รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

Willard (2003) วิลลาร์ด กองทัพอสูรสยองสี่ขา

url

เรื่องนี้ผมดูตอนเข้าโรงวันแรกเลยนะครับ จำได้ เรียนเสร็จปุ๊บรีบจับรถไปดูเลยล่ะ สาเหตุก็เพราะ อย่างแรก มีพี่ Crispin Glover แสดงนำครับ ซึ่งผมชอบพี่แกมาก กับบทสไตล์แปลกๆ และไม่รู้เป็นโรคอะไรพี่แกชอบแต่งชุดดำ ทำผมแสกกลางตลอด พี่แกไม่หล่อครับ แต่โดนใจผม ผมชอบมาตั้งแต่สมัยที่เล่น Back to The Future แล้วล่ะครับ

อีก อย่างหนังมันเป็นแนวสัตว์โลกน่ารักอยู่เหมือนกันครับ คือ มีหนูเป็นสัตว์โลกที่ว่า และดูจากตัวอย่างผมว่าหนังมันแนวใช้ได้เลย (แนวผมครับ แนวผม) เนื้อเรื่องมันคือ พี่วิลลาร์ด สไตลส์ (Glover) เนี่ยเป็นพวกไม่สู้คนครับ พี่แกโดนเจ้านายจอมโหด กดขี่ตลอด แฟนก็ไม่มี แม่ก็ป่วย บ้านก็จะถูกยึดอีก แต่เขามีเพื่อนเป็นหนูครับ หนูขาวชื่อ โสเครตีส แล้วไม่นานเขาก็สานสัมพันธ์กับกองทัพหนูอีกนับพัน และเมื่อชีวิตเขาถึงจุดที่เครียดจนสุดจะทานทนได้ เขาจึงใช้กองทัพหนูของเขาออกล้างแค้นคนที่เคยทำร้ายเขาเอาไว้

ผมบอกกับใครๆ ว่าชอบนะ แต่ก็บอกด้วยว่าคนอื่นอาจจะไม่ชอบก็ได้ ….

เพราะ จะว่าไปหนังไม่มีอะไรเลยนะครับ เดินเรื่องไปเรื่อยๆ บทก็ไม่มีอะไรซับซ้อน แต่จุดเด่นมันมาอยู่ตรงการแสดงที่ยอดเยี่ยมของพี่ Glover ครับ พี่แกดูโรคจิตและเก็บกดอย่างแท้จริง ยิ่งตอนร้องไห้นี่น้ำหูน้ำตาไหลออกมาแบบสั่งได้เลยครับ ดาราคนอื่นก็เล่นได้ดีทั้งนั้น งานด้านโปรดักชั่น ภาพ ดนตรีหรือเทคนิคพิเศษเกี่ยวกับหนูทั้งหลายค่อนข้างเนี๊ยบ (ยกเว้นฉากที่หนูอยู่กันเต็มลิฟท์นั่น มันออกจะเป็น Effect ชัดไปหน่อย)

และที่ผมออกจะชอบเพราะมันเข้าแนวของผมเหลือเกิน นั่นคือ โทนหนังออกจะมืดๆ (สไตล์พี่ Tim Burton แต่ไม่มากเท่า) มุมกล้องไม่กว้างเกินไป แต่ก็ไม่แคบจนอึดอัด (ทำให้อารมณ์ลงตัวในหลายๆ ฉาก) รวมไปถึงการบ่งบอกชีวิตที่แสนจะบัดซบของวิลลาร์ดอย่างชัดเจน เขามีปัญหาเยอะครับ แล้วยังขาดความมั่นใจอีก คนแบบนี้มักถูกเหยียบย่ำในสังคมเป็นประจำอยู่แล้ว

