รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

High-Rise (2015) ตึกระทึกเสียดฟ้า

12496004_1282181708479294_2883889418778932007_o

ถ้าใครอยากดูหนังเพื่อความบันเทิงเริงใจ ผ่อนคลายอารมณ์ล่ะก็ ขอเตือนแต่เนิ่นๆ ว่าเรื่องนี้ไม่ตอบโจทย์นั้นหรอกนะครับ เพราะเนื้อหามัน “ดราม่า” และสะท้อนความเยอะของคนแบบเต็มๆ

ดูแล้วกดดันพอตัวครับ แอบเครียดนะ เพราะมันอุดมด้วยความรุนแรงทางอารมณ์ มีคนมาทุ่มเถียงโจมตี อิจฉา แก่งแย่ง จนลามไปถึงขั้นทำร้ายทำลายกัน จนไม่แปลกใจที่ได้เรท R ไปครอง… แต่เมื่อคิดในอีกแง่หนึ่ง หนังมันมีความน่าสนใจก็เพราะความแรงของมันนี่แหละครับ

พล็อตว่าด้วยคนที่อยู่ร่วมกันในตึกระฟ้าแห่งหนึ่ง ซึ่งตึกที่ว่านี่ก็สะท้อนสังคมน่ะครับ พวกชนชั้นล่างก็อยู่ล่างสุด ส่วนคนรวยไฮโซก็อยู่ชั้นบนๆ ในขณะที่ตัวเอกอย่าง แลง (Tom Hiddleston) ก็อยู่ตรงกลาง เป็นชนชั้นกลางที่อยู่ท่ามกลางความรุนแรงระหว่างชั้นที่ก่อตัวหนักขึ้นตามลำดับ

ส่วนตัวผมชอบนะ คือมันอาจจะไม่ได้เด็ดมากหรือลงตัวกลมกล่อม แต่มันมีเอกลักษณ์ดี ซึ่งก็เป็นตามสไตล์ของผู้กำกับ Ben Wheatley ล่ะครับ ที่มักจะมีลูกเล่นแปลกๆ งานภาพแหวกๆ หรือการนำเสนอแบบ Surreal ซึ่งมันก็เข้ากับหนังดีครับ

หนังดัดแปลงจากนิยายของ J.G. Ballard ผู้เขียน Empire of the Sun ซึ่งตัวนิยายเองก็เป็นแรงบันดาลใจให้หนังและคนทำหนังอีกหลายคนที่อยากจะทำหนังว่าด้วยเรื่องชั้นชั้นและทุนนิยม หนึ่งในนั้นคือตอนหนึ่งของ Doctor Who ครับ สมัยด็อกเตอร์คนที่ 7 โน่น

ตัวหนังอาจไม่ได้มาพร้อมพล็อตแน่นๆ เข้มข้นๆ แต่เน้นนำเสนอเหตุการณ์สะท้อนเรื่องชนชั้นน่ะครับ ซึ่งถ้าว่าในจุดนี้ก็ถือว่าทำได้สะใจดีเหมือนกัน

ที่ว่าสะท้อนนี่คือสะท้อนหมดเลยครับ คือไม่ได้ฟันธงหรอกว่าชนชั้นไหนดีหรือไม่ดี เพราะคนดีและไม่ดีมันก็มีทุกชนชั้นอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าคนยากไร้จะต้องไร้คุณธรรม และไม่ใช่ว่าคนร่ำรวยจะเชิดหยิ่งไปทุกคนเสียเมื่อไร แต่ที่โลกมันวุ่นวายก็เพราะคนแรงๆ มาท้าชนกันนี่แหละ

