รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

She’s All That (1999) สาวเอ๋อ…สุดหัวใจ

6305428255.01.LZZZZZZZ

อีกหนึ่งหนังวัยรุ่นโรแมนติกพลิกความคาดหมายแห่งปี 1999 เรื่องราวของแซค (Freddie Prinze Jr.) ที่พนันจะทำให้สาวเฉิ่มประจำไฮสคูลอย่างเลนี่ (Rachael Leigh Cook) กลายเป็นสาวงามให้จงได้ แล้วก็ตามสูตรครับ พอแซคได้เข้าใกล้เลนี่มากเท่าไร เขาก็ได้รู้จักมากขึ้นเท่านั้น แล้วความรักมันเลยมาเกิดขึ้นจนได้ล่ะครับ

แม้จะเป็นหนังสูตรสำเร็จ แต่ความลื่นไหลของเนื้อหาและนักแสดงทำให้เราพอจะลืมข้อด้อยต่างๆ ไปได้ เพราะหนังทำได้ดีครับ สนุกและดูเพลิน Leigh Cook เธอก็น่ารักเหลือเกิน สวยและน่ารักเอามากๆ ใครได้รู้จักแล้วใจไม่อ่อนที่คงจะเกินไปล่ะครับ ทั้งเข้มแข็งและอ่อนโยนในเวลาเดียวกันขนาดนี้น่ะ ส่วน Prinze Jr. ก็หล่อเข้าไป เท่ห์เข้าไป สาวๆ กรี๊ดแน่ครับ เรื่องการแสดงเขาก็ทำได้ดีตามบท ดาราสมทบก็ดีทุกคนครับ ไม่ว่าจะ Matthew Lillard กับบทบร็อค ฮัดสัน ดาราจอมบ้าที่บ้าแบบสุดๆ จริงครับ, Jodi Lyn O’Keefe สาวสวยที่ออกไปในเชิงเซ๊กซี่แบบอวบๆ ก็มาเล่นเป็นเทย์เลอร์ สาวป็อบประจำไฮสคูลที่สลัดรักแซคไป ไอ้บททำนองอิจฉาๆ แบบนี้ไม่ครณามือเจ๊แกหรอกครับ แล้วยังมี Anna Paquin ด้วย ฮี่ๆๆๆๆ น่ารักจังเยยคับ แม้บทจะมาแค่เดินไปเดินมาก็ตาม

ผม ว่าหนังทำได้เหมาะกับวัยรุ่นดีครับ มันไม่ใช่แนวความรักแบบผู้ใหญ่นะฮะ อ้า อันนี้ต้องพูดกันนิดนึง เพราะความรักแนวผู้ใหญ่นั้นส่วนมากนะครับ มันจะเป็นการแสวงหาคู่ชีวิต หาคนที่จะร่วมเรียงเคียงหมอนเราไปตลอดกาล หาเพื่อนคู่คิดอะไรแบนั้น ในขณะที่ความรักของวัยรุ่นมันจะไม่ถึงขนาดนั้นครับ มันจะประมาณว่า เราอยากได้ใครซักคนอยู่เคียงข้าง คอยจูงมือและซบยามเหงาๆ หรือเหนื่อยมากๆ อะไรทำนองนั้น

พูดง่ายๆ รักของวัยรุ่นมักจะแสวงหาความหวาน แต่รักของผู้ใหญ่มันออกจะแสวงหาความมั่นคงขอชีวิตน่ะครับ ประมาณกะจะแต่งงานอย่างนั้นเลยน่ะฮะ (ส่วนมากนะครับ ส่วนมาก)