30560667_1300x1733

ในตอนท้ายการที่ เขาระเบิดความโกรธออกไปถึงกับทำร้ายคนนั่น บางคนอาจคิดว่ามันเกิดกว่าเหตุนะครับ แต่สำหรับผม ผมเชื่อว่าทุกคนมี Threshold ที่แตกต่างกัน (ระดับความอดทนน่ะครับ) บางคนถ้ามาเจอสถานการณ์เดียวกับวิลลาร์ดอาจบอกว่า เนี่ยมันแค่จิ๊บๆ แต่สำหรับคนที่มีความมั่นใจต่ำอย่างวิลลาร์ด มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยครับที่ความอดทนเขาจะต่ำตามไปด้วย ดังนั้นที่เขาทำ เขาถือว่ามันถูกตามความคิดของเขา (ก็ลองคิดดูครับ ว่าคุณโกรธจนหน้ามืด บางทีสติมันก็ไม่เหลือเหมือนกัน)

และอีกอย่างคือ หนังนำเสนอว่า วิลลาร์ดคือตัวเอกครับ แต่ไม่ใช่พระเอกและไม่ใช่ฮีโร่ ดังนั้นที่พี่แกทำไม่จำเป็นต้องถูกทั้งหมดครับ แต่จะถูกมากถูกน้อย หนังก็ให้เราไปคิดเองเป็นการบ้าน อันนี้แล้วแต่วิจารณญาณด้วยนะครับผมว่าคนเรา มันต้องคุมอารมณ์ด้วยแหละ เพราะการระเบิดอารมณ์ผมว่ามันไม่ได้ส่งผลดีเลยครับ มีแต่ความเสียหาย การใช้ความรุนแรงก็ไม่ใช่อะไรที่ถูกต้องนัก … ฟังดูเหมือนเป็นข้อคิดง่ายๆ นะครับ แต่คนบางคนยังไม่เข้าใจ หรือไม่ก็ลืมมันบ่อยๆ ด้วยซ้ำ

อีกประเด็นที่น่าคิดคือ ตัวหัวหน้าของวิลลาร์ด ที่มีพฤติกรรมชอบกดขี่พี่วิลลาร์ดของเราตลอดเวลา ทั้งดูถูกและเหยียดหยาม ซึ่งส่วนมากในชีวิตจริง คนที่เป็นหัวหน้าเขาหลายคนเลยล่ะครับที่ชอบทำแบบนี้ (ไม่รู้ว่าชอบมั้ย แต่ที่แน่ๆ ทำบ่อยๆ ล่ะ) ชอบกดขี่ลูกน้อง ซึ่งทำแบบนี้มันก็ไม่ไหวนะครับ คำว่า นาย กับ ลูกน้อง น่ะ มันแค่แบ่งฐานะในเรื่องงานตามบริษัทนั้นๆ แต่ไม่ว่าจะอย่างไร เราทุกคนก็ล้วนอยู่ในสังคมเดียวกันนะครับ มีฐานะเท่าเทียมเป็นคนเหมือนกัน การจะไปกดชาวบ้านแบบนี้มันก็ไม่ดีนัก อีกอย่างถ้าเขาไม่พอใจมากๆ บ้าขึ้นมานี่ เดี๋ยวก็ได้วินาศสันตะโรกันพอดีล่ะครับ ดังนั้นฝากไว้ด้วยเน้อ คนที่เป็นนายเขาน่ะ มีอำนาจก็ใช้แต่พองานครับ หากไม่ใช้เลยเดี๋ยวลูกน้องไม่เคารพ แต่อย่าใช้ให้มากเกินไปก็แล้วกัน

เอา ล่ะ สรุปล่ะนะฮะ ผมว่าหนังครบเครื่องครับ นักแสดงดี บทก็โอเค การเดินเรื่องก็เรื่อยๆ แต่น่าสนใจตลอด โทนหม่นๆ ดีอีกต่างหาก (ใครชอบเลือกไปลองได้เลยครับ ไอ้ความหม่นเนี่ย)

ก็ชอบครับ มันเป็นแนวผมอ้ะ ใครดูหนังแล้วรู้สึกว่ามีสไตล์ใกล้ๆ ผมก็น่าลองครับ

สองดาวครึ่งไปเลยครับ

Star22(7.5/10)

Advertisements