รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

หมอเจ็บ (2004)

mor_00

กระแสของหนังเรื่องนี้นี่มีสองทางแบบชัดๆเลยนะครับ คือถ้าดูแล้วใครชอบก็ชอบไปเลย ใครไม่ชอบก็ด่าไปเลยเหมือนกัน เฉยๆไม่ใคร่จะมีนะ

ส่วนตัวข้าพเจ้านี้ … ชอบครับ

เนื้อเรื่องย่อมันก็ประมาณว่านักเรียนหมอจอมแหกคอก 2 คนคือหมอพาย (พอล – ภัทรพล ศิลปาจารย์) กับ หมอถุน (จิ๊บบี้ – ตะวัน แซ่ตั้ง) กับชีวิตการเรียนแพทย์ที่ต้องเจอทั้งคนไข้ รุ่นพี่เฮี้ยบๆ หมอเผด็จการ ก็คอยลุ้นกันไปล่ะครับว่าพวกเขาจะเรียนได้สำเร็จดังหวังมั้ย

ถ้าพูด ถึงความฮา หนังฮาครับฮามาก มีมุขอยู่เยอะ นักแสดงก็ทำได้ดีครับ การเดินเรื่องก็โอเคนะ เร็วดี ไม่ค่อยมีอะไรให้น่าเบื่อ สาระก็มีนี่สิครับสำคัญ

ผมชอบสิ่งที่หนังสื่อออกมาโดยเฉพาะประเด็น และคำพูดที่ได้ใจผมมากก็คือ “หมอมีหน้าที่รักษาคนไข้ ไม่ใช่รักษาภาพพจน์” ไอ้ประเด็นนี้มันมีที่มาที่ไปครับ คือประมาณว่าพฤติกรรมของ 2 หมอเรานี้มักจะแหกคอก รวมไปถึงการรักษาคนไข้หรือวิธีการเข้าถึงคนไข้ด้วย ซึ่งบางอย่างถูกมองว่าเป็นการทำลายภาพพจน์ของคนเป็นหมอ ทั้งๆที่มันเป็นการรักษาคนไข้แท้ๆอ้ะ เพียงแค่เป็นวิธีที่ต่างออกไปเท่านั้นเอง แต่ 2 หมอของเราก็โดนเล่นตลอดเลยครับจากคุณหมอที่หัวโบราณแบบโคตรๆ มันก็น่าคิดอยู่เหมือนกันว่าอะไรกันนักหนาอ้ะ

อีกอย่างสไตล์การรักษา ของแต่ละคนมันก็มีสิทธิ์แตกต่างกันได้ แล้วถ้าสไตล์เรามันต่างกับคนอื่นแต่มันก็เป็นวิธีรักษาอ้ะ เราผิดเหรอครับ เฮ่อ ไอ้ที่โดนน่ะไม่ใช่เพราะอะไรหรอก แต่เพราะผมกำลังเจออยู่เลยตอนเนี้ย ไปฝึกงานและผมก็ต้องคอยทำงานแบบเอาใจอาจารย์แต่ละท่านอยู่ คือ แบบว่าแต่ละคนมันมีสไตล์ที่ต่างกันนะครับ วันนี้เจอท่านนี้ก็ต้องทำสไตล์นี้ ถ้าไปเอาสไตล์ของอาจารย์คนอื่นมาทำในที่นี้ เราก็จะโดนหาว่าทำไมทำแบบนี้แล้วก็จะพบกับข้อชี้แจงที่ว่าวิธีนี้ไม่เหมาะ เพราะอะไร ซึ่งถ้าลองมาประมวลจะพบว่า ทุกสไตล์ของอาจารย์ทุกท่านนั้นมีจุดดีและจุดด้อยด้วยกันทั้งนั้น ซึ่งจริงๆถ้าเราเอามาประยุกต์ก็น่าจะไปกันได้ แต่นี่บางทีรู้สึกว่าจะไม่ประยุกต์กันเลยนะครับ เอาแต่แบบกูของกูสไตล์กูอย่างเดียว สไตล์อื่นไม่เข้าท่า ดีไม่ดีโดนด่าอีกตู เออ เอาเข้าไปดิ

… รู้สึกจะเป็นการระบายอารมณ์ซะแล้วนะนี่

กลับ มาเรื่องหนังครับ หนังมีประเด็นดีอยู่เยอะทีเดียวอย่างไอ้ที่บอกไปนั่นแหละ ซึ่งโดยรวมๆผมว่าหนังทำได้ดีครับ แต่มันยังสามารถทำให้ดีกว่านี้ได้อีกเยอะในหลายๆฉาก อย่างเช่นฉากในตอนคืนปีใหม่เป็นต้น ที่เกิดเรื่องให้หมอฝึกหัดทั้งหลายได้สำนึกกันว่า พวกเขามีหน้าที่และมีภาระที่สำคัญขนาดไหน แต่ที่ออกมาแค่ในระดับหนึ่งเท่านั้นครับ จริงๆแล้วมันน่าจะวุ่นวายมากกว่านั้น เรียกได้ว่ามันต้องมาอารมณ์เดียวกับซีรี่ส์ ER เลยล่ะ ก็ไม่อยากจะเปรียบเทียบอ้ะนะครับ แต่ว่าทำออกมาทีหลังเขาน่ะ มันก็น่าจะให้ได้พอสู้เขาไหวหน่อย และอีกอย่าง ฉากนั้นมันควรออกมาให้อึ้ง กว่าที่เป็นซักหน่อย ควรจะมีวานด์เป็นเสียงโหยหวนของผู้ป่วยทั้งหลาย เอาให้มันอึ้ง ให้มันบาดทางอารมณ์ไปเลย ถ้าทำได้นะ รับรองว่าสะเทือนอารมณ์แบบสุดๆแน่นอน แต่นี่ ออกมาไม่มากครับ น่าเสียดายอยู่เหมือนกัน

