Action

Star Wars: Episode IV – A New Hope (1977) สตาร์ วอร์ส

large_tvSlBzAdRE29bZe5yYWrJ2ds137

หนังดังจนไม่รู้จะดังยังไงของ George Lucas กับเรื่องราวมหากาพย์แห่งอวกาศ ตอนแรก (แต่เป็นตอนที่ 4 ของเรื่องราว)

เป็นการเริ่มต้นผจญภัยของลุค สกายวอล์คเกอร์ (Mark Hamill) เด็กหนุ่มธรรมดาที่อาศัยอยู่กับลุงโอเว่น (Phil Brown) และป้าเบรู (Shelagh Fraser) บนดาวทะเลทรายที่ชื่อว่า ทาทูอีน แต่เขาอยากไปผจญภัยครับ เขารู้สึกเสมอว่ามันยังมีอะไรยิ่งใหญ่รอเขาอยู่ข้างนอก แล้วโชคชะตาก็นำพาเขาไปเจอกับ เบน เคนโนบี (Alec Guinness) เจไดเฒ่า และนั่นคือจุดเริ่มของการเดินทางข้ามดวงดาวเพื่อช่วยเหลือเจ้าหญิงเลอา (Carrie Fisher) และการเผชิญหน้ากับกองทัพแห่งจักรพรรดิผู้ชั่วร้าย ที่นำโดย ดาร์ท เวเดอร์

ต้องยอมรับว่า George Lucas นี่ช่างคิดเหลือเกินครับ เนื้อเรื่องนั้น จะว่าไป มันก็ไม่ได้มีอะไรมากนะ มันเป็นจินตนาการที่เราๆ ก็คิดได้ แต่พี่ George แกชิงทำก่อนไงครับ เลยดัง มันก็มาทางเดียวกับ Harry Potter นั่นแหละ เรื่องของเด็กใช้เวทย์มนต์หรืออะไรทำนองนี้ ผมเชื่อว่านักเขียนหลายคนคิดได้ มันอยู่ในจินตนาการของพวกเราอยู่แล้ว แต่มันขึ้นอยู่กับว่าใครจะสามารถถ่ายทอดและรวบรวมจินตนาการของตนออกมาได้ เท่านั้นเอง เพราะจากพล็อตจากเนื้อเรื่องมันต้องดังอยู่แล้วล่ะ ดังนั้นใครเขียนสำเร็จเสร็จก่อนก็เตรียมรับทรัพย์ได้เลยล่ะครับ

สำหรับ ตัวหนังก็สนุกครับ น่าติดตามดี แต่แน่นอน มันจะมีบ้างที่บางช่วงดูอืดๆ ไปบ้าง อย่างพวกฉากบนทะเลทรายอะไรเงี้ย เพื่อนผมหลายคนก็เคยหลับคาโรงมาแล้วนะครับ ตอนไปดูสมัยมันเอามาฉายใหม่แบบ Special Edition น่ะ ส่วนพวกฉากแอ๊คชั่นก็ไม่ถึงกับมากอะไร แต่มันดูสนุก จัดเป็นความบันเทิงที่ดูเพลินดีครับ แล้วหนังมันก็ค่อนข้างเป็นสูตรอยู่พอสมควร ประเภทเปิดเรื่องมาด้วยแนะนำพระเอก – ผู้ร้าย มีการผจญภัยกันพอหอมปากหอมคอ ก่อนที่จะมาตีกันในตอนจบ ครบสูตรจริงๆ

