รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

National Lampoon’s Christmas Vacation (1989) ร้อนนักก็พักร้อน ตอน คริสต์มาสอลเวง

1359641131

ผมเคยรีวิวถึงหนังชุดนี้ไว้เมื่อนานมาแล้วนะครับ เคยพูดถึงภาค 1 และ 2 ส่วนอันนี้จะเป็นภาค 3 นะครับ

คลาร์ค (Chevy Chase) และเอลเลน (Beverly D’Angelo) สามีภรรยาตระกูลกริสวอลล์ และลูกๆ 2 คนอันได้แก่ รัสตี้ (Johnny Galecki) กับ ออเดรย์ (Juliette Lewis) ที่ปกติพวกเขาจะมีเหตุให้ยกขบวนกันไปพักร้อนทั้งครอบครัว (แล้วก็ป่วนทุกรอบ) แต่ทว่าปีนี้พวกเขาไม่ได้ไปไหนครับ แต่ก็ยังไม่วายเจอเรื่องปวดหัวป่วนจิตที่บ้านตัวเองในช่วงวันคริสต์มาส อันเป็นเทศกาลรวมญาติที่ทั้งพ่อตาแม่ยายและคุณปู่คุณย่ามากันครบ ไหนจะญาติเอ็ดดี้ (Randy Quaid) จอมแสบอีก คลาร์คก็เลยพยายามจะจัดงานวันคริสต์มาสให้ดีที่สุด ขณะเดียวกันเขาก็ต้องลุ้นอีกด้วยว่าปีนี้จะได้โบนัสจากการทำงานหนักหรือไม่ ถ้าได้ก็ดีครับ เพราะเขาจะได้เอาเงินมาสร้างความฝันต่อเติมบ้านสักที

ภาคนี้กลับมาเป็นสไตล์เดียวกับภาคแรกครับ นั่นคือฮาพอดี มีสาระผสมลงไปแบบพอเหมาะ ว่ากันถึงเรื่องฮาก่อนนะครับ หนังฮาเพลินดี ซึ่งส่วนมากก็เล่นกับเรื่องหายนะปั่นป่วนสารพัดในคืนคริสต์มาส ไม่ว่าจะไฟประดับอลังการที่เปิดเท่าไรก็ไม่ยอมติดสักที, ของขวัญที่ญาติๆ เอามาให้ที่บางชิ้นก็ปกติ แต่บางชิ้นก็เล่นเอามึนกันไปทั้งบ้าน, กระรอกวายร้ายที่เข้ามาเติมความป่วน และยังมีอีกเพียบครับ ซึ่งสารพัดอย่างที่ผมบอกไปนั้นก็เพิ่มดีกรีความฮาให้กับหนังได้อย่างดี

ส่วนสาระดีๆ ประจำภาคนั้นผมว่าก็ไม่เลวเลยครับ เหมาะมากสำหรับให้หัวหน้าครอบครัวดู กับการที่คลาร์คซึ่งถือเป็นว่าเจ้าบ้านและเป็นหัวหน้าครอบครัว เขาเลยต้องรับผิดชอบในการจัดงานให้ออกมาดีที่สุด อีกทั้งต้องคอยแก้ปัญหาต่างๆ เพื่อให้งานคริสต์มาสนี้ออกมาสำเร็จลุล่วง แม้จะเหนื่อยแทบบ้าแต่ก็ต้องตั้งหน้าทำ เพราะภาระของผู้นำค้ำคอ

แล้วไหนยังต้องลุ้นโบนัสจากเจ้านายจอมงกอีก ซึ่งแม้เรื่องทั้งหลายจะวุ่นนะครับ แต่หนังก็แสดงให้เห็นตลอดนั่นแหละว่า “คนในครอบครัวสามารถช่วยกันได้เสมอ” ช่วยได้หลายสถานการณ์ เช่นช่วยแก้ปัญหา, ช่วยทำให้ปัญหาน้อยลงหรือช่วยลดปัญหา หรือไม่อย่างน้อยก็ช่วยให้กำลังใจ

