Action

Mad Max (1979) แมดแม็กซ์

mad-max-1979-george-miller

หนังแจ้งเกิดของ Mel Gibson ในบท แม็กซ์ ร็อคเก็ทแทนสกี้ นายตำรวจผู้พยายามสร้างความสงบสุขให้กับสังคมอันเหลวแหลกของออสเตรเลีย แต่แล้วเขากลับต้องสูญเสียลูกและภรรยาไปด้วยน้ำมือของเหล่าวายร้ายที่ทำลายทุกความสงบสุขบนดินแดนนั้น แม็กซ์ จึงต้องตามล่าล้างแค้นแบบสุดโหด จนในที่สุดเขาก็เปลี่ยนตัวตน เขาไม่ได้เป็นผู้รักษากฏหมายอีกต่อไป เขาได้กลายมาเป็นนักล่าเหล่าร้ายแห่งท้องถนน

เขากลายมาเป็น แมดแม็กซ์

คอแอ๊คชั่นน่าจะรู้จักหนังเรื่องนี้กันประมาณหนึ่งนะครับผม เรื่องราวการต่อสู้กับวายร้ายในโลกที่ไร้ขือแปในอนาคต จะว่าไปผมว่าหนังมันสนุกสะใจดีมากเลยครับ การเดินเรื่องค่อนข้างเร็ว โทนหนังมันก็เวิ้งว้างสุดๆ เป็นโลกอนาคตที่หม่นหมองมากเลยครับ ไม่ใช่มืดทึมนะครับ มันสว่างโล่เพราะฉากส่วนมากมันก็เป็นถนนหนทางกลางทะเลทรายนั่นแหละครับ มันดูกว้างใหญ่ แต่กลับให้อารมณ์ว่าสถานที่แห่งนี้ ไม่มีความสุขสงบใดๆ

นี่เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของหนังที่ไม่ต้องใช้ทุนมาก แต่ทำได้ตรงเป้าเผงเลยครับ คือในเรื่องนั่นไม่ได้มีแค่ฉากบู๊ฉากการไล่ล่าที่สะใจเท่านั้น แต่มันยังให้อารมณ์เวิ้งว้างได้สำเร็จด้วย ให้ความรู้สึกประมาณว่าหมดหวัง และสภาวการณ์ของโลกก็กลับไปสู่ยุคดึกดำบรรพ์อีกครั้ง นั่นคือ ผู้แข็งแกร่งเท่านั้นถึงจะอยู่รอดได้ และนั่นคือสิ่งที่แม็กซ์เป็น

และหากลองมองดูโลกเราตอนนี้ดีๆ การแก่งแย่ง ใช้กำลังอำนาจเอาตัวรอดมันก็มีแทรกซึมอยู่ทั่วไปในปัจจุบันอยู่นะครับ

Mad-Max-1979-04

หนังเรื่องนี้แจ้งเกิดให้กับ เฮีย Mel ครับ แม้การแสดงจะไม่ได้ถึงกับสุดยอด แต่บทนายตำรวจคลั่งแห่งโกลอนาคตรายนี้ก็เหมาะกับเขาดีมาก คือตอนแรกพี่ท่านเป็นตำรวจธรรมดาที่ดูหนุ่มแน่นและไม่แหกกฏอะไร แต่พอเกิดเรื่องเลวร้ายขึ้น พี่ท่านก็กลายเป็นอีกคนไปเลย ซึ่งเกร็ดที่น่าสนใจคือ ตอนแรกนั้น บทนี้ เฮีย Mel แกไม่ได้ตั้งใจจะไปแคสหรอกครับ

คืองี้ วันนั้นน่ะ เพื่อนของเฮีย Mel แกอยากไปแคสบทนี้ครับ เฮียแกก็ไปเป็นเพื่อน แล้วทีนี้ทีมงานเขาเกิดเห็นอะไรบางอย่างในตัวเฮียเขา นั่นคือ ความดุดันและแววความบ้าคลั่งแฝงอยู่ในแววตา เพราะเผอิญคืนก่อนที่เขาจะไปที่กองถ่ายเนี่ย เขาได้ไปมีเรื่องกับอันธพาลในบาร์ครับ แล้วทีนี้พอเช้ามาหน้าตาพี่แกก้ยังบวมปูดบูดเบี้ยวอยู่ ทีนี้พอทีมงานเห็นก็เลยสนใจ เพาะคิดว่าเด็กหนุ่มหน้าอ่อนคนนี้ มีเลือดนักสู้ใจนักเลงอยู่เหมือนกัน เลยเอ่ยปากไปว่า ไว้ซักสามอาทิตย์ไว้แผลหายแล้วลองมาแคสบทดูสิ เฮีย Mel แกก็งงล่ะครับ ถามว่าทำไม ทีมงานเลยตอบมาว่า “we need freaks!” แปลก็ประมาณว่า บทเนี้ยเราต้องการคนประเภทมีแววบ้าๆ หน่อย

ผมก็ไม่แน่ใจล่ะ ครับว่าพอเฮียแกได้ยินอย่างนี้จะดีใจหรือเสียใจดี แต่ที่แน่ๆ อีกสามอาทิตย์ต่อมาเขาก็กลับมาแคสจริงๆ และบทนี้ก็เป็นของเขาไปจนได้

ผมค่อนข้างทึ่งนะครับ ที่หนังเรื่องนี้ทุนต่ำ (400,000 โดยประมาณ) ข้าวของในหนังนั่นก็พยายามให้ราคาต่ำที่สุดนะครับ อย่างเช่น มอเตอร์ไซค์ที่ตั้งในหนังน่ะ เชื่อมั้ยครับว่าบางอันมันเป็นโมเดล ไม่ใช่ของจริง หรือกระทั่งรถหลายๆ คันในแต่ละฉากนั้นน่ะ บางคันมันก็คือรถคันเดิมจากฉากก่อนๆ แต่เอามาทาสีใหม่เท่านั้นเอง อืมม์ ประหยัดสุดๆ เลยครับ ทว่าคุณภาพของหนังไม่ได้ลดด้อยลงไปเลย เพราะหนังมันสั้นแค่ชั่วโมงครึ่งและการเดินเรื่องก็ฉับไวไม่เยิ่นเย้อ และการไล่ล่าช่วงท้ายก็สะใจคอหนังแนวนี้แท้ๆ เลย ซึ่งก็ต้องขอชมผู้กำกับ George Miller ที่คุมอะไรๆ ได้อย่างพอเหมาะจริงๆ

หดหู่และมันส์ตามสไตล์หนังเก่าๆ ครับ ค่อนข้างดิบๆ ด้วย เป็นหนังอีกเรื่องที่ทำได้สนุกสะใจ ไม่น่าผิดหวังครับ

สองดาวครึ่งครับ

Star22(7.5/10)