รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Romeo and Juliet (1968) โรมิโอและจูเลียต

b00004spyj-01-lzzzzzzz

นี่คือฉบับเก่าที่ผู้กำกับ Franco Zeffirelli ทำไว้เมื่อปี 1968 นะครับ ซึ่งก็ไม่ใช่เก่าที่สุด แต่ก็เป็นฉบับเก่าที่สุดแล้วเท่าที่ผมเคยดูมา เฮ่อ ซึ่งรอบแรกที่ดูนั่นก็นานมาแล้วล่ะครับ เช่า VDO จาก Blockbuster มา แล้วก็ชอบก็เลยต้องไปนั่งคุ้ยตามร้าน VDO เก่าๆ อีกทีเพื่อจะได้ซื้อมาในครอบครอง เพราะตอนนั้น Block เขาไม่ค่อยขายหนังเก่าๆ ที่หายากๆ น่ะครับ ไอ้ประเภทมีม้วนเดียวในร้านเงี้ยเขาจะไม่ขาย ผมเลยต้องเอาชีวิตไปนั่งเสี่ยงคุ้ยเอา ก็เกือบจะโดน VDO ทับหลายรอบครับ เพราะเมื่อก่อนตอนจะหา VDO มาเก็บนี่ ถ้าทางร้านเขากล้าให้คุ้ย ผมก็บ้าเข้าไปค้นล่ะ

แต่ยุคนี้สบายแล้วครับ เพราะมันมีการทำ VCD ออกมาใหม่เพียบ เรื่องนี้ก็เหมือนกันครับ ทาง Catalyst ก็ทำออกมาใหม่นานแล้วล่ะ ดังนั้นท่านๆ อยากจะหาดูกันก็ไม่น่าจะยากครับ (ซึ่งผมก็ซื้อเก็บตามระเบียบ เพราะ VDO ของเก่าสภาพมันก็ไม่ค่อยยืนแล้วล่ะครับ)

สำหรับหนังที่สร้างจาก เรื่องอมตะของ William Shakespeare ฉบับนี้ก็ได้ Leonard Whiting มาเป็น โรมิโอ ส่วนจูเลียต รับบทโดย Olivia Hussey เรื่องราวผมคงจะไม่มาเล่าซ้ำแล้วนะครับ เพราะน่าจะรู้กันทั่วบ้านทั่วเมืองแล้วล่ะ

ตัวหนังก็ทำเป็นแนวย้อน ยุค ตามแบบนิยาย ส่วนต่างๆ ทำได้ดีครับ แม้จะเป็นหนังเก่า แต่นี่มันไม่ใช่หนังเล่น Effect นี่ฮะ หนังอยู่ที่ฝีมือการแสดงกับการเดินเรื่องล้วนๆ ดังนั้นจะเก่าใหม่ก็ไม่สำคัญ ขอให้ดาราและทีมงานคุ้มหนังให้ดีก็พอ ซึ่งหนังทำได้เฉียบครับ ทั้ง Whiting และ Hussey ต่างเข้าคู่กันได้ดี น่ารักและใสทั้งคู่เลยล่ะครับ ผมล่ะโคตรจะปลื้ม Hussey เลยล่ะครับ เธอดูไร้เดียงสา น่ารัก ตากลมโต โอย น่ารักจังเลยยยยย ผมดูปุ๊บก็บ้าเธอปั๊บเลยล่ะครับ (แต่ตอนนี้เธอก็สูงอายุแล้วล่ะฮะ เหี่ยวขึ้นเยอะเลย เฮ่อ สังขารไม่เที่ยง แต่ผมก็ยังบ้าเธออยู่ดี)

จุด ที่หนังทำได้ถึงมากก็คือ การเข้าคู่ของพระ-นางครับ ดูออกเลยว่าทั้งคู่เพิ่งริรักกันจริงๆ ตอนจีบเนี่ยก็สมจริงมากๆ โดยเฉพาะฉากบนระเบียง ที่โรมิโอปีนต้นไม้ขึ้นไปหาจูเลียต ช่วงนั้นทำได้ทั้งน่ารักและโรแมนติกแบบสุดๆ Chemistry นี่ฟุ้งกระจายเลยน่ะฮะ สุดยอดจริงๆ ดูแล้วเชื่อสุดๆ ว่าสองคนนี้กำลังตกหลุมรักซึ่งกันและกัน ฝ่ายโรมิโอนั้นจีบแบบลืมตามครับ คือไม่แคร์อะไรแล้วอ้ะ รักแบบทะลุพิกัดจริงๆ ส่วนจูเลียตก็กล้าๆ กลัวๆ แต่สุดท้ายก็อดใจอ่อนไม่ได้

