Action

Mission: Impossible (1996) ผ่าปฏิบัติการสะท้านโลก

Mission Impossible

และด้วยการที่ผู้กำกับ Brian De Palma แกทำหนังแนวฆาตกรรมมาจนชำนาญสุดๆ จึงไม่น่าแปลกใจครับ ที่เขาจะถูกเลือกให้มาทำ M:I กับเรื่องราวที่สร้างจากซีรี่ส์สุดฮิต แต่เนื้อหานี่ไปคนละทางกับในซีรี่ส์เลยครับ

อีธาน ฮันต์ (Tom Cruise) คือสายลับมือดีที่ทำงานร่วมกับ จิม เฟล์ฟ (Jon Voight) หัวหน้าทีม งานของพวกเขาคือการจารกรรมหรือการวางแผนหลอกล่อฝ่ายตรงข้ามให้มาติดกับ แต่งานล่าสุดเกิดผิดพลาด ทุกคนในทีมถูกกำจัดหมดเหลือเพียงอีธานเท่านั้น แล้วทางการกลับหาว่า อีธานคือหนอนบ่อนไส้ที่เป็นคนคาบข่าวไปให้พวกผู้ร้าย จนทุกคนในทีมถูกเก็บแบบนี้ ทำให้สิ่งที่อีธานต้องรีบทำเป็นการด่วนก็คือ พิสูจน์ตัวเองและตามจับหนอนตัวจริงมารับโทษ

หนังมาแบบ De Palma มากกว่าจะเป็น M:I ต้นฉบับครับ M:I สไตล์เดิมนั้น มันจะเปิดเรื่องมาที่จิม เฟล์ฟ จะรับงานจากเทปคาสเซต ต่อจากนั้นก็จะเป็นการแจกจ่ายหน้าที่ไปยังแต่ละคนในทีม แล้วก็จะต้องมีการวางแผน หลอกล่อ จัดฉาก ก่อนที่จะจบตอนด้วยการที่ทุกอย่างสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

แต่กับฉบับ ใหม่นี่ มันจะเหมือนของเก่าแค่ช่วงแรกเท่านั้นครับ เพราะทั้งเรื่องจะวุ่นอยู่กับการตามสืบตามหาคนร้าย หนังจึงเต็มไปด้วยการวางแผน ซ้อนกลกันตลอด ซึ่งแม้จะมีการวางแผนแต่ก็เป็นไปในเชิงสืบหาฆาตกร ไม่ได้เป็นการล่อซื้อแบบเดิมๆ แต่อย่างใด แต่ถึงกระนั้นหนังก็ทำได้ดีทั้งเรื่องล่ะครับ มีปมมีอะไรให้คิดตามตลอดเวลา หนังจึงค่อนข้างเต็มอิ่มเอามากๆ ในเรื่องการสืบสวน

ยิ่งไปกว่านั้น โทนหนังก็เด็ดขาดครับ คงบรรยากาศความกดดันไว้ได้ตลอดเวลา หนังเลยให้อารมณ์หนักๆ ไปจนจบ ซึ่งก็ต้องชมฝีมือพี่ De Palma ล่ะครับ หนังแนวลึกลับสืบสวนแบบเนี้ย พี่แกไม่เป็นรองใครจริงๆ ส่วน Cruise ก็เล่นได้ดีไม่มีปัญหาอะไร ไอ้บทแบบนี้แหละครับที่พี่แกพอไปได้ ประมาณว่าลุยเดี่ยวไม่ต้องไปผูกสัมพันธ์กับใครนี่แหละ (อย่าเล่นเป็นพ่อคนอีกเลยครับ ขอร้องล่ะนะฮะ), Voight ก็ดีทีเดียวกับบทเฟล์ฟ ซึ่งแรกเริ่มเดิมทีนั้น ทีมงานได้ติดต่อ Peter Graves มาแสดงบทเฟล์ฟ ซึ่งเขาเคยแสดงไว้ตั้งแต่ในฉบับซีรี่ส์เดิมแล้วนะครับ แต่พอ Graves แกอ่านบทแล้วพบว่าบทเฟล์ฟรายนี้แตกต่างจากสมัยเป็นซีรี่ส์มากมายเหลือเกิน แกเลยบอกศาลาไปตามระเบียบ (แต่ก็จริงของแกล่ะครับ บทเฟล์ฟในเรื่องมันคนละแบบกับสมัยหนังทีวีอย่างมากเลยล่ะ)

Emmanuelle Beart สาวสุดสวยมาเล่นเป็นแคลร์ เฟล์ฟ ภรรยาของจิม ซึ่งเธอดูสวยแบบลึกลับดีครับ และยังแสดงได้ไม่เลวด้วย หนังยังได้ Jean Reno มาเล่นเป็น ครีเกอร์และ Ving Rhames มาเป็น ลูเธอร์ สติ๊กแคล 2 ผู้ช่วยที่อีธานตามมาเพื่องานบุกแลงลี่ย์โดยเฉพาะ

