวกผีถึงจะเริ่มต้น

ครับ ถ้าใครคาดหวังหนังบู๊แบบต่อเนื่องประมาณว่าหน่วยพิเศษเอาอาวุธเจ๋งๆ มาสู้กับผีล่ะก็ ขอให้ปรับความคาดหวังโดยไวครับ เพราะมันไม่ใช่เลย เนื่องจาก 30 นาทีแรกคือการปูพื้นครับ แล้ว 30 นาทีต่อมาเหล่าทหารถึงจะได้เจอกับพวกผีแบบจริงๆ จังๆ แต่กระนั้นก็ยังทำอะไรมันไม่ได้มากนัก (เพราะพวกเขาก็ยังไม่เข้าใจแบบชัดๆ ว่ามันคืออะไรกันแน่)

ต้องรอจนผ่านไป 1 ชั่วโมงน่ะครับ ถึงเริ่มจะมีการสู้บ้าง แต่ก็ยังไม่สู้แบบเต็มตัวนะ ต้องรอจนตอนไคลแม็กซ์นั่นแหละ เหล่าทหารถึงจะสามารถรบกับพวกมันแบบจริงๆ จังๆ ดังนั้นถ้าใครอยากเห็นฉากการไล่ยิงมันส์ๆ แบบตลอดๆ ล่ะก็ บอกไว้ก่อนเลยว่าเรื่องนี้ไม่ได้ตอบโจทย์ความมันส์อะไรแบบนั้นครับ

เมื่อดูจบแล้วผมมองว่านี่เป็นหนังสงครามมากกว่าจะมองเป็นหนังแอ็กชันครับ ทำให้เห็นขั้นตอนในสงคราม เริ่มจากการเกิดคำถาม แล้วก็ตั้งสมมติฐานมาตามหาคำตอบ ก่อนจะส่งคนเข้าไปหาคำตอบในสถานที่จริง แล้วจากนั้นก็เอาข้อมูลมาหาทางโต้กลับหรือตีคืนพวกข้าศึก มันคือกระบวนยุทธในการรบนั่นเอง (อาจไม่ใช่กระบวนที่ล้ำลึก แต่ก็ถือเป็นกระบวนที่มีการเอามาใช่บ่อยๆ)

ถ้าถามว่าดูสนุกไหม ก็จัดว่าเรื่อยๆ ครับ คือมันไม่ได้เร้าใจหรือตื่นเต้นอะไรมาก อันที่จริงคือมีช่วงให้มันส์บ้างล่ะครับ แต่มีเป็นพักๆ มาเป็นช่วงๆ โดยในแต่ละช่วงก็โชว์ Effect กันในระดับที่น่าพอใจนะ อย่างน้อย CG ผีก็ทำได้เข้าท่าดี

ถ้าจะให้ว่าตรงๆ แล้วสิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกเกิดความมันส์ในฉากแอ็กชันเหล่านั้น จริงๆ คือดนตรีครับ เพราะภาพที่เห็นก็จัดว่าโอเคในระดับหนึ่ง แต่มันยังไม่ถึงกับกระตุ้นต่อมเร้าใจได้แบบเต็มๆ ทว่าที่เลือดเราสูบฉีดระหว่างดู เป็นเพราะดนตรีฝีมือของ Junkie XL ที่สร้างความมโหระทึกมาแล้วจาก Mad Max: Fury Road, Deadpool และ Batman v Superman: Dawn of Justice ชนิดที่ว่าถ้าขาดดนตรีของพี่เขาไป ความอร่อยของหนังอาจลดลงไปเยอะเลยล่ะครับ

โดยรวมๆ แล้วก็รู้สึกว่าดูได้เรื่อยๆ ครับ มีช่วงอืดให้เบื่อบ้างในตอนต้นๆ แล้วก็มีประปรายระหว่างทาง ส่วนฉากแอ็กชันในเรื่องก็ถือว่าโอเค แต่ไม่ถึงขั้นมันส์หรือตื่นเต้นเป็นล้นพ้น อย่างน้อย CG ฉากผีไล่ต้อนคนก็ทำได้เข้าท่าดี

เป็นงานกำกับครั้งแรกของ Nic Mathieu ที่ไม่เคยทำหนังมาก่อนเลย โดยบทก็ถูกเขียนโดย Mathieu กับ Ian Fried (รายหลังเคยทำหนังสั้นมาแค่เรื่องเดียว) ก่อนที่บทจะถูกเกลาเป็นเรื่องเป็นราวโดย George Nolfi รายนี้มือเก๋ากว่าเขาเพื่อนครับ เขาคือคนเขียนบท Ocean’s Twelve, The Bourne Ultimatum และ The Adjustment Bureau

สรุปว่าแล้วแต่ความสนใจเลยครับ เพราะจริงๆ หนังก็น่าสนใจ เพียงแต่การนำเสนออาจไม่เด่นหรือเจ๋งจนถึงขั้นห้ามพลาด

สองดาวครับ

Star21

(6/10)

 

Advertisements