รีวิวหนัง/ภาพยนตร์

The Bride of Frankenstein (1935) เจ้าสาวของแฟรงเกนสไตน์

5870

ภาคต่อครับ ได้ James Whale กำกับตามเดิม และ Boris Karloff ก็กลับมารับบทปีศาจตนเดิมที่ยังไม่ตายและมันยังคงไม่พอใจกับการทิ้งขว้างของผู้สร้างมัน ซึ่งก็คือ ดร. เฮนรี่ แฟรงเกนสไตน์ (Colin Clive) และในครั้งนี้มันต้องการเพื่อน !ภาคนี้ยังคงคอนเซปต์เดิมของเรื่องไว้ครับ ภาคก่อนเป็นการถูกทิ้ง มาภาคนี้ก็คือความโดดเดี่ยว เจ้าปีศาจนั้นมันต้องอยู่ตามลำพัง ไม่มีใคร จนกระทั่งมันได้พบกับชายชราตาบอดใจกรุณาที่สอนให้มันรู้จักกับคำว่าเพื่อน ซึ่งในภาคนี้เราจะได้เห็น Karloff แสดงออกทางอารมณ์ครับ ไม่ว่าจะดีใจ เสียใจ ซึ่งผมต้องขอชมว่าพี่แกทำได้ดีมากๆ เพราะเขาต้องแสดงอารมณ์ผ่านทางเมคอัพที่หนาเตอะขนาดนั้น แต่ยังทำให้เรารับรู้ได้ถึงความรู้สึก ก็ต้องเรียกว่าฝีมือในระดับหนึ่งเลยล่ะ

ส่วนต่างๆ ยังคงยอดเยี่ยมครับ ซึ่งของเดิมก็นับว่าดีอยู่แล้ว มาฉบับนี้การแสดงเหนือกว่า เรื่องราวมีอะไรมากกว่า และบทสรุปที่ชัดเจนลงตัวกว่า จนผมไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมหนังเรื่องนี้จึงได้รับการชื่นชมว่าเป็นหนังภาคต่อที่ทำได้ดีกว่าตอนแรก

นั่นก็เพราะมันดีและถึงกว่าจริงๆ

เริ่มจากตัวอสูรของแฟรงเกนสไตน์เองที่ไม่ใช่แค่ตัวประหลาดตะโกนโฮ่กฮ่าก เดินไล่ขว้างชาวบ้านอีกต่อไป มันค่อยๆ ซึมซับความเป็นมนุษย์ ทั้งในด้านที่ดีและไม่ดี ดูไปก็เหมือนกับเป็นการวิพากษ์มนุษย์อยู่เหมือนกันครับ ก็น่าคิดนะ เจ้าอสูรมันเป็นซากศพที่ถูกเย็บติดกันขึ้นมา มันไม่มีบุคลิกของตนเอง ต้องไปเรียนรู้จากโลกภายนอก และพอโลกภายนอกโหดร้ายต่อมัน สิ่งเดียวที่มันได้รับรู้มาก็คือความรุนแรงและการใช้กำลังเท่านั้นเอง จะเป็นอย่างไรหากมันได้รับการดูแลที่ดีได้รับการสอนสั่งที่ดีอย่างที่ชายตาบอดทำ

ดูแล้วอดคิดถึงสังคมบ้านเราไม่ได้ ปากก็บอกครับว่าการโกงกินไม่ดี ความมีน้ำใจเป็นเรื่องควรทำ ความกตัญญูเป็นสิ่งสำคัญ ความเมตตากรุณาเป็นสิ่งดีงาม แต่ขอโทษทีเถอะครับ ส่วนมากไอ้ที่ทำนี่ทำไมมันสวนทางกับที่พูดทั้งนั้นเลยล่ะครับ (เหมือนโฆษณาอยู่กับก๋งน่ะคับ ที่พอถามชาวบ้านว่าความดีต้องทำไง ส่วนมากตอบได้นะ เออ แต่ก็แปลกว่าทำไมมันถึงไม่ทำกันในเมื่อรู้ว่านั่นเป็นสิ่งที่ดีล่ะ) เนี่ย แล้วยังงี้พอพวกเด็กๆ วัยรุ่นทำสิ่งไม่ดี มันก็ไม่ได้มาจากไหนหรอกครับ พวกผู้ใหญ่ในสังคมนั่นแหละที่มีส่วนในการหล่อหลอมพวกเขาให้เป็นอย่างที่เราเห็น อย่างที่ชอบขึ้นหน้าหนึ่งอยู่ทุกวันนี้ ประเภทไม่ชอบหน้าใครก็จ้างคนไปยิง โกงกินสารพัดหาทางลัดทุกรูปแบบเพื่อสร้างอำนาจให้ตนเอง เฮ่ย ก็ในเมื่อพวกท่านทำกันแบบนี้แล้วจะให้สังคมของลูกหลานท่านดีต่อกันได้อย่าง ไร

เด็กคืออนาคตของชาติ แต่คนที่เป็นต้นแบบแห่งอนาคตของชาติมันก็คือพวกผู้ใหญ่นั่นแหละ ถ้าด่าว่าเด็กไม่ดี พวกท่านก็ต้องมีส่วนรับผิดชอบด้วยนะคับผม โอเค ผมยอมรับว่าเด็กมีความผิด แต่พวกท่านก็ใช่ว่าจะถูกนะ

เรื่องแบบนี้ผม ร่ายได้เรื่อยๆ เท่าไหร่เท่ากันเลย แต่เอาไว้แค่นี้ก่อนล่ะคับ สรุปว่าหนังมันมีอะไรดีๆ แทรกอยู่ มีความ Classic และจัดเป็นภาคต่อที่ทำได้ดีกว่าภาคแรก อีกทั้งยังมีมุมมองกัดสังคมที่โคตรจะเจ๋ง (คิดดูครับ หนังจะ 70 ปีแล้วยังเอามาใช้วิพากษ์สังคมโลกในปัจจุบันไดเ้นี่ย มันต้องถือว่าแน่ในระดับหนึ่งเลยล่ะครับ)

ก็เป็นอันว่าสามดาวเต็มครับ

Star31(8/10)

Advertisements