Action

Atomic Blonde (2017) บลอนด์ สวยกระจุย

atomic-blonde-poster

ด้วยความที่การโปรโมตเน้นไปที่ความเป็นหนังแอ็กชัน อีกทั้งยังเน้นว่ากำกับโดย David Leitch ที่ร่วมกำกับ John Wick อีก จึงไม่แปลกครับที่หลายคนจะคิดว่านี่จะต้องเป็นหนังบู๊สาดกระสุนแบบ John Wick

แต่เอาเข้าจริงหนังจะไปเน้นที่ความระทึกสไตล์สายลับยุคสงครามเย็นมากกว่าครับ นั่นคือเน้นที่การแฝงตัว, การหาข่าว, เรื่องสายลับหสองหน้า และการหักหลัง-การเอาตัวรอดจากการหักหลังเสียมากกว่า ส่วนฉากแอ็กชันนั้นมีไม่มาก จะว่าไปคือเท่าที่เห็นในตัวอย่างนั่นล่ะครับ

ตัวเอกคือ ลอเรน (Charlize Theron) สายลับ MI6 ที่ได้รับภารกิจไปสืบสวนการฆาตกรรมสายลับในเบอร์ลิน แล้วก็ต้องสืบด้วยว่ามีสายลับสองหน้าแทรกซึมอยู่ในหมู่พวกเขาไหม หรือมีใครกำลังวางแผนร้ายอะไรอยู่หรือเปล่า

จุดสนุกของหนังคือการแสดงเจ๋งๆ ของ Theron ครับ เธอดูเป็นสายลับตัวแสบ ประหนึ่งเจมส์ บอนด์เวอร์ชั่นผู้หญิง เพียงแต่เธอจะออกแนวคลุกฝุ่น แล้วก็ไม่ได้เท่ห์แบบผู้ดี แต่จะเท่ห์แบบแสบๆ แล้วก็มีความเก๋าในแบบของเธอเอง แล้วก็ไม่ชอบเดินตามกติกาของใครด้วย

หนังจัดว่าดูได้เพลินๆ ครับ แต่ถ้าใครคาดหวังแอ็กชันก็ต้องปรับระดับความคาดหวังกันตามระเบียบเพราะมันไม่ได้บู๊เยอะแยะอะไร มันไม่ใช่ John Wick ครับ และไม่ใช่ James Bond ด้วย แต่จะชวนให้นึกถึง Jason Bourne ที่จะบู๊เท่าที่จะเป็นแล้วก็เน้นการขับเคี่ยวใช้สมองอะไรแบบนั้นมากกว่า

แต่ที่บอกว่าใช้สมองนี่ก็ไม่ได้แปลว่าหนังเฉือนคมกันเข้มข้นหรอกนะครับ เพราะเอาเข้าจริงถ้าใครดูหนังแนวสายลับมาเยอะๆ ก็คงเดาได้ไม่ยากว่าใครเป็นคนดีหรือคนร้าย ใครเป็นตัวการหรือใครเป็นสายลับสองหน้า ว่าง่ายๆ คือหนังแม้จะเป็นแนวสายลับแต่ก็ไม่ได้ซ่อนเงื่อนเยอะแยะอะไรขนาดนั้น แต่ขณะเดียวกันตัวละครหลักๆ ก็มีวาระให้ใช้สมองกันอยู่พอสมควร

จุดเด่นจริงๆ ผมว่าคือการแสดงน่ะครับ นอกจาก Theron ที่แสดงนำแล้วก็ยังได้ James McAvoy, Eddie Marsan (Sherlock Holmes), John Goodman, Toby Jones, Bill Skarsgård (ที่ล่าสุดเล่นเป็นเพนนีไวส์ใน IT) และ Sofia Boutella ดาราแต่ละคนถือว่าชูรสเพิ่มความเข้มให้กับหนังได้ไม่น้อย

สำหรับผมแล้ว นี่เป็นหนังแอ็กชันสายลับแบบขายสไตล์น่ะครับ ถ้ามองในแง่ความมันส์อาจไม่เยอะ แต่ถ้ามองในแง่สีสันกับการนำเสนอ แม้จะไม่ใหม่แต่ก็ถืิอว่าอร่อยไม่เลว ไม่ว่าจะการเล่นกับสี มีมุมกล้องดีๆ แล้วก็คาแรคเตอร์ของแต่ละคนที่จริงๆ ต่างก็มีความแสบซ่อนอยู่ เพียงแต่จะแสบแบบดีหรือแสบแบบร้ายเท่านั้นแหละ

ดูแล้วก็พอเข้าใจครับว่าทำไม Leitch ถึงได้เลือกให้ไปกำกับ Deadpool 2 เพราะสไตล์หนังมันก็ชวนให้นึกถึง Deadpool อยู่เหมือนกัน ตัวละครในเรื่องที่มีความแสบแล้วก็ไม่ได้เป็นคนดีเต็มร้อย บวกด้วยฉากแอ็กชันที่แม้จะไม่เยอะ แต่ก็ทำออกมาได้มีสไตล์พอตัว (แต่อาจจะไม่ถึงกับเด่นมากหากเทียบกับหนังเรื่องอื่นๆ)

ของดีอีกอย่างต้องยกให้ Soundtrack ครับ เพลงยุค 70 – 80 มาแทรกในแต่ละฉากได้อย่างพอเหมาะ บางฉากแค่ขึ้นอินโทรมาคอเพลงก็แทบจะต่อเนื้อได้ (อย่าง London Calling เป็นต้น) และเป็นการโหมอารมณ์ให้กับฉากนั้นได้อย่างดีด้วย หรือบางฉากก็โหมแบบย้อนแย้ง ประเภทว่าเอาเพลงนิ่มๆ มาใส่ในฉากบู๊ๆ เป็นต้น

ยอมรับว่าตอนแรกอยากดู แต่พอหนังเข้าก็อยากดูน้อยลง แต่ความอยากดูมันมาเพิ่มตอนรู้ว่าพี่จักรกฤษณ์มาร่วมพากย์ในเรื่องนี้ด้วยนั่นแหละครับ อยากจะบอกว่านักพากย์ทุกคนในเรื่องพากย์ได้แบบพอดี (เป็นเสียงพากย์ที่คอหนังช่อง 7 น่าจะคุ้นเคย) สำหรับผมแล้วมันกลายเป็นการเพิ่มความคัลท์เล็กๆ ให้กับหนังเรื่องนี้อีกด้วย

โดยรวมแล้วผมไม่ผิดหวังครับ เพียงแต่หนังก็ไม่ถึงกับสุดยอดอะไรมากมาย ผลที่ได้ก็ถือเป็นหนังบู๊สายลัยสมัยสงครามเย็นที่มีสีสันแบบหนังยุคใหม่ใส่ลงไป แต่ถ้าใครคาดหวังความมันส์ระเบิดระเบ้อแบบหนังบู๊จัดหนักล่ะก็ อาจรู้สึกว่าหนังไม่ตอบโจทย์ (อันนี้โทษการโฆษณาเลยครับ เพราะผมว่าหนังน่ะมันมีสไตล์ชัดเจนในแบบของมันอยู่แล้วครับ)

สองดาวครึ่งครับ

Star22

(7/10)