Action

Gods of Egypt (2016) สงครามเทวดา

12813950_1173265156037617_5917319199729730589_n

สำหรับคอหนังที่ชอบแนวแฟนตาซีตีกันและเอามันส์เป็นสรณะละก็ ผมว่าเรื่องนี้เหมาะแก่การดูด้วยอารมณ์ที่ว่านั่นมากๆ ครับ

พล็อตจะว่าไปแล้วคือการเอาตำนานเทพกรีกมาเล่าใหม่โดยใช้เทพฝั่งอียิปต์เป็นตัวละครน่ะครับ เรื่องของเทพโอซิริส (Bryan Brown) ที่ได้ปกครองเมืองอียิปต์มานับพันปี บัดนี้ก็ได้เวลาสละบัลลังก์ให้กับกษตริย์องค์ใหม่ นั่นก็คือเทพฮอรัส (Nikolaj Coster-Waldau) โอรสของเทพโอซิริสนั่นเอง

แต่แล้วในงานพิธีนั้นเอง เซท (Gerard Butler) พระเชษฐาของเทพโอซิริสปรากฏตัวขึ้น แล้วก็มาชิงบัลลังก์ไปดื้อๆ ก่อนจะลงมือควักลูกตาเทพฮอรัส แล้วก็เนรเทศให้ไปอยู่ไกลๆ

ถัดจากนั้นประชาชนในอียิปต์ก็ตกอยู่ในความลำบากครับ จนกระทั่งมีโจรหนุ่มคนหนึ่งลงมือขโมยดวงตาเทพฮอรัสไป แล้วนั่นก็คือจุดเริ่มของการผจญภัยแห่งสงครามเทพอียิปต์ครับ

มันมาสูตรเดียวกับตำนานเทพกรีกจริงๆ ครับ แม้เค้าโครงจะมาจากตำนาน The Contendings of Horus and Set ก็เถอะ แต่มันเหมือนจริงๆ นะ อย่างโอซิริสกับเซทเป็นพี่น้องกันเหมือนซูสกับเฮเดส แล้วคนน้องก็วางแผนชิงอาณาจักร อันส่งผลให้คนที่ต้องมารับเคราะห์ในการกู้อาณาจักรก็คือ “ลูกเทพ” นั่นเอง (555)

หนังทำออกมาเป็นแฟนตาซีเอามันส์ครับ พล็อตอย่างที่บอกว่าหลักๆ ก็เหมือนตำนานเทพกรีก แล้วก็เอาตัวละครเทพอียิปต์ที่เราเคยได้ยินคนละนิดละหน่อยจากหนังอย่าง The Mummy มาเป็นตัวเดินเรื่อง ถ้าถามว่าสนุกไหมก็ถือว่าดูได้เพลินๆ ครับ คือไม่ได้เจ๋งมากมาย แต่ดูได้เรื่อยๆ ไม่ถึงกับน่าเบื่อ

ดาราในเรื่องจริงๆ หลายคนก็มืออาชีพล่ะครับ เพียงแต่บทไม่เปิดโอกาสให้เล่น อะไรนัก ไม่ว่าจะ Butler, Chadwick Boseman (42 และ Get on Up) หรือ Geoffrey Rush ในบท “รา” ก็มาแบบเสมอตัว ไม่ได้ขโมยซีนอะไรกับเขาเท่าไร

แต่สิ่งหนึ่งที่มั่นใจได้คือสาวๆ นี่สวยทุกคนครับ ทั้งเทพบนฟ้าและคนธรรมดาเดินดิน ทำเอาแผ่นดินอียิปต์กลายเป็นแคทวอล์คไปเลยทีเดียว

ครับ ดูเอามันส์ได้อยู่ แต่ก็ไม่ได้มีอะไรเด่น Effect ออกมาดีแต่ก็ไม่ถึงกับจับใจ (ส่วนตัวไม่ชอบเอฟเฟคท์ร่างตอนเป็นเทพที่ดูออกแนวหุ่นยนต์เหล็กๆ มากกว่าจะเป็นเทพอียิปต์ที่ดูมีเลือดมีเนื้อ… แม้จะเข้าใจว่าประติมากรรมของอียิปต์มักมารูปทรงนี้ก็เถอะ)

การเดินเรื่องก็เรื่อยๆ มีดีที่ฉากต่อสู้กับฉากตื่นเต้นที่แทรกมาเป็นพักๆ และจะว่าไปผมเจอเซอร์ไพรส์ในหนังเล็กๆ ครับ เพราะตอนแรกดูตัวอย่างแล้วนึกว่าจะเห็นแต่ทะเลทรายอย่างเดียว แต่ปรากฏว่าในหนังมีฉากประเภทน้ำตกหรือลำธาร กับสีเขียวของต้นไม้แทรกอยู่เหมือนกันครับ ซึ่งก็ทำให้หนังมีสีสันไม่โมโนโทนจนเกินไป

แต่สำหรับผมแล้วหากว่าถึงหนังผจญภัยอียิปต์ผมยังชอบ The Mummy 2 ภาคแรกมากกว่าครับ มันครบเครื่องสมดุลทั้งดารา แอ็กชัน การผจญภัย ความลุ้น และดนตรีประกอบ (เรื่องนี้ได้ Marco Beltrami มาทำ ซึ่งก็ไม่เลวครับ แต่ก็ยังไม่ลงตัวเท่าที่ Jerry Goldsmith และ Alan SIlvestri เคยทำไว้ใน The Mummy)

นี่เป็นผลงานการกำกับในรอบ 7 ปีของ Alex Proyas ซึ่งบอกตรงๆ ว่าผมชอบงานเก่าๆ ของพี่แกมากครับ ไม่ว่าจะ The Crow, Dark City (อันนี้ชอบโคตรๆ), I, Robot (อันนี้ก็ชอบ) และ Knowing (เรื่องนี้ก็ยังชอบ) ในขณะที่เรื่องนี้ถือว่าชอบน้อยสุดในบรรดาผลงานของพี่ท่านครับ

เอาเป็นว่าใครอยากได้หนังดูแกล้มป็อบคอร์น ผมว่าเรื่องนี้โอเคที่จะดูเอามันส์ครับ

สองดาวครับ

Star21

(6/10)

 

Advertisements