แล้วยังมีฉากช่วงท้ายที่น่าจะสร้างอารมณ์ สะเทือนใจได้ แต่ก็ไม่ถึงอีก รวมไปถึงประโยคที่นางเอก (อัมธิดา กองคำ) พูดว่า “เธออยากเป็นผู้หญิงธรรมดาหรือผู้หญิงที่พิเศษ” นั่น มันเหมือนกันท่องมาเลยครับ ไม่ได้ Make Feeling เท่าไหร่เล้ย ก็ไม่เถียงอ้ะนะคับ ว่าเธอสวยโคตรๆ (ปกติผมว่าคนสวยๆไม่ค่อยลง แต่ก็ต้องเอาซะหน่อยอ้ะนะคับ) ก็อยากจะบอกอ้ะนะคับ ว่าบทที่คุณพูดน่ะ สำคัญและโคตรจะบาดลึกถึงลิ้นหัวใจเลยนะครับ แต่คุณน่ะ พูดเหมือนท่อง อารมณ์แทนที่มันจะปะทุมันเลยแค่ย่องๆเท่านั้นเอง (นี่ถ้าไม่น่ารักล่ะผมบ่นมากกว่านี้อีกนะ เผอิญจำเลยหน้าตาดี ศาลเลยยกฟ้องครับ)

อีกอย่าง ดนตรีครับ ดนตรีของหนังไทยนี่รู้สึกจะไม่ถึงฝั่งฝันกันซักเรื่องเลยนะครับ ไม่สามารถเร้าอารมณ์ผู้ชมได้เลย (ก็มีแต่โหมโรงล่ะครับที่สุดยอด แต่มันหนังเพลงโดยตรงนี่หว่า ถ้าเพลงไม่ดีคนก็สวดกันยับดิ) น่าเสียดายครับ ดนตรีมีส่วน ภาพบนจอก็มีส่วนพอๆกันครับ คนดูจะซึ้งไม่ซึ้ง จะคล้อยตามหรือไม่หรือน้ำตาจะไหลหรือเปล่านี่ขึ้นกับสิ่งเหล่านี้เลย ซึ่งกับเรื่องนี้ มันก็ถึงบ้างไม่ถึงบ้าง ไอ้ฉากสนุกๆน่ะโอเค แต่ฉากซึ้งๆนี่ ไม่ถึงดวงดาวครับ เสียดายจังวุ้ย

ที่ผมบ่นไปนี่เป้ นเพราะความเรื่องมากของผมเองนะครับ จริงๆหนังก็ทำออกมาได้ดีในระดับหนึ่งอยู่แล้ว แต่ผมแค่เห็นว่าถ้าเสริมบางอย่างเข้าไปอีกนิด มันก็คงดีแบบมากๆเลยทีเดียว ก็เสียดายน่ะ

แต่ผมก็ชอบหนังเรื่องนี้นะครับ ก็อยากให้ลองไปกัน ถือว่าหนังทำได้ดีครับ แม้จะไม่ได้สุดยอดอะไร แต่ก็คุ้มพอสมควร เอาฮาก็ได้ โดยเฉพาะไอ้มุขกะล่อนของไอ้ 2 ตัวนี้น่ะ ผมล่ะโคตรชอบเลย ยิ่งตอนที่หมอถุนบอกหมอพายว่า “แล้วมึงจะมามัวเถียงกะกูทำไม” นั่น สุดยอดอ้ะ ได้อารมณ์แท้ๆเลย คนอื่นอาจจะแค่ฮา แต่สำหรับผม มันถึงใจจริงๆครับฉากนั้น ก็หมอพายแมร่งมัวแต่ลังเลหาข้ออ้างอยู่นั่นแหละ เพราะไอ้การลังเลนี่เองที่อาจจะทให้คนเราพลาดสิ่งดีๆไปชั่วชีวิตก็ได้ นี่ก็เป็นอีกสาระที่ได้มา โอ้ย จริงๆมีเยอะครับ แต่ผมไม่อยากจะเอามาบอกให้ทั้งหมด ให้ลองไปหาเองบ้างดีกว่า

อย่างที่ผมบอกตั้งแต่ต้นครับ ถ้าหากดูแล้ว ไม่ชอบก็เกลียดไปเลย

สำหรับผมสองดาวครึ่งครับ

Star22(7/10)