รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

One Fine Day (1996) วันหัวใจสะกิดกัน

b00006zxsn-01-lzzzzzzz

ผมค่อนข้างชอบหนังเรื่องนี้เอามากๆ ทีเดียว ก็ทำไงได้ล่ะครับ มันออกมาโดนใจน่ะ และผมว่ามันทำออกมาได้ถึงและยอดมากๆ สำหรับหนังโรแมนติกของฝั่งตะวันตกเขาน่ะครับ ไม่ใช่สไตล์ชีวิตหนักๆ แต่มันเป็นแนวแบบพ่อแง่แม่งอนที่น่ารักและลงตัวสุดๆ เรื่องหนึ่งเลยล่ะ

นี่ก็เป็นงานกำกับของ Michael Hoffman น่ะครับ ก่อนที่จะไปจับงานกำกับเรื่อง William Shakespeare’s A Midsummer Night’s Dream เป็นเรื่องวันวุ่นๆ ของ เมลานี ปาร์คเกอร์ (Michelle Pfeiffer) คุณแม่ยังสาวที่จะต้องดูแลแซมมี่ ลูกจอมซน (Alex D. Linz) พร้อมๆ กับต้องพรีเซนต์งานสำคัญที่จะชี้ชะตากรรมของเธอได้เลยว่าจะรุ่งหรือไม่รุ่ง ส่วนอีกคนก็คือ แจ๊ค เทเลอร์ (George Clooney) คอลัมนิสต์หนุ่มที่กำลังตามข่าวสำคัญ แต่ขณะเดียวกันก็ต้องมาทำหน้าที่คุณพ่อ เลี้ยงลูกสาวของเขา แม็กกี้ (Mae Whitman) โอย วันนี้เป็นวันที่โคตรวุ่นของทั้ง 2 เลยครับ ทั้งสองได้รู้จักกัน เริ่มต้นด้วยการไม่กินเส้นกัน ตีกัน พูดจาแขวะกันตลอด แต่ก็ลงท้ายด้วย … อะไรคงไม่ต้องเดาให้เสียเวลานะครับ ชื่อหนังก็บอกโต้งๆ ว่า “วันหัวใจสะกิดกัน” ไม่ใช่วันแดงเดือดซะหน่อยน่ะ

หนังเป็นเหตุที่เกิดขึ้นในวันเดียว ซึ่งบอกได้ว่าทำได้ดีโคตรๆ น่ะครับ แน่นอน 2 ดารานำฉายเสน่ห์แบบเกินร้อย พี่ George แกก็ยังหล่อคอเอียงตามเคย เรื่องนี้เขาดูเทห์และมีความน่ารักแบบสุดๆ แล้วยังเพิ่มด้วยความฮาขี้เล่น ผมล่ะคลั่งพี่แกจากเรื่องนี้แหละครับ พอดูปุ๊บผมล่ะเป็นแฟนพันธุ์แท้ของแกทันที ยิ่งฉากช่วงแรกๆ ที่พี่แกปรึกษาจิตแพทย์ โดยใช้ปลาเป็นตัวแทนเขานี่ก็ฮากันเต็มที่ล่ะครับ ส่วน Pfeiffer ก็สบายๆ ครับ เล่นได้อย่างลื่นไหล ทั้งเปิ่นและมีความเป็นสาวเก่ง ภายนอกของเธอนั้นดูแกร่งนะครับ แต่ความเป็นจริงน่ะเธอซ่อนความอ่อนแอเอาไว้ ฉากที่เธอยืนกรานไม่ยอมรับความช่วยเหลือจากผู้ชายนี่ บ่งบอกถึงความเป็นตัวเธอได้อย่างดี

ซึ่งในหนึ่งวันนี้ ทั้งคู่ต้องมาเจอและกัดกันตลอดงานครับ (ซึ่งบทสนทนาเป็นไปอย่างฮาสุดๆ ครับ น่ารักมากๆ แล้วก็แสดงความเป็นตัวตนได้สุดๆ เลยจริงๆ) แต่นั่นก็ทำให้ทั้งคู่รู้จักตัวตนของกันและกันไปเรื่อยๆ คือแจ๊คก็ดูเมลานี่ย์ออกครับ ว่าเธอเป็นผู้หญิงที่ซ่อนความเจ็บปวดเอาไว้ข้างใน ทำให้เขาเริ่มมองเธอด้วยสายตาที่อ่อนโยนขึ้นเรื่อยๆ และเพราะเมลานี่ย์นี่เอง ที่ทำให้กำแพงซึ่งแจ๊คชอบสร้างไว้ค่อยๆ พังทลายลง