ซึ่งฉากที่ว่านี่ Hussey ส่งสายตาได้ดีมากๆ ครับ (นี่ผมไมไ่ด้เข้าข้างนะ) ตอนแรกเธอก็มองแบบสนใจไอ้หนุ่มนี่ แต่ก็ยังไม่ไว้ใจเท่าไหร่ ซักพักพอจีบๆ ไป ตาเริ่มอ่อนครับ มาช่วงระเบียงนี่ตาหวานแบบเอียงอายไปเป็นที่เรียบร้อย โอ้แม่เจ้า ผมล่ะดีใจจริงๆ ที่เธอได้บทนี้ไป เพราะตอนแรกผู้กำกับ Franco Zeffirelli แกก็ไปเลือกดาราคนอื่นมารับบทนี้ไปแล้วล่ะครับ เพราะช่วงแรกนั้น Hussey ลองไปเทส แต่ก็ไม่ไ่ด้บท เพราะ Zeffirelli เห็นว่าเธอน้ำหนักมากเกินไป (นัยว่าอวบไปนิด) ก็เลยเอาบทให้คนอื่น แต่แล้วดาราคนนั้นก็ดันไปตัดผมซะนี่ Zeffirelli แกเลยกลับมาที่ Hussey อีกที ซึ่งประจวบเหมาะกับตอนนั้น เธอรูปร่างดูดีขึ้นมาก (ดีแบบที่เห็นในหนังนั่นแหละครับ) Zeffirelli เลยมอบบทนี้ให้เธอไป (ซึ่งทำให้มีข่าวลือกันภายในว่า Hussey ได้บท เพราะเธอเป็นลูกสาวของ Zeffirelli … ก็ลือกันไปได้น่ะครับ)

และฉบับนี้ยังถือเป็นฉบับแรกๆ ที่ได้ดาราอายจริงุใกล้เคียงกับตัวละครในนิยายด้วยน่ะครับ หนังจึงสมบูรณ์มากขึ้น พวกเครื่องแต่งกายก็จัดได้ดีจนคว้าออสการ์ไปครองครับ ซึ่งหนังได้เข้าชิงออสการ์ 4 รางวัลด้วยกันคือ หนังยอดเยี่ยม ผู้กำกับ เครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม และถ่ายภาพยอดเยี่ยม ซึ่งหนังได้ไปสองรางวัลหลังครับ พลาดสองอันแรกไป

ยอดและเยี่ยมครับ หนังเก่าๆ แต่ดูร่วมสมัยและดี ดาราดี บทสนทนาก็เป็นการพูดทสไตล์บทละครกันเลย แต่ก็ไม่ดูติดขัดแต่อย่างใดครับ ส่วนต่างๆ ของหนังถือว่าถึงฟอร์มทั้งสิ้น แง่คิดๆ ง่ายๆ ของหนังก็คือ คนจะรักกันน่ะครับ ถ้าคนรักของลูกเราเป็นคนดีก็ดีไป กรุณาอย่าไปบ้าบอมากเรื่องอะไรนักจะได้ไหมครับ ฝากเลยครับ ถึงท่านพ่อท่านแม่ทั้งหลายนะฮะ ถ้าคนที่ลูกท่านรักเป็นคนดี ขยันทำงานและรักกันจริงก็อย่าไปเรื่องมากเลยครับผม ไอ้พวกประเด็นยิบย่อยน่ะฮะ ประเภทเชื้อชาติต่างกัน สีผิวต่างกัน หรือความแค้นประจำตระกูลเนี่ย เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวรนะครับผม หากไม่ระงับเวร แล้วมันจะสิ้นสุดกันได้อย่างไร

หรือท่านจะรอให้ลูกท่านหนีไป – ตายไปก่อน แล้วถึงจะค่อยมาเสียใจ?

สองดาวสามส่วนสี่ดวงครับ

Star22

(7.5/10)

Film and Television

โฆษณา