Action

Bulletproof Monk (2003) คัมภีร์หยุดกระสุน

4dd9310836e53df5cfe882d2c210213bb8e80e39

ตอนเห็นตัวอย่างหนังเรื่องนี้ ผมก็โคตรอยากดูเลยล่ะครับ เพราะได้เห็นโจวเหวินฟะสวมโอเวอร์โค้ท ถือปืนสองมือ หมุนตัวพริ้วยิงอันเป็นเอกลักษณ์ของเอกบุรุษที่คนอื่นทำได้ไม่เท่ห์เท่า ความอยากดูเลยพุ่งครับ แต่หารู้ไม่ ไอ้ฉากที่ว่านี่มีแค่ฉากเดียวเท่านั้นเอง

ครับ เฮียโจวกับบทพระนิรนามผู้ปกปักษ์รักษาคัมภีร์วิเศษที่สามารถทำให้ผู้อ่านเป็นอมตะ บัดนี้เขาต้องตามหาผู้สืบทอดตำแหน่งซึ่งมีความเป็นไปได้ว่า คาร์ (Seann William Scott) เด็กข้างถนนจอมกะล่อนอาจจะเป็นคนในคำทำนาย แต่ก่อนที่เขาจะรู้ว่าคำทำนายจริงหรือไม่ เขาต้องต่อกรกับสตรัคเกอร์ (Karel Roden) จอมวายร้ายชาวนาซี ซึ่งต้องการจะแย่งคัมภีร์นี้ไปเสียก่อน

ครับ คือ เฮ่อ ผมก็ไม่รู้จะว่ายังไง เพราะในใจเนี่ยโคตรจะเชียร์เฮียโจวแบบสุดๆ แล้วเนี่ย อยากให้ดัง แต่นี่ยังไม่ดังซะที กับเรื่องนี้ โอเค ฝีมือการแสดงของเฮียโจวนั้นยอดเยี่ยมชนิดที่เอาขึ้นหิ้งสักการะได้แล้วล่ะครับ หรือจะลีลาถือปืนสองมือก็ โอว พระเจ้าจอร์จ มันยอดมาก แต่ครับ แต่บทหนังมันช่างน่าเศร้าเหลือเกินซาร่า

เข้าใจครับว่าเป็นหนังแอ๊คชั่น แต่การจะใส่บทที่เข้าท่าเนี่ย มันลำบากขนาดนั้นเลยเหรอ เอาแค่คัมภีร์เนี่ย ผมไม่เข้าใจว่าจะมีมาทำไม ตอนนั้นที่ดูในโรง พอหนังจบออกมาปุ๊บ ผมกับเจ้าเก๋าเจและเจ้ากอล์ฟก็มานั่งถกกันใหญ่เลยว่า ตกลงคัมภีร์บ้านี่มีประโยชน์อะไรกับโลกเราบ้าง คือ สรุปได้ว่า ตกลงมันจะมีไว้แค่เพื่อให้คนชั่วตามมาชิงแล้วเอาไปอ่านเท่านั้นเหรอครับ คือถ้าหนังมีเงื่อนไขกำหนดมาว่า ถ้าคัมภีร์โดนทำลายโลกจะสลายหรือปีศาจจะฟื้น มันก็ยังโอเคอ้ะ อย่างน้อยมันก็พอมีเหตุผลให้คนต้องมาปกป้องคัมภีร์บ้าง แต่นี่หน้าที่เดียวที่คัมภีร์มีคือ ทำให้คนเป็นอมตะ และยังมีคนมาปกป้องไม่ให้ใครมาอ่านด้วยนะ แล้วเอ็งจะผลิตคัมภีร์มาทำมายยยยยย ไหนๆ ก็ไหนๆ นะครับ ทำลายคัมภีร์ทิ้งไปดิ เพราะคนดีเขาก็ไม่มาแย่งอ่านอยู่แล้ว มีแต่คนชั่วที่อยากได้ ก็ทำลายไปซะเอาให้มันสาปสูญไปก็หมดเรื่อง จะได้ไม่ต้องมาไล่ฆ่ากันแบบเนี้ย เฮ่อ

ครับ ก็ถ้าตัดเรื่องบทที่น่าหงุดหงิดนั่นไป ดูเอามันส์ ก็พอไหวน่ะครับ เพราะมีฉากบู๊มาเสิร์ฟตลอด ก็มันล่ากันทั้งเรื่องนี่หว่า ซึ่งก็วิ่งกันไป หนีกันไป แล้วก็พักแป๊บหยอดมุขซักนิดนึง แล้วก็เดินเรื่องต่อ ถ้าดูแบบเรื่อยๆ ไม่คิดอะไรมาก หนังก็บันเทิงในระดับหนึ่ง เพียงแต่ฉากยิงกันไล่ล่ากันมันก็เป็นอะไรที่เราคุ้นตามาจากหนังเรื่องอื่นๆ หมดแล้วน่ะครับ

เฮียโจวแกก็เล่นได้แบบลอยลำแล้วครับ ดูน่ารักและกวนโอ๊ยดีมาก เท่ห์อีกด้วย ส่วน Scott ก็เล่นบทเดิมๆ ครับ กวนตีนไปเรื่อยๆ สไตล์สติฟเลอร์ใน American Pie นั่นแหละ และ อะฮึครับ อะฮึ … เปล่าครับ ผมไม่ได้อะฮึพี่ Scott แต่ผมอะฮึ Jaime King นางเอกสาวสวยของเรื่อง สวยคมมากครับ น่ารักแบบแสบๆ ซึ่งก็น่าจะทำให้หนุ่มๆ ตาสว่างได้ประมาณหนึ่ง อิอิอิ

Paul Hunter กับงานกำกับหนแรก ก็ต้องบอกว่าไม่เด่นซักทางครับ ผมว่า Antoine Fuqua ผู้กำกับจาก The Replacement Killers ยังโดดเด่นมากในเรื่องมุมกล้อง (โดยเฉพาะฉากที่เฮียโจวหมุนตัวยิง) ดังนั้นแม้เรื่องนั้นมันจะบทอ่อน แต่ก็ยังพอมีฉากวูบวาบมาให้พอตื่นๆ ได้บ้าง แต่กับเรื่องนี้ บทไม่มีอะไร ฉากตีกันก็ไม่มีอะไร หนังก็จมธรณีพอดีสิครับพี่น้อง

ตอนผมดูสัมภาษณ์เบื้องหลังการถ่ายทำหนังเรื่องนี้ เฮียโจวบอกว่า จริงๆ เขาอยากเล่นบทตลกหรือรักโรแมนติกบ้าง ก็อยากให้ฮอลลีวู้ดฟังซะบ้างนะครับ หรือไม่ลองไปหา ขนมจีบมี 2 เข่ง มาดูก็ได้ แล้วจะรู้ว่าเฮียแกโปรขนาดไหน

แต่กับเรื่องนี้ ผ่านมาแล้วผ่านไป ไม่มีอะไรให้พูดถึง

สองดาวอีกแล้วครับเฮีย

Star21

(6/10)

Untitiled04682