shes_all_that_still3

เรื่อง นี้ ก็เป็นรักแบบวัยรุ่นซึ่งทำออกมาดีครับ หวานพอดีไม่เลี่ยนเกินไป มีมุขฮาแทรกเป็นระยะๆ เพลง Kiss Me ก็ฮิตติดลมบนกันไปเลยช่วงนั้นน่ะ ส่วนต่างๆ ออกมาน่ารักและลงตัวดีครับ ถือเป็นงานท็อปฟอร์มอีกเรื่องของ Robert Iscove เลยก็ว่าได้ พี่แกส่วนมากจจะจับหนังทีวีครับ อย่างงานพวกซีรี่ส์ Miami Vice หรือ Star Trek: The Next Generation และ The Flash ซึ่งงานที่ออกมาส่วนใหญ่ก็ไม่เด่นนัก คือดูได้ล่ะครับ แต่ไม่ถึงกับน่าประทับใจ มีเรื่องนี้นี่แหละที่จับสูตรเอามาทำได้อย่างลงตัวมากจริงๆ

ตัวหนัง ก็มีสาระแทรกอยู่นะครับ เอาง่ายๆ เรื่องของแซคที่จะต้องทำตามความปรารถนาและคาดหวังของพ่อแม่ มันก็กดดันนะครับ แล้วนี่เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อด้วย ถ้ากดดันมากๆ แล้วทำอะไรผิดพลาดไปก็แย่อะดิ แต่นี่แซคไม่กดดันตัวเองครับ เขาพยายามทำตามความฝันตัวเองมากกว่า สิ่งไหนที่ไม่เหมาะกับเขา เขาก็เลือกที่จะไม่ทำ … ไอ้คำว่าทำตามความฝัน กับ เอาแต่ใจมันออกจะคาบเกี่ยวกันอยู่นะครับ แต่สำหรับผม ผมว่า การทำสิ่งที่เราชอบมักจะดีกว่าน่ะครับ เพราะเราจะหาข้อดีเป็นกำลังใจในการทำมันตลอดเวลา และเราก็จะสู้ต่อไปได้เรื่อยๆ

ซึ่งเรื่องทำนองนี้ผมเชื่อว่าวัยรุ่น หลายคนโดนครับ โดนพ่อแม่คาดหวังซึ่งพวกท่านก็ไม่ผิดซะทีเดียวหรอกนะฮะ แค่อยากให้ลูกได้ดีอ้ะ เพียงแต่บางครั้งเราก็ต้องเข้าใจครับว่าลูกไม่ใช่ม้าแข่ง จะมาเอาเพลงไม่แข่งยิ่งแพ้ของป้าเบิร์ดมาเปิดกรอกหูลูกก็ไม่ถูกครับ ถ้าลูกราชอบนิเทศแล้วพ่อแม่เจือกผลักให้ไปเรียนหมออย่างเดียวมันไหวได้ไงล่ะ ครับ บางครั้งเราก็ต้องโูด้วยว่าลูกต้องการสิ่งใด แล้วค่อยมาตกลงกันอย่างสันติ (ย้ำนะครับ สันติไม่ใช่เผด็จการ) ให้ลูกเข้าใจเหตุผลและเราก็เข้าใจลูกด้วย อย่างงี้ถึงจะคุยกันรู้เรื่องครับ ไม่งั้นบ้านก็ไม่มีความสุขหรอก

อ้าว นี่หนังรักนี่หว่า ลืมไป

สรุป ว่าหนังรักวัยรุ่นเรื่องนี้ สนุกและน่ารักครับ ไม่ผิดหวังหรอก แต่เรื่องความรักมันก็ไม่ไ่ด้ลึกมากมายนะครับ ไม่ได้เน้นการละเลียดอารมณ์เหงาอย่างหนังเกาหลีหรอก มันหนังวัยรุ่นน่ะครับ แค่มีประเด็นทำได้น่ารักก็ถือว่าสอบผ่านแล้ว แต่กับเรื่องนี้ผมถือว่ายิ่งกว่าผ่านครับ เพราะมันถึงและสนุกดี เพลงดี ดนตรีดีด้วย เอาเป้นว่า คอหนังรักวัยรุ่นไม่ควรพลาดครับ

สองดาวครึ่งครับ

Star22

(7/10)

โฆษณา