ตัวละครทั้งหลายก็ล้วนเป็น เอกลักษณ์ครับ ซึ่งต้องชมว่า Lucas เลือกนักแสดงออกมาได้ดีจริงๆ ตั้งแต่ Mark Hamill ที่ดูเหมาะกับบทลุคดีมากๆ เขาดูเป็นหนุ่มที่อยากผจญภัยครับ หัวใว แต่ก็ยังแฝงความอ่อนต่อโลกไว้ด้วย ส่วน Alec Guinness ในบทโอบิวัน เคนโนบีตอนแก่ ก็แทบไม่ต้องทำอะไรมากครับ แค่นิ่งๆ ก็กินขาดแล้ว แต่เจ๋งสุดของสุดเจ๋งก็หนีไม่พ้นบทฮัน โซโล ที่แจ้งเกิดให้ Harrison Ford แบบเต็มๆ ไปๆมาๆจะเด่นกว่าลุคด้วยซ้ำนะครับ เพราะหลากหลายกว่าทั้งในด้านอารมณ์และการเรียกเสียงฮา ก็ไม่แปลกใจที่ Ford จะดังล่ะครับ ซึ่งบทนี้เหมาะกับเขา และเขาก็ช่วยเพิ่มสีสันให้บทนี้ด้วย ตอนแรกบทนี้มีตัวเลือกเพียบครับไม่ว่าจะ Kurt Russell, Nick Nolte, Christopher Walken, Al Pacino หรือ Perry King แต่ Lucas มองว่าบทนี้ควรจะได้นักแสดงที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักจะดีกว่า บทก็เลยตกมาเป็นของ Ford

และไอ้ตัวละครฮัน โซโลนี่ก็มีการเปลี่ยนแปลงหลายรอบมากเลยครับ คือมีบางช่วงที่ Lucas กะจะให้ ฮัน เป็นมนุษย์ต่างดาวตัวเขียวที่ไม่มีจมูก (ขอบคุณสวรรค์ที่ Lucas ไม่เลือกแบบนั้นครับ) จากนั้นซักพัก Lucas ก็อยากให้ฮันเป็นคนผิวดำซะอีก เฮ่อ กว่าจะมาลงตัวที่บทสไตล์แอนตี้ฮีโร่แบบนี้ก็ต้องผ่านอะไรมาไม่ใช่น้อยเลยล่ะ ครับผม

แต่ที่ไม่เคยเปลี่ยนและไม่เปลี่ยนแปลงคือ บทฮันนี้อิงคาแร็คเตอร์และอุปนิสัยมาจากเพื่อนสนิทของ Lucas นั่นก็คือ Francis Ford Coppola ผู้กำกับ The Godfather นั่นเอง

ต่อมาบทเจ้า หญิงเลอา ออร์กาน่า ก็ได้ Carrie Fisher มารับไป ซึ่งเธอก็ดูดีครับ เชื่อว่าเป็นเจ้าหญิงจริงๆ แต่ขณะเดียวกันเธอก็พร้อมลุยด้วย ซึ่งตอนนั้นมีข่าวบอกมาครับว่า ถ้า Fisher ไม่รับเล่น ก็จะมี Jodie Foster เป็นตัวเลือกที่สองครับ แต่ Fisher เธอไม่ปฏิเสธนี่ครับ … เฮ่อ น่าคิดนะ ถ้าเจ๊ Jodie ของผมมาเล่นจะเป็นอย่างไรน้อ ผมว่ามันก็ดีครับ แต่บุคลิกเจ้าหญิงจะไปอีกแนวนึงเลยน่ะนั่น

และตัวร้ายของเรื่อง ดาร์ธ เวเดอร์ อ้า นี่ไม่ธรรมดานะครับ เพราะตัวละครนี้เป็นตัวละครแรกในหนังชุด Star Wars ที่ Lucas คิดได้เลยทีเดียว (สังเกตสิครับ ทุกภาคจะมีดาร์ธ เวเดอร์ หรืออนาคิน สกายวอล์คเกอร์นี่แหละ เป็นตัวนำหลักๆ) ซึ่งก็ได้ David Prowse มาเป็นคนสวมชุดดาร์ธ เวเดอร์ ส่วนเสียงนี่เขาปล่อยให้ James Earl Jones ดาราผิวดำรุ่นเก๋าเป็นผู้รับหน้าที่พากย์ไปครับ ตอนแรกเห็น Lucas จะให้ Orson Welles มาพากย์เสียง แต่ก็เปลี่ยนใจครับ เพราะเขาเห็นว่าเสียงของ Welles นั้นคนจำได้เยอะแยะน่ะครับ (เพราะ Welles แกเคยแจ้งเกิดมาครั้งนึง โดยการพากย์ละครวิทยุ เรื่อง The War of The Worlds … ใช่ครับ เรื่องเดียวกับที่เรารู้จักน่ะแหละ ตอนนั้นก่อนจะเป็นหนัง มันเคยเป็นละครวิทยุมาก่อนครับ และพี่ Welles แกก็พากย์ซะสมจริงจนคนดูนึกว่ามีมนุษย์ดาวอังคารมาถล่มโลกจริงๆ บ้านเมืองก็เลยป่วนกันไปพักนึงเลยล่ะครับ … แล้วจะไม่ให้ใครจำได้ได้ยังไง๊)

