Action

Spider-Man 2 (2004) ไอ้แมงมุม 2

Spider-Man_2_Poster

หนังมันส์ครับ มันส์มากและทำได้ยอดเยี่ยมอย่างยิ่ง

ภาคนี้ก็เดินเรื่องต่อมาครับ ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ หรือ ไอ้แมงมุมของเรา (Tobey Maguire) ก็ยังต้องผจญกับเคราะห์กรรมสารพัดต่อไป ตั้งแต่ความรักที่ไม่ลงตัวซะทีกับแมรี่ เจน วัตสัน (Kirsten Dunst), เพื่อนรักอย่างแฮร์รี่ ออสบอร์น (James Franco) ก็ยังแค้นสไปเดอร์แมนไม่เลิกรา ในฐานะศัตรูที่ฆ่าพ่อของเขา, ป้าเมย์ (Rosemary Harris) ซึ่งนับวันมีแต่จะแก่เฒ่าและยังคงเศร้ากับการจากไปของลุงเบน (Cliff Robertson), และท้ายสุด แต่ยุ่งที่สุด นั่นคือการมาของด็อกเตอร์ อ็อคโตปัส หรือ ด็อก อ็อค (Alfred Molina) นักวิทยาศาสตร์จอมอัจฉริยะที่กลับกลายเป็นวายร้ายจอมโหด อันเนื่องมาจากการทดลองที่ผิดพลาด สิ่งเหล่านี้คือปมที่ ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ และ สไปเดอร์แมน ต้องแก้ไขในตอนที่ 2 นี้

หนังได้ทีมงานเดิมจากภาค แรกมาสานต่อความสนุกครับ ตั้งแต่ผู้กำกับ Sam Raimi, ทีมดาราก็มากันครบ, ดนตรีที่เจ๋งสุดๆและทรงพลังเหลือหลายของ Danny Elfman ส่วนทีมขีนบทคราวนี้ได้ Alfred Gough, Miles Millar และ Michael Chabon มาจัดการ แล้วได้ Alvin Sargent มาเกลาอีกที (ซึ่ง 2 คนแรกนั้นก็คือคนที่ให้กำเนิดหนังชุด Smallville การผจญภัยวัยหนุ่มของซูเปอร์แมนที่กำลังดังโคตรๆอยู่ในขณะนี้ครับ ก็คิดดูแล้วกันว่าลูกเล่นจะแพรวพราวเอาใจวัยรุ่นได้ดีแค่ไหน)

ด้วย ความที่ภาคแรกของหนังปูพื้นมาอย่างดีแล้ว พอมาภาค 2 ก็เดินเรื่องแหลกเลยครับ ไม่ต้องอ้อมค้อมอะไร ซึ่งตลอดความยาว 2 ชั่วโมงหน่อยๆของหนัง ล้วนอัดแน่นไปด้วยบทที่เข้มข้น เอาเฉพาะเรื่องชีวิตของปีเตอร์นี่ผมก็อึ้งแล้วครับ จริงๆก็กะแล้วล่ะ ว่ามันต้องเข้ม แต่ที่อึ้งคือ หนังทำส่วนนี้ได้อย่างดีมากๆ หนักแน่นและได้อารมณ์โดยเฉพาะฉากที่ปีเตอร์ยืนพูดโทรศัพท์นั้น เป็นฉากที่สื่อออกมาได้ดีอ้ะคับ ดีมากจริงๆ และภาคนี้ Rosemary Harris ผู้มารับบทป้าเมย์นั้น ก็… โอย เหลือเกินเลยครับ ไม่ทราบว่ากะจะฆ่าคนดูเหรอฮะ คือ ป้ากะจะเอาออสการ์ให้ได้เลยใช่มั้ยครับ เพราะแต่ละฉากที่ออกมานี่ผมแทบร้องไห้อ้ะ ได้ใจแบบสุดๆเลยคุณเอ๊ย !!!

ส่วน Effect นั้นก็ไม่ทราบว่ามีอะไรต้องห่วงอีกครับ เนี๊ยบสุดๆอยู่แล้ว ส่วนพวกฉากบู๊นี่ รู้สึกจะน้อยลงครับ แต่เท่าที่มีก็ทำได้ดีแล้วล่ะ โดยเฉพาะตอนที่สไปดี้ไปตีกับด็อก อ็อค บนรถไฟลอยฟ้านั่น ก็แทบจะหยุดหายใจกันไปเลยทีเดียว เรียกว่าน้อยแต่แน่น แม้ฉากไคลแม็กซ์ที่ตีกับด็อก อ็อคในตอนท้ายอาจจะไม่ค่อยเท่าไหร่ก็ตาม แต่หนังก็ยังชดเชยด้วยสิ่งอื่นครับ เป็นอะไรไปดูเอง บอกได้แค่ว่าภาคนี้ จบลงอย่างยอดเยี่ยมจริงๆ

บรรทัดนี้จะเป็นความชอบส่วนตัวอ้ะนะครับ นั่นคือ หนังยังคงความเป็น Sam Raimi ไว้อย่างครบถ้วน โดยเฉพาะฉากที่ด็อก อ็อคใช้หนวดจัดการกับเหล่าหมอในการผ่าตัดเขา ฉากนั้นน่ากลัวดีมากเลยครับ เกือบๆจะสยองเลยหล่ะ อีกเรื่องก็คือ Bruce Campbell ได้มาเล่นในเรื่องด้วย (ไอ้ยามโรงละครที่ไม่ยอมให้ปีเตอร์เข้านั่นแหละครับ) ซึ่งเป็นดาราคู่บุญของพี่ Sam แกอยู่แล้ว คาดว่าภาคหน้าพี่แกก็คงจะได้โผล่มาอีกล่ะครับ แล้วยังมี Ted Raimi น้องชายของพี่ Sam มาเล่นเป็น ฮอฟฟ์แมน (ก็คนที่โดนคุณเจมิสัน บก.หนังสือพิมพ์เรียกมาด่าตลอดทั้งเรื่องนั่นไงครับ) นี่แหละสไตล์ของพี่ Sam แกล่ะ มีญาติก็ต้องเอามาใช้งานให้หมด

อีกประการหนึ่งหนังฮามาก ครับ มุขเพียบ คุณเจมิสัน (J.K. Simmons) นี่เป็นตัวยิงมุขเลยครับ ถ้าฟังทันล่ะรับประกันความฮาเลย ซึ่งทั้งความฮา อารมณ์ดราม่า ความเข้มข้น มันไปด้วยกันได้ทั้งหมด ไม่มีสะดุดเลยแม้แต่น้อย

ร่ายมายาวมากๆแล้ว โดยส่วนตัว นี่คือหนังที่สมบูรณ์มากในทุกๆด้านครับ เป็นหนังที่สร้างจากการ์ตูนที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีการสร้างกันมาเลยล่ะ ผมว่านะ ครบทุกรส

ดีระดับนี้ ต่ำกว่าสี่ดาวไม่ได้ครับ

Star41(9/10)

Advertisements