เพราะความจริงแล้ว แจ๊คเป็นคนที่ไม่ใคร่จะศรัทธาในความรักแล้วน่ะครับ เลยชอบทำตัวเป็นพ่อพวงมาลัย โปรยเสน่ห์ไปเรื่อย ทำให้เขาห่างเหินจาก “ความรักและความเข้าใจ” ที่แท้จริงไปนานโข แต่ก็เพราะเขาได้เห็นบางอย่างในตัวเมลานี่ย์นี่แหละ เขาจึงเริ่มรู้สึกอยากจะรักใครสักคนขึ้นมา

นี่แหละหนอ ความรักตอนจ้องๆ หาๆ นั่งคอยแทบตายไม่ยักกะมา แต่พอเราแทบจะลืมๆ ไม่ค่อยสนใจกับมันแล้ว มันก็ชอบจู่โจมมาแบบไม่ทันตั้งตัวทุกที

นอกจากนี้ บรรยากาศครับ มันโรแมนซ์กันได้ทั้งเรื่อง ทั้งสองแสดงทีท่าว่าจะจีบกันโดยไม่ต้องยื่นดอกไม้หรือพูดหวานๆ แม้แต่นิดเดียว แค่พูดครับ พูดกันเชิงหาเรื่อง แต่มันแฝงนัยการจีบได้อย่างยอดเยี่ยม แน่นอนว่าคนที่เสนอการจีบคนแรกย่อมเป็นพี่ George ครับ คือ ถ้าหนุ่มคนไหนอยากก็อปปี้บุคลิกพี่แกไปใช้นี่ ทำได้ทำเลยนะครับ ผมว่าทำสาวๆ หลงได้แน่ๆ พูดไปยิ้มไป กรุ่มกริ่ม (ไปๆ มาๆ บุคลิกสไตล์ผมก็มาจากพี่แกนี่แหละ)

และส่วนที่สุดยอดเกินคำบรรยายใดๆ ก็คือดนตรีกับเพลงประกอบที่อัดกระหน่ำกันตลอดทั้งเรื่อง และแต่ละเพลงก็สุดยอดครับ มันเข้ากับหนังได้อย่างลงตัว ขอย้ำว่าทุกเพลงที่หนังใช้ครับ ซึ่งมีอยู่น้อยเรื่องนะ ที่จะเอาเพลงมาใส่ได้อย่างลงตัวขนาดเนี้ย แต่กับเรื่องนี้ เขาทำได้ครับ ผมก็เลยชอบน่ะสิ ชนิดที่พอผมดูจบปุ๊บนี่ก็วิ่งไล่ตามล่าหาซื้อ Soundtrack กันให้วุ่นเลยแหละครับ เพราะเพลงดีๆ ทั้งนั้น โดยเฉพาะ Have I Told You Lately ? ที่ Van Morrison ร้องได้อย่างให้อารมณ์สุดๆ แล้วฉากที่หนังใช้นี่ก็ได้ Feel มากๆ (ฉากตอนค่ำ แล้วฝนก็ตกพรำๆ อารมณ์เหงาๆ โอย สุดยอดดดดดดดดดดดด ) และยังมีอีกเพลงครับ นั่นคือ For the First Time ที่ดีทั้งโทนและความหมาย ก็ดีขนาดได้เข้าชิงออสการ์น่ะครับ ลองหาฟังดูแล้วกัน

ดาราดี เพลงเด็ด ดนตรีเยี่ยม จังหวะโทนหนังแนวกุ๊กกิ๊กแบบผู้ใหญ่ ไม่เครียดนะครับ เป็นไปในเชิงน่ารักๆ น่ะ ผมเชื่อว่าคุณๆ น่าจะชอบกันล่ะครับ สำหรับคอหนังแนวรักหวานๆ แบบนี้ ดาราเด็กสองคนก็เพิ่มความสดใสน่ารักได้อีกเพียบครับ ตกลงคือมันดีไปหมดเลยล่ะฮะ

แนะนำคำเดียวสั้นๆ … ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง!!!

สามดาวถ้วนครับ

Star31

(8/10)

One Fine Day 2

Advertisements