เท่าที่ได้ฟังมา รู้สึกว่าคอซีรี่สืดั้งเดิมจะด่าหนังแบบระยับเลยล่ะครับ เพราะเนื้อเรื่องมันเปลี่ยนไปมาก โดยเฉพาะที่เกิดกับจิม เฟล์ฟนี่ส่วนมากแฟนเดนตายจะรับไม่ได้จริงๆ ส่วนผมแม้จะพอเคยได้ดูหนังชุดนี้มาบ้าง แต่ก็พอทำใจได้ครับ เพราะคิดซะว่ามันคนละเรื่องอ้ะ และอีกอย่างผมก็ติดใจรสมือของ De Palma อยู่แล้วด้วย เลยทำใจสนุกไปกับหนังทั้งเรื่องได้

*********** Spoil นิดหน่อยครับ ******************

จริงๆ ผมออกจะชอบกับแนวคิดความเปลี่ยนไปของจิม เฟล์ฟอยู่ไม่น้อยครับ ใครยังไม่ดูก็เลื่อนไปให้พ้นดอกจันดีกว่านะครับผม

เฟล์ ฟนั้นคือหัวหน้าทีมของอีธานซึ่งทำงานเพื่อชาติมาตั้งหลายปีดีดักแล้ว หน้าที่ของเขาคือทำงานเพื่อจัดการกับศัตรูแบบต่างๆ ของอเมริกาไม่ว่าจะมาในรูปของผู้ก่อการร้าย องค์กรนรก หรือพวกสายลับสองหน้า ซึ่งบุคคลเหล่านี้ก็เหมือนจะเป็นฮีโร่ดีล่ะครับในช่วงสงครามเย็น แต่พอสงครามเย็นสงบลง ทำให้ปรปักษ์ลดลงตาม แม้จะมีแต่ก็ไม่ได้มากมายอีกต่อไป บทบาทของเหล่าสายลับก็เลยลดลงไปด้วย และการที่จิม เฟล์ฟ ต้องผันตัวมาทำในสิ่งที่ตรงกันข้ามกับที่ตนเองเคยเป็นก็เนื่องมาจากการที่ ความสำคัญของตนถูกลดลงไป อีกทั้งงานแบบนี้มันหาความเจริญยากด้วยล่ะครับ ถ้าหวังจะมีเงินมีทองก็ไม่ต้องกันเลย ต้องมานั่งหลงขดหลังแข็งเสี่ยงตายเพียงอย่างเดียวมันก็คงไม่คุ้ม พี่จิมแกเลยตัดสินใจทำลงไป ก็นับว่ามีเหตุมีผลอยู่เหมือนกันล่ะครับ

และ มันยังเป็นการด่าอเมริกาไปในตัวด้วย ที่ชอบตั้งองค์กรบ้าบอคอแตกสารพัดในยุคสงครามเย็นเพื่อแข่งขันกับประเทศ อื่นๆ แต่พอประเทศอื่นเขาเลิกเห่อ มะกันก็เลิกให้ความสำคัญเช่นกัน ดีไม่ดีก็ตัดหางปล่อยวัดไปซะดื้อๆ แต่ทีไอ้ตอนตั้งใหม่ๆ นี่ล่ะโคตรดูแลซะดิบดีเลยนะครับ กรณีที่หนักๆ และเห็นได้ชัดก็อย่างเช่นสงครามเวียดนามไงครับ ส่งคนไปตาย ส่งคนไปรบ ทำตัวเป็นตำรวจโลกและบอกว่าทำเพื่อความสงบสุข ทหารที่ไปนี่ยกยอเขาใหญ่ว่าเป็นฮีโร่นะครับ แล้วไงล่ะ พอหมดเรื่องก็ถีบหัวส่ง ทหารมากมายที่ไปรบเวียดนามพอกลับประเทศมากลับโดนด่าโดนดูถูกแบบไม่เหลือดี จากผู้คนทั่วไป

แล้วรัฐบาลสหรัฐพอเห็นแบบนี้แทนที่จะยื่นมือช่วย เหลือก็เปล่าครับ ดันตัดหางปล่อยวัดตามสูตรน่ะแหละ ไอ้อะไรแบบนี้มันทุเรศไม่ใช่น้อยเลยนะครับ

ดูหนังแล้วอดคิดไม่ไ่ด้ เหมือนกันว่า ไอ้การที่โลกเราปั่นป่วน มีผู้ก่อการร้ายมากมายปานฉะเนี้ย ส่วนหนึ่งของพวกผู้ร้าย มันถือกำเนิดมาจากการกระทำของประเทศที่เรียกตัวเองว่าเป็นตำรวจโลกนี่หรือ เปล่า?

*******************************************

โดยส่วน ตัว ผมว่าหนังดีครับ สนุกดี น่าติดตามด้วย สืบสวนมันส์ดี ดนตรีของพี่ Danny Elfman ก็ให้อารมณ์อึมครึมลึกลับดีจริงๆ นักแสดงแจ๋ว ว่าง่ายๆ คือ มันโดนครับ สำหรับผู้ที่ชอบหนังแนวสืบมันส์ๆ ใช้สมองหน่อยๆ เรื่องนี้ไม่ควรพลาดครับ

สามดาวครับ

Star31(8/10)