อย่างตอนที่พ่อของคลาร์คเดินมาบอกว่า “หมวกหัวหน้าครอบครัวและหมวกเจ้าบ้านคริสต์มาส” นั้นเขาเคยผ่านมาก่อน และมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะทำทุกอย่างให้ลุล่วง ดังนั้นคลาร์คไม่ต้องถือมากให้หนักก็ได้ เนี่ยครับ ฉากง่ายๆ แบบนี้ก็ทำให้เกิดอารมณ์อบอุ่นได้อย่างดี ไหนจะได้แง่คิดอีกด้วย หรือแม้แต่ญาติเอ็ดดี้ที่ดูเหมือนจะมาป่วนเป็นหลัก แต่ก็ยังช่วยเติมความน่ารักให้หนังได้ไม่น้อยเหมือนกัน

แล้วก็ยังสอน เราเรื่องการมีสติ สอนให้รู้จักใจเย็นเข้ารับมือกับปัญหา แม้ความใจเย็นอาจไม่ทำให้ปัญหาหายวับไป แต่อย่างน้อยก็คุมขนาดของปัญหาได้ในระดับหนึ่ง

ผมชอบตอนจบนะครับ ประโยคที่คลาร์คพูดว่า “I Did it” (ฉันทำได้) ทำเอาผมยิ้มเลยครับ เป็นคำง่ายๆ ที่สรุปปิดให้กับหนังทั้งเรื่องได้เลย

ผม ว่าคนที่เป็นพ่อหรือเป็นหัวหน้าครอบครัวน่าจะซึ้งถึงอารมณ์น่ะครับ เวลาทำอะไรเพื่อครอบครัวสำเร็จแล้วมันอยากจะตะโกน อยากจะถอนหายใจ เฮ่อออออออออออออออออออออออออ ให้ดังๆ เลย ด้วยความดีใจ ภูมิใจ เบาใจ และสบายใจ

ไม่แปลกใจที่หนังจะติด 10 อันดับหนังคริสต์มาสที่คนอเมริกันชื่นชอบตลอดกาล เพราะมันครบเครื่องทั้งเรื่องขำขันและสาระน่าคิด

อาจ เป็นหนังที่หาดูไม่ง่ายนักในบ้านเราตอนนี้นะครับ (แต่จำได้ว่าสมัยก่อนเคยออกวีดีโอ จำได้เพราะหน้าปกนี่แหละครับ ปกเดียวกันเป๊ะ) หากมีโอกาสพบเจอ และคุณเป็นคนชอบหนังวันคริสต์มาส, ชอบหนังว่าด้วยครอบครัว หรือ ชอบหนังตลกแฝงสาระ รับรองครับว่าเรื่องนี้คุ้มค่าแก่การรับชม อันที่จริงมันคุ้มถึงระดับน่าเก็บเลยล่ะครับ

ถือเป็นงานเขียนบทที่น่าจดจำอีกเรื่องของ John Hughes ผู้ล่วงลับ ต้องยอมรับว่าพี่เขาเขียนบทหนังเกี่ยวกับวันคริสต์มาสได้ดีจริงๆ ครับ มักจะมีความสนุกและสาระ อีกทั้งแทรก “หัวใจวันคริสต์มาส” ลงมาให้คนดูได้ระลึกถึงอยู่เสมอ

ส่วนคนกำกับก็คือ Jeremiah S. Chechik ครับ ผมว่าเรื่องนี้เป็นงานหนังใหญ่ชิ้นที่ดีที่สุดของเขาเลย ซึ่งนี่เป็นงานกำกับเรื่องแรกของเขาด้วย นอกจากเรื่องนี้เขาก็มีผลงานดีๆ อย่าง Benny & June ที่ Johnny Depp นำแสดง ก่อนจะมาเป๋ครั้งแรกไปกับ Diabolique และต่อด้วย The Avengers (ไม่ใช่หนังรวมฮีโร่ Marvel นะครับ แต่เป็นหนังที่รีเมคจากซีรี่ส์ยอดฮิตของอังกฤษว่าด้วย 2 สายลับปกป้องโลก)

สรุปแล้ว เป็นหนังดีอีกเรื่องที่คุ้มครับ

สองดาวครึ่งบวกๆ ครับ

Star22(7/10)