ในมุมหนึ่งหนังเหมือนจะสะท้อนด้านมืดของระบบทุนนิยม ซึ่งก็ปฏิเสธไม่ได้ครับว่าระบบใดๆ ก็ตามมันไม่สมบูรณ์แบบหรอก แต่หากมองดีๆ ผมว่าปัญหามันคือคนเรานี่แหละครับ คนเรามันมีอารมณ์ มีความอยาก มีความอิจฉา มีความไม่รู้จักพอ มีความรัก-เกลียด มีความใคร่ มีความปรารถนา ความเห็นแก่ตัว ฯลฯ ซึ่งอะไรเหล่านี้คือตัวแปรที่ทำให้เกิดเรื่องขึ้นในทุกวันนี้

ผมว่านะ ไม่ว่าจะระบบทุนนิยม สังคมนิยม หรือต่อให้จะมีการสร้างระบบบุญนิยม กรุณานิยม อะไรออกมาอีกก็เถอะ แต่คนเราที่ยังมีกิเลสในใจก็จะมีความสามารถในการก่อความวุ่นวายและสร้างความไม่เท่าเทียมให้เกิดขึ้นได้เสมอนั่นแหละครับ

ปัญหาจะลดลงได้ก็ต้องเริ่มเปลี่ยนที่คนเรา เริ่มจากตัวเราเองดีสุดครับ ระบบเป็นเพียงครรลองที่ถูกสร้างขึ้น ซึ่งจะว่าไปก็สร้างโดยคนอีกนั่นแหละ ดังนั้นถ้าแต่ละคนรู้บทบาทหน้าที่ รู้อะไรควรไม่ควร ไม่ก้าวก่ายสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น และพยายามทำชีวิตให้เราดีที่สุด นั่นก็น่าจะช่วยได้

แต่ในเรื่องนี่เราก็จะเห็นคนโจมตีกันไปมาครับ คนชั้นล่างก็โวยคนชั้นบน คนชั้นบนก็หมิ่นเกียรติคนชั้นล่าง ส่วนคนชั้นกลางก็พยายามจะเข้าให้ได้กับทั้งสองชั้น แต่จนแล้วจนรอดพอเกิดเรื่องขึ้นมาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าควรจะอยู่ข้างไหนดี เพราะถ้าอยู่ข้างหนึ่งอีกข้างก็โจมตี ครั้นจะอยู่ตรงกลางเหมือนเดิมก็กลายเป็นแทงกั๊กไม่มีจุดยืน มันเป็นอะไรที่ย้อนแยงเป็นบ้าจริงๆ

ดูหนังแล้วมันชวนคิดหลายอย่างครับ มันสะท้อนความวุ่นวายของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคนได้ดี ซึ่งผมชอบการเปรียบเทียบของแลงนะ ที่เรปียบคนในตึกเป็นระบบของร่างกาย คือมันชัดน่ะครับว่าคนทุกคนในตึกก็อยู่ร่วมกันเสมือนหนึ่งเป็นร่างกายร่างหนึ่ง หากทุกส่วนทำหน้าที่สอดประสานกัน มันก็อยู่ได้ แต่หากต่างฝ่ายต่างเขม่นใส่กันมันก็มีแต่เละกับเละ

เช่น ถ้าเม็ดเลือดมันหยุดประท้วงบ้างล่ะ? ถ้าเม็ดเลือดขาวไม่ปกป้องร่างกายจนกว่าจะได้แป๊ะเจี๊ยะล่ะ? ถ้าดวงตาไม่ยอมลืมขึ้นเพราะอิจฉาปากที่ได้กินของอร่อย แต่ตากินไม่ได้ล่ะ?

โลกของเราก็ครือๆ กันล่ะครับ เรามองคนเป็นปัจเจกแยกกันไป แต่กระนั้นก็ไม่ได้ขาดจากกันซะทีเดียวหรอก เราต่างก็มีโยงใยถึงกันไม่ด้านใดก็ด้านหนึ่ง

สรุปว่าดูเรื่องนี้แล้วอาจจะไม่เพลิน ไม่สนุก ไม่บันเทิง แต่มีอะไรให้เก็บไปคิดครับ

สองดาวครับ
Star21
(6/10)