รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

National Lampoon’s Vacation (1983) ร้อนนักก็พักร้อน

1332229283

นี่คือหนังระดับตำนานอีกเรื่องครับ เขียนบทโดย John Hughes เจ้าพ่อหนังตลกและหนังวัยรุ่นในยุค 80 – 90

พอผมได้ดูก็พอจะรู้แล้วล่ะครับ ว่าทำไมหนังถึงได้รับคำชมมาอย่างยาวนาน ก็เพราะมันมีอะไรมากกว่าความเป็นหนังตลกน่ะสิครับ… มา เดี๋ยวผมจะมาว่าให้ฟังเป็นเรื่องราวของครอบครัวกริสวอลล์ครับ นำโดยคุณพ่ออารมณ์ดี คลาร์ค (Chevy Chase) คุณแม่คนสวย เอลเลน (Beverly D’Angelo) และลูกชายชื่อรัสตี้ (Anthony Michael Hall) กับลูกสาวจอมเฮี้ยวชื่อ ออเดรย์ (Dana Barron) ที่ตั้งใจจะยกขบวนกันไปเที่ยวพักผ่อนวันหยุด และจุดหมายก็คือวอลลี่ย์ เวิร์ล สวนสนุกชื่อดัง แต่ระหว่างการเดินทางพวกเขาก็ต้องเจอกับเรื่องวุ่นๆ เพียบ ตั้งแต่เรื่องเล็กๆ อย่างรถพังไปจนถึงเรื่องใหญ่อย่างการบุกยึดสวนสนุกวอลลี่ย์ เวิร์ล!

ตามสูตรหนังแนวนี้น่ะครับ มันจะต้องมีอะไรวุ่นวายตลอดทาง ซึ่งผมก็ว่าหนังตลกดีนะครับ ไม่ได้ถึงขั้นฮาแตก แต่สนุก ดูเพลิน เหมือนได้ไปเที่ยวรอบอเมริกาพร้อมครอบครัวกริสวอลล์ (ว่าตามจริงคือ ถ้าเราไปกับเขาด้วยคงปวดหัวตายล่ะครับ อะไรจะเกิดเรื่องได้ถี่ยิบขนาดนั้น)

แล้วก็แน่นอนครับว่าระหว่างการเดินทางสุดป่วนครั้งนี้ คนในครอบครัวนี้ก็จะได้เรียนรู้กันและกัน ปรับความเข้าใจต่อกันให้มากขึ้น ที่ห่างเหินก็จะได้เขยิบเข้าใกล้กันในคราวนี้แหละ อันนี้ผมว่าดีนะครับ ทำให้หนังมีครบทั้งบันเทิงและสาระ

ผมชอบครอบครัวนี้นะครับ พวกเขาน่ารัก เขาเข้าใจกัน อีกทั้ง “พยายามเข้าใจกัน” ด้วย ประมาณว่าแม้บางสิ่งบางเรื่องจะมีการมองต่างมุม แต่ในที่สุดแล้วพวกเขาก็จะพยายามปรับเข้าหากัน ไม่ปล่อยให้ความเข้าใจที่ผิดนั้นคงอยู่นานเกินไป

หลายฉากทีเดียวที่ ถ่ายทอดเรื่องในครอบครัวได้ดีมากๆ อย่างตอนที่คลาร์คคุยกับรัสตี้ (กลางทะเลทราย) ในฐานะพ่อลูกที่อยากสร้างความทรงจำดีๆ ด้วยกัน “รู้ไหมว่าตอนพ่ออายุเท่าลูกน่ะ ช่วงเวลาแบบนี้ การได้ผจญภัยกับพ่อเช่นนี้ คืออะไรที่ยอดเยี่ยมที่สุดเลยนะ” แล้วก็นั่งมองวิว นั่งดื่มกินกัน กอดคอฮาเฮประสาพ่อลูก… เป็นฉากที่ง่าย แต่สวยงามจริงๆ ครับ

หรือตอนที่คลาร์คกับเอลเลนทะเลาะกัน จนคลาร์คเกือบจะไปนอกลู่นอกทางไปทำอะไรต่อมิอะไรกับสาวอื่น แต่พอเรื่องถึงที่สุด ทั้งสองกลับคุยด้วยกันอย่างดี คนเป็นสามีก็ขอโทษ คนเป็นภรรยาก็เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เข้าใจว่าการใช้อารมณ์ของตนก็มีส่วนผิด มีส่วนทำให้เรื่องมันเลยเถิดไปใหญ่เหมือนกัน… แง่คิดดีๆ เกี่ยวกับครอบครัวนี่ หนังเรื่องนี้มีให้เยอะเหมือนกันครับ

