Action

Air America (1990) แอร์ อเมริกา

B00005OKQG.01._SCLZZZZZZZ_

ในช่วงปี 1969 อันเป็นช่วงที่หมอกควันแห่งสงครามเวียดนามยังไม่ทันจางลงสักเท่าไหร่ ก็ได้มีคนของทางการอเมริกันกลุ่มหนึ่งลอบทำงานอยู่ในพรมแดนของประเทศลาว หน้าที่ของพวกเขาคือการลำเลียงเสบียงส่งไปให้กับชาวบ้านที่ทำการต่อต้านพวกคอมมิวนิสต์ โดยปฏิบัติการทั้งหลายเป็นไปอย่างลับๆ ทางการอเมริกาไม่ยอมรับว่าพวกเขามีตัวตน…

พวกเขาคือ แอร์อเมริกา

และหนังเรื่องนี้ก็ว่าด้วยการผจญภัยของหน่วยงานนี้ครับ ตัวเอกก็คือสองหนุ่ม รายแรกคือ จีน ไรแอค (Mel Gibson) นักบินมือดีประจำหน่วยแอร์อเมริกาที่ต้องเผชิญกับเรื่องสะเทือนใจนับครั้งไม่ถ้วน เพราะเขาต้องมาทนเห็นเพื่อนร่วมงานตายไปต่อหน้าต่อตาไม่รู้เท่าไหร่แล้ว และล่าสุด บิลลี่ โควิงตัน (Robert Downey Jr.) นักบินเลือดร้อนก็ถูกส่งเข้ามาร่วมทีม

ทีนี้พอร่วมงานกันได้พักหนึ่ง พวกเขาก็เริ่มค้นพบหลักฐานว่ามีการทุจริต ค้ายาเสพติดกันในหมู่ผู้บังคับบัญชาระดับสูง นั่นทำให้พวกเขาต้องสืบหาความจริงตามสูตรแหละครับผม

ตัวหนังนั้นเป็นไปตามสไตล์ที่บริษัท Carolco ชอบทำออกมาในยุคนั้น นั่นคือ เอาดาราดังๆ มาเล่น เอาผู้กำกับที่พอมีชื่อมาทำให้ เนื้อหาก็มักเกี่ยวข้องกับสงครามเวียดนาม หรือไม่อย่างน้อยก็ต้องมีสงครามอะไรสักอย่างเป็นฉากหลัง ต้องมีฉากระเบิดและฉากการต่อสู้ที่ค่อนข้างลงทุน จัดเป็นสูตรที่ Carolco ขยันทำออกมามากครับ (เช่น หนัง Rambo ทั้งหลาย, Iron Eagle II, Jacob’s Ladder อะไรเทือกนี้น่ะครับ) ทำให้โทนและสไตล์มันจะประมาณนั้น ออกจะดิบๆ ฉากมันจะผิดกับหนังของสตูดิโอดังๆ ดูแล้วมันเป็นกลิ่นอายหนังเกรดบีชัดๆ แต่มันจะดูลงทุนมากกว่าหนังแนวเดียวกันทั่วๆ ไป ซึ่งคู่หูผู้อำนวยการสร้าง Mario Kassar และ Andrew G. Vajna ก็ขึ้นชื่อเรื่องเป็นเจ้าบุญทุ่มอยู่แล้วล่ะครับ ทุ่มซะจนบริษัทต้องล้มละลายในปี 1995 ซึ่งก็น่าเสียดายครับหากว่าตามตรง เพราะสองรายนี้แม้จะทุ่มทีละมากๆ แต่ผมว่าก็เป็นการทุ่มที่สร้างสรรค์ในระดับหนึ่งครับ พวก Terminator II นี่พี่แกก็ทุ่มจนหนังสำเร็จออกมาประดับวงการจนถึงทุกวันนี้ รวมไปถึงพวก Basic Instinct, Total Recall ก็ถือเป็นนักสร้างหนังที่กล้าได้กล้าเสียมากเจ้าหนึ่งครับ แต่เผอิญดันเสียมากกว่าได้ บริษัทเลยต้องปิดตัวไป (เจ๊งเพราะ Cutthroat Island นั่นเองล่ะครับ)

