รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

The Majestic (2001) เดอะ มาเจสติค ผู้ชาย 2 อดีต

B00005JKNC.01.LZZZZZZZ

ผลงานการกำกับลำดับต่อมาของ Frank Darabont ที่ไม่ได้มาจากงานของ Stephen King แล้วล่ะครับ เป็นเรื่องของ ปีเตอร์ แอ๊ปเปิ้ลตัน (Jim Carrey) นักเขียนบทภาพยนตร์ที่โดนแบล็คลิสต์ หาว่าเป็นคอมมิวนิสต์ เขาจึงหมดอนาคตในโลกภาพยนตร์ทันที ด้วยความเศร้าและเมา เขาเลยขับรถตกสะพาน ลอยไปติดในเมืองเล็กๆ แห่งหนึ่ง และเมื่อฟื้นขึ้นมา เขาก็พบกับ แฮร์รี่ ทริมเบิ้ล (Martin Landau) ชายชราผู้มั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่า ปีเตอร์ คือลูกชายที่หายสาปสูญไปในช่วงสงครามโลกของเขา ปีเตอร์นั่นก็อยากจะเริ่มชีวิตใหม่อยู่แล้วล่ะครับ เขาเลยใช้โอกาสนี้เริ่มต้นใหม่ไปเลย แต่ทว่า ทางการยังไม่ยอมปล่อยเขาครับ ในที่สุดเขาจึงต้องเลือกว่าจะเผชิญหน้ากับความจริงหรือไม่

หนังออกจะ อ่อนไปหน่อยครับ ในเรื่องบทก็กะขายความประทับใจ ซึ่งก็ถือได้ว่าหนังดีนะครับ แต่สู้ 2 เรื่องก่อนของ พี่ Frank ไม่ได้เลย อาจเป็นเพราะเรื่องนี้พี่แกไม่ได้เขียนบทเองก็ได้ (Michael Sloane เขียนบทครับ) อารมณ์เลยไม่ลึกเท่าที่ควร เพราะเรื่องก่อนๆ พี่ Frank แกลงมือร่างบทเขียนบทอะไรเองหมดนี่ครับ จังหวะจะโคนอารมณ์ของหนังก็เลยลื่นตลอด เพราะเขายอมรู้ว่าฉากนั้นต้องการอะไรแบบไหน แต่มาเรื่องนี้เมื่อเขาไม่ได้เขียนเอง อัตราอารมณ์ที่ถูกซึมซับก็เลยจางลงเป็นของธรรมดาสามัญ

ตัวหนังเองก็ ดูเรื่อยๆ ไม่ทรงพลังอย่างคราวก่อนๆ การแสดงของ Jim Carrey ก็ไม่ได้เด่นอะไรนัก แต่คนที่เด่นสุดๆ ก็คือ Landau ครับ ที่เล่นได้อย่างสุดยอดและน่าประทับใจอย่างมากจริงๆ ผมจะตายเพราะลุงแกไม่รู้ตั้งกี่ฉากครับ เล่นปเ้นบทพ่อที่น่ารักมาก แววตาสีหน้าตอนที่เห็นปีเตอร์แล้วคิดว่านั่นคือลูกชายนั่น โอ้ ตายจ้า ตายๆๆๆๆๆ คือหน้าลุงแกออกอารมณ์ยังไม่พอ นัยน์ตาของท่านยังอุตส่าห์เบิกโพลงและมีแววแห่งความซาบซึ้ง + ความหวังโผล่ขึ้นมาอีก โอย ตายแล้ว ไม่ไหวแล้ว เล่นดีเกินไปแล้วลุง

TheMajestic

แต่นอกนั้นก็ไม่มีอะไรเด่นครับ ดาราคนอื่นๆ นอกจากลุง Martin ของผมแล้วก็ไม่มีคนอื่นเด่นเท่าที่ควร และบางบทยังค่อนข้างแบนเกินไปอีกต่างหากครับ จุดนี้ก็ออกจะสะอึกเหมือนกัน เพราะหนังของพี่ Frank แกไม่น่าจะหลุดในเรื่องมิติของตัวละครขนาดนี้เลย

แต่แม้ตัวละครและการเดินเรื่องอาจไม่ถึงกับประทับใจนัก แต่โดยโครงสร้างเนื้อหานี่มันหนัง Frank Capra ชัดๆ เลยนะครับ เท้าความนิดนึง Frank Capra คือ นักสร้างหนังยุคอดีตครับที่ชอบสร้างผลงานที่บันดาลใจให้คนเรามีความหวังขึ้น มา และอัดแน่นไปด้วยความซาบซึ้งประทับใจอะไรทำนองนั้น ผลงานของเขาที่นักดูหนังน่าจะคุ้นเคยก็คือ It’s A Wonderful Life ครับ (ซึ่งโปสเตอร์ของหนังเรื่องที่ว่านี้ก็ไปโผล่ในหนังเรื่องนี้ด้วย ในฉากตรงหน้าโรงหนังมาเจสติคน่ะครับ) ซึ่งหนังเรื่องนี้ก็พยายามสร้างความประทับใจ สร้างความหวังอยู่เหมือนกัน เพียงแต่ผมว่ามันไม่ใช่สไตล์ของพี่ Frank อ้ะคับ งานออกมามันไม่ค่อยธรรมชาติเท่าไหร่ ดูไปเลยมีอะไรขัดหูขัดตาอยู่เนืองๆ

แต่ถึงงั้นก็เถอะครับ หนังก็ไม่ถึงกับเลวร้ายอะไรนะฮะ ผมว่ามันโอเคเลยล่ะ มีอะไรให้เก็บไปคิดไม่น้อย อย่างเรื่องการหนีปัญหาอะไรอย่างเนี้ยน่าคิดครับ ทว่าปัญหาของหนังมันจะไปเป็นเรื่องที่หนังมันไม่ค่อยจะธรรมชาตินี่แหละ ถ้าลื่นกว่านี้ มันคงเยี่ยมไม่น้อยล่ะครับผม

สรุปว่าก็เป็นหนังที่ไม่เลวหรอกครับ ดูได้ อย่าไปหวังอะไรมากก็แล้วกันครับ

สองดาวครึ่งครับ

Star22

(7.5/10)