ส่วนบทสมทบอื่นๆ ก็ได้ดาราดีๆ มาแสดงทั้งนั้นล่ะครับ อย่างบทมอฟฟ์ ทาร์กิน ผู้บัญชาการดาวมรณะ อาวุธรายของจักรวรรดิที่สามารถถล่มดาวไปได้ทั้งดวงนั่น ก็ได้ Peter Cushing ดาราที่ชอบเล่นหนังสยอง และผู้คนก็จดจำเขาได้อย่างมากจากบทบาท ศจ.แวน เฮลซิ่ง ในหนังแดร๊กคูล่าทั้งหลายน่ะนะครับ รายนี้ก็เล่นหนังแบบสบายๆ แต่เข้มทางฝีมือเช่นเคย แล้วก้ยังมีตัวละครอย่าง C-3PO หุ่นล่ามจอมปากมากที่ได้ Anthony Daniels มาสวมชุดเล่น และ หุ่นน้อยน่ารักขวัญใจใครหลายคนอย่าง R2-D2 แล้วก็ยังมีชิวเบกก้า ตัวประหลาดขนเพียบซึ่งเป็นคู่ซี้ของฮัน โซโล ก็ตัวละครเหล่านี้แหละครับที่ช่วยเพิ่มสีสันให้หับหนังอย่างมหาศาลน่ะ

งาน ด้าน Effect ดี ดนตรีของ John Wiliiams ก็แทบจะเป็นอะไรที่ขึ้นหิ้งไปแล้วนะครับ มีอะไรอีกล่ะ … ผมว่าทุกอย่างก็ลงตัวหมดนะครับ หนังก็สนุกดี เป็นไซไฟผจญภัยที่ใครๆ ก็น่าจะสนุกไปด้วยได้ มีอืดบ้างก็ทนหน่อย่น่ะครับ เพราะผลโดยรวมของหนังมันก็น่าพอใจเอามากๆ เลยทีเดียว แล้วยุคนั้นทำได้เท่านี้ก็ไม่ธรรมดาแล้วล่ะนะครับ

เอ่อ อีกอย่าง ก็ต้องชม George Lucas ล่ะครับ ที่สานฝันตนเองได้สำเร็จลุล่วง เพราะกว่าเขาจะทำมันออกมาได้นี่ ต้องเจอการกดดันสารพัดครับ เขานั้นเริ่มร่างบทตั้งแต่ปี 1974 นะครับ สร้างโน่นนี่จนเป็นรูปเป็นร่าง และ Lucas ก็เอาไปเสนอ 20th Century Fox ซึ่งก็ต้องเจออะไรอีกมากครับ อย่างการโดนตัดงบ โดนบีบจากพวกผู้ใหญ่ แม้แต่ตอนจะเข้าโรงฉายก็ยังโดนตราหน้าเลยครับว่า หนังอย่างนี้ไม่มีใครดูหรอก เลยโดนจำกัดโรงฉายแค่ 43 โรง

แต่ขอโทษครับ คนดูทะลักและคำชมแบบปากต่อปากก็กระจายอย่างรวดเร็วชนิดที่ไฟลามทุ่งเรียกพี่ได้เลยล่ะครับ รายได้สัปดาห์แรกก็ปาเข้าไป 1,554,475 เหรียญ จนหนังต้องเพิ่มโรงฉาย จาก 43 เป็น 157 แล้วก็ขยับเป็นพันโรง ฉายยาวข้ามปี จนรายได้พุ่งเป็นสองสามร้อยล้าน และไต่อันดับขึ้นแท่นอันดับต้นๆ ของหนังทำเงินตลอดกาลในเวลาต่อมา

Lucas แกไม่สะใจก็ไม่ไหวแล้วล่ะครับ 5555555

ผมว่าผมไม่ต้องบรรยายอะไรอีกแล้วนะฮะ ถ้าชอบหนังไซไฟ ชอบผจญภัยลองดูได้เลยครับ

สามดาวครับ

Star31

(8/10)