อะไรแบบนี้แหละครับที่ทำให้ผมชอบหนังเรื่องนี้ มันไม่ใช่แค่หนังตลกที่ว่าด้วยครอบครัวตัวป่วน แต่มันคือการบอกเล่าเรื่องของครอบครัวธรรมดาๆ (ที่อาจฮากว่าชาวบ้านเขาหน่อย) ที่มาเจอเรื่องวุ่น เจอปัญหาถาโถมเข้ามา แต่พวกเขาก็ยืนหยัดไม่ทิ้งกัน ยังถ้อยทีถ้อยอาศัยปรับใจเข้าหากัน

จริงๆ การเดินทางไปเที่ยวรอบนี้ก็ของพวกเขาก็เปรียบได้กับชีวิตจริงที่ทุกครอบครัว ต้องประสบน่ะครับ ทุกครอบครัวล้วนต้องมีการเดินทางร่วมกันระหว่างพ่อแม่ลูก หรืออาจจะญาติพี่น้อง เพื่อทำอะไรสักอน่างด้วยกัน ไม่ว่าจะเดินทางไปเที่ยว ทำงานร่วมกัน หรือแค่การใช้ชีวิตด้วยกันนี่ก็ถือเป็นการเดินทาง (ในเชิงนามธรรม) ได้อย่างหนึ่งเหมือนกัน

แล้วในระหว่างการเดินทาง นั้น ก็ย่อมมีอุปสรรคครับ มีเรื่องให้ทะเลาะกัน มีความเข้าใจผิดหรือมองต่างมุมเกิดขึ้นต่อกันได้ แต่กระนั้นหากเราช่วยกัน ดูแลกัน ถนอมน้ำใจกัน เรื่องเลวร้ายเหล่านั้นก็จะผันผ่านไปได้ แต่ถ้าครอบครัวไหนเลือกจะใช้อารมณ์มาทุ่มเถียงกัน หรือยึดติดแต่การจะเอาชนะ ยึดแต่ว่าความคิดของเราถูกที่สุดเท่านั้น เมื่อนั้นล่ะครับที่การเดินทางอาจจะมีเหตุให้สะดุดลง หรืออาจทำให้ครอบครัวเลิกเดินทางร่วมกัน (แยกทาง หย่าร้าง บ้านแตก) ไปเลยก็ได้

บทลงเอยของครอบครัวเราจะดีหรือไม่นั้น ไม่ได้อยู่ที่ปัจจัยภายนอกเท่านั้นครับ มันอยู่ที่ภายใน อยู่ที่ใจของกันและกันด้วย จริงๆ ต้องบอกว่าความรักความเข้าใจนี่แหละครับที่สำคัญมาก ครอบครัวจะอยู่รอดหรือไม่ก็อยู่ที่หัวใจที่เต้นตุ้บๆ ของคนในครอบครัวนี่แหละ

ถ้าค่อยๆ หลอมเป็นดวงเดียว ครอบครัวย่อมอยู่ได้ แต่หากเวลาผ่านไปเอาแต่เต้นแบบของใครของมัน ไม่คิดจะปรับจูนกัน ก็จะมีแต่ปัญหา

ดาราในเรื่องเล่นกันได้ดีครับ โดยเฉพาะ Chase นี่ลื่นมาก ฮามาก ดูเป็นพ่อที่ดี น่ารัก แล้วก็ตลกได้ในเวลาเดียวกัน ส่วน D’Angelo ก็เข้ากับ Chase ได้พอเหมาะ ลงตัวดี เด็กๆ ก็แสดงกันได้ดีเช่นกันครับ

ถือเป็นหนังที่สนุก ฮา น่ารัก อบอุ่นแบบพอดีๆ ครับ เป็นงานกำกับของ Harold Ramis (ที่เคยแสดงเป็นอีกอน หมอผีไฮเทคแห่ง Ghost Busters แล้วยังเป็นคนกำกับ Groundhog Day ในเวลาต่อมาด้วย) ที่แม้จะยังไม่ดีไปหมดทุกส่วน แต่ก็จัดว่าดีล่ะครับ

หวังว่าจะมีคนทำแผ่นออกมานะครับ เพราะหนังเขาดี ฮาและสนุก มีสาระอีกต่างหากด้วย

สองดาวครึ่ง บวกๆ ครับStar22(7.5/10)