กลับมาที่ตัวหนังนะครับผม ถ้าพูดถึงความสนุกก็ไม่ได้มากมายอะไร ไม่ได้มันส์อย่างที่คาดหมายไว้ในตอนแรก แม้ภารกิจต่างๆ มันจะคอขาดบาดตายอยุ่ก็ตาม แต่หนังทำออกมาเหมือนมันเป็นเรื่องปกติธรรมดาครับ ไม่ค่อยตื่นเต้น ไม่ค่อยเร้าใจนัก พอมาช่วงท้ายก็นึกว่าจะมีการสู้รบประจัญบานให้ลุ้นๆ ซะหน่อย (เพราะเหตุการณ์มันดูท่าว่าจะลุกลามครับ) แต่ทว่าก็ไมไ่ด้มีอะไร ทำให้หนังทั้งเรื่องออกมาเรื่อยๆ เท่านั้นเอง ก็น่าเสียดายครับเพราะจริงๆ แล้วบทมันสามารถโยงเรื่องให้เหล่าแอร์อเมรกิามารวมพลังกันทำอะไรสักอย่างก็ได้ ถ้าเป็นแบบนั้นคงมันส์กันไปเลยล่ะ แต่ที่ออกมากลับธรรมดาชะมัด มิหนำซ้ำคนชั่วยังลอยนวลไปได้เสียอีก ความสะใจเลยหดหายไปตามๆ กัน

ส่วนดารานั้นก็ไม่ถึงกับเด่นเท่าไหร่ สองหนุ่มของเราตอนแรกผมนึกว่าน่าจะมีการต่อปากต่อคำกับตามสูตรนะครับ ประมาณว่าพูดกวนส้นกัน แต่ไปๆ มาๆ กว่าจะได้เข้าคู่กันจริงๆ ก็ปาเข้าไปท้ายเรื่องแล้ว ส่วนช่วงต้นกับกลางเรื่องนั้น นานๆ ถึงจะได้มาเจอกันสักทีหนึ่ง แล้วผมยังรู้สึกว่าบทของเฮีย Mel แกดูน้อยๆ ยังไงก็ไม่รู้ด้วยล่ะครับ

ส่วนดาราเจ้าอื่นก็มี Nancy Travis (นางเอก Three Men and a Baby) ในบทคอรีน หญิงสาวนักสังคมสงเคราะห์ผู้คอยช่วยเหลือเหล่าชาวบ้านที่ต้องลำบากเพราะสงคราม, Ken Jenkins เป็นผู้พันโดนัลด์ เลมอนด์ ที่มีส่วนในการค้ายา, David Marshall Grant มาเป็นร็อบ ดีล ผู้ช่วยคนสนิทของโดนัลด์, Lane Smith (My Cousin Vinny, The Mighty Ducks และ The Distinguished Gentleman) ที่มักจะรับบทเป็นนักการเมืองก็มาเล่นเป็นวุฒิสมาชิกดาเวนพอร์ท ที่ถูกส่งเข้ามาตรวจงานของแอร์อเมริกาตามคำสั่งของประธานาธิบดี และ Burt Kwouk เจ้าของบทเคโต้ ลูกน้องจอมเพี้ยนของสารวัตรคลูโซ่ ในหนังชุด The Pink Panther ก็มารับบทนายพลซุง ผู้นำการค้ายาเสพติดรายใหญ่ ซึ่งแต่ละรายก็แสดงได้โอเคตามที่บทจะเอื้อครับ เพียงแต่ไมไ่ด้ช่วยอะไรหนังซักเท่าไหร่

นอกจากนี้ ที่จะลืมไม่ได้คือหนังมาถ่ายทำในไทยด้วยนะครับ เลยมีดาราไทยหลายท่านร่วมแสดงในบทสมทบ โผล่มาคนละนิดละหน่อยครับ เริ่มตั้งแต่ สินจัย เปล่งพานิช (ที่ตอนนั้นยังใช้นามสกุลหงษ์ไทยอยู่) มาเป็นภรรยาของจีน, คุณอาญาณี ตราโมทเป็นพ่อตาของจีน ซึ่งเราจะได้เห็นอาเขาพูดบ่นด้วยครับ ฝรั่งอาจฟังไม่ออก แต่ชาวไทยอย่างเราฟังออกเต็มๆ ก็ฮาดีครับ ยิ่งหน้าตาตอนอาเขาบ่นนั่นโคตรได้อารมณ์จริงๆ เชียว แล้วยังมีคุณวสันต์ อุตมโยธิน กับ คุณมีศักดิ์ นาครัตน์ร่วมแสดงเป็นนักร้องคู่ในบาร์ที่พอเห็นหน้าก็ขำแล้วล่ะครับ

ผู้กำกับ Roger Spottiswoode ที่มาทำหนัง 007 ตอน Tomorrow Never Dies ในเวลาต่อมา นั้นผลงานค่อนข้างขึ้นๆ ลงๆ ครับ ส่วนมากจะลงมากกว่าด้วย คือดูแล้วก็ธรรมดาไม่ได้แย่หนักแต่ก็ไม่ได้น่าประทับใจนัก ส่วนเรื่องนี้เข้าข่ายธรรมดาครับ เหมาะกับคนที่ชอบสองดารานำมากกว่า (แต่พี่ Mel บทน้อยนะครับ บอกเอาไว้ก่อน) ถ้าคาดหวังความมันส์ก็บอกได้เลยว่าไม่มากมายอะไร

สองดาวครับ

Star21

(6/